ตื้นตันน้ำตาไหล “นักธุรกิจใจบุญ” ยื่นมือช่วย แม่ขโมยเงินกฐิน 160 ขอส่งลูก 2 คนเรียนถึงปริญญาตรี

ตื้นตันน้ำตาไหล

ตื้นตันน้ำตาไหล “นักธุรกิจใจบุญ” ยื่นมือช่วย แม่ขโมยเงินกฐิน 160 ขอส่งลูก 2 คนเรียนถึงปริญญาตรี

ตื้นตันน้ำตาไหล “นักธุรกิจใจบุญ” ยื่นมือช่วย

ตื้นตันน้ำตาไหล
จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Jaturong Prombooth” ซึ่งเป็นตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ได้โพสต์เรื่องราวสุดสะเทือนใจของ หญิงรายหนึ่ง อายุ 54 ปี ก่อเหตุขโมยเงินทำบุญกฐิน ที่เสียบไม้ซึ่งวางตั้งไว้ในห้างแห่งหนึ่ง ย่านสะพานควาย จำนวน 160 บาท เพื่อนำเงินไปซื้อข้าวให้ลูกของตนเอง 2 คนกิน เนื่องจากเงินรายได้ที่มีอยู่จากการรับจ้างล้างจานในร้านฟาสต์ฟู้ด ที่ได้รับวันละ 300 บาท ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายในแต่ละวัน กระทั่งมาถูกจับกุมตัวจากความผิดดังกล่าว

ล่าสุดวันที่ 6 ก.ย.นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) และกองคุ้มครองสวัสดิภาพและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) เดินทางไปเยี่ยม น.ส.มิ่งขวัญ ที่ห้องเช่าภายในซอยอินทามระ 29 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท

ตื้นตันน้ำตาไหล

ทางด้าน นายจุติ กล่าวว่า หลังจากได้รับเรื่องดังกล่าว ทางเราได้ประเมินแล้วว่ากรณีนี้ควรต้องเข้าให้การช่วยเหลือ ซึ่งจากการพูดคุยเบื้องต้นพบว่าครอบครัวนี้ค่อนข้างประสบปัญหาด้านการเงิน โดยลูกๆ ทั้ง 2 คนนี้ จะได้รับเงินเป็นค่ารถไปโรงเรียนวันละ 20 บาทต่อคน หากวันไหนแม่ไม่มีเงิน เด็กทั้ง 2 คนก็จะต้องเดินเท้าไปโรงเรียน ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักพอสมควร

ในส่วนของการช่วยเหลือ จะสั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มาคอยติดตามให้การช่วยเหลือ โดยหลักๆ จะเน้นไปเรื่องของการหาอาชีพเสริมให้กับผู้ปกครองของเด็กทำ เพื่อจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น ให้มีโอกาสยืนด้วยตนเองได้

ตื้นตันน้ำตาไหล

ทั้งนี้ทางครอบครัวนี้ยังได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใจบุญ คือ นายธนวัฒน์ ปัญญาสกุลวงศ์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเป็นหนึ่งในอาสาคณะทำงานของ พม. เสนอตัวขอให้การช่วยเหลือเป็นการส่วนตัว โดยจะสนับสนุนเงินช่วยเหลือเดือนละ 3 พันบาท เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้น้องได้มีโอกาสเรียนหนังสือสูงๆจนถึงระดับปริญญาตรี

และเชื่อว่าด้วยศักยภาพของ นายธนวัฒน์ ผู้ใจบุญรายนี้จะสามารถส่งน้องๆ ทั้ง 2 คนได้เรียนจนถึงระดับปริญญาตรี ก็ต้องขึ้นอยู่กับน้องๆ เองด้วย แต่จากการพูดคุยเบื้องต้น ก็พอทราบว่าน้องๆ ทั้ง 2 คน เป็นเด็กเรียนดี เกรดเฉลี่ยประมาณ 3 กว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น จะมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามความเป็นอยู่ของครอบครัวนี้ เพื่อนำมาประเมินความช่วยเหลือเป็นระยะๆ ต่อไป

ตื้นตันน้ำตาไหล

ส่วนทางด้าน น.ส.มิ่งขวัญ ยกมือไหว้ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือทั้งน้ำตา “ที่ผ่านมายอมรับว่าครอบครัวลำบากมาก ต้องอดมื้อกินมื้อ ตอนนี้ก็ค้างค่าเช่าห้อง 2 เดือน บางวันไม่มีเงินค่ารถเมล์ไปทำงานก็ต้องเดินระยะทาง 5-6 กิโลเมตร ไม่เคยขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายอย่าง ประกอบกับตนมีโรคประจำตัวเป็นโรคเก๊าท์ บางครั้งขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานได้บ้าง ไม่ได้บ้าง

ตอนนี้มีความกังวล หลังจากเกิดเรื่องขึ้นนายจ้างได้เรียกไปคุยและให้หยุดงานชั่วคราว แต่ก็ยังไม่ได้ไล่ออก ทำให้กลัวว่าจะไม่ได้ทำงานอีก ส่วนในวันที่ 7 ก.ย. ตำรวจสน.บางซื่อ นัดให้ไปสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้งจากนั้นในวันจันทร์ที่ 9 ก.ย.จะต้องไปเสียค่าปรับ 5 พันบาทที่ศาล ซึ่งมีผู้ใจบุญช่วยออกเงินค่าปรับให้แล้ว

 

และตอนนี้มียอดบริจาคจากผู้ใจบุญเข้ามาที่บัญชีเป็นเงิน 280,000 บาทแล้ว เงินจำนวนนี้จะนำมาไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และส่งให้ลูกเรียนหนังสือ หลังจากนี้จะให้ทั้ง 2 คนเรียนหนังสืออย่างเดียว จะไม่ให้ทำงานแล้ว ขอขอบคุณผู้ใจบุญทั้งหลายรวมทั้งท่านรัฐมนตรี และหน่วยงานราชการต่างๆที่เข้ามาช่วยเหลือ รู้สึกทราบซึ้งจนพูดอะไรไม่ออก ขอสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก เข็ดไปจนตาย”

บาคาร่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *