เรียกคืนยารักษา

เรียกคืนยารักษา ‘โรคกระเพาะ’ หลังพบสารปนเปื้อนก่อมะเร็ง

เรียกคืนยารักษา ‘โรคกระเพาะ’ หลังพบสารปนเปื้อนก่อมะเร็ง

เรียกคืนยารักษา ‘โรคกระเพาะ’ หลังพบสารปนเปื้อนก่อมะเร็ง

เรียกคืนยารักษา
คณะกรรมการอาหารและยา เรียกคืนยา Ranitidine ยารักษา

โรคแผลในกระเพาะอาหารและในลำไส้เล็กส่วนต้น หลังพบสาร

ปนเปื้อนที่อาจก่อมะเร็ง ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และสิงคโปร์

วอนบุคลากรทางการแพทย์และผู้บริโภคอย่าตื่นตระหนก เพราะ

ปริมาณที่พบสารอยู่ในระดับต่ำและมีความเสี่ยงต่ำในการก่อมะเร็ง

บาคาร่า

วันที่ 28 ก.ย.2562 นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา

เปิดเผยว่า

ตามที่องค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกา ได้ประกาศตรวจพบสารปนเปื้อน

N-Nitrosodimethylamine (NDMA) ในผลิตภัณฑ์ยาชื่อสามัญ Ranitidine ที่จำหน่ายใน

สหรัฐอเมริกา รวมถึงยาชื่อการค้า Zantac ซึ่งเป็นยาต้นแบบ โดยระบุว่าปริมาณที่ตรวจพบ NDMA

นั้นพบในปริมาณสูงกว่าค่าเกณฑ์การยอมรับในอาหารทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และสหรัฐอเมริกา

อยู่ระหว่างการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ภายหลังทางสาธารณรัฐสิงคโปร์ ได้ประกาศเรียกเก็บยา

Ranitidine 8 ชื่อการค้า ได้แก่ Aciloc, Apo-Ranitidine, Hyzan, Neoceptin R-150, Vesyca,

Xanidine, Zantac และ Zynol โดยระบุชัดเจนว่าการเรียกคืนยาในครั้งนี้เป็นเพียงมาตรการเฝ้าระวัง

โดยให้มีการเรียกคืนเฉพาะในโรงพยาบาลและร้านขายยาเท่านั้น ส่วนของผู้ป่วยที่ได้รับยาไปนั้นยัง

สามารถใช้ยาดังกล่าวต่อไปได้ เนื่องจากยา Ranitidine เป็นยาที่มีข้อบ่งใช้ในการรักษาแผลใน

กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นอักเสบ ซึ่งมีระยะเวลาในการรับประทานไม่ยาวนานต่อเนื่อง

จึงไม่มีความเสี่ยงในการบริโภค

ทั้งนี้ N-Nitrosodimethylamine (NDMA) เป็นสารในกลุ่ม Nitrosamines ซึ่งเป็นสารที่อาจก่อมะเร็งในมนุษย์ตามการจัดระดับของ International Agency for Research on Cancer (IARC) และเป็นสารที่สามารถพบได้ในสิ่งแวดล้อม ทั้งในดินและแหล่งน้ำ รวมถึงน้ำดื่มและอาหารทั่วไป ทั้งนี้การปนเปื้อน NDMA ในยา Ranitidine อาจมีสาเหตุแตกต่างจากการปนเปื้อนในยากลุ่ม Angiotensin II Receptor Blockers (ARBs) โดยหน่วยงานในต่างประเทศอยู่ระหว่างการศึกษาและสืบสวนหาสาเหตุที่ชัดเจนของการปนเปื้อนดังกล่าว

เรียกคืนยารักษา
นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหาร และยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในประเทศไทยมีการขึ้นทะเบียนตำรับยา Ranitidine จำนวนทั้งหมด 34 ทะเบียน แบ่งเป็นยาที่ผลิตในประเทศจำนวน 23 ทะเบียน และยานำเข้าจากต่างประเทศจำนวน 11 ทะเบียน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้เฝ้าระวังและติดตามข่าวการตรวจวิเคราะห์ยา Ranitidine ทั้งในสหรัฐอเมริกา และข่าวการเรียกคืนยาในสิงคโปร์ พบว่ามีผลิตภัณฑ์ยาที่มีชื่อการค้าเดียวกันกับที่ถูกเรียกคืนในประเทศสิงคโปร์ คือ ชื่อการค้า Xanidine เลขทะเบียน 1A 67/33 ผลิตโดยบริษัท เบอร์ลินฟาร์มาซูติคอลอินดัสตรี้ จำกัด ซึ่งใช้วัตถุดิบที่ผลิตจาก SMS Lifesciences India Ltd. สาธารณรัฐอินเดีย และ ชื่อการค้า Aciloc 150 เลขทะเบียน 1C 90/39 และ Aciloc 300 เลขทะเบียน 1A 91/39 นำเข้าโดยบริษัท ฟาร์มาแลนด์ (1982) จำกัด จากผู้ผลิตยาสำเร็จรูป คือ Cadila Pharmaceuticals Limited สาธารณรัฐอินเดีย และผู้ผลิตวัตถุดิบ คือ Saraca Laboratories Ltd. สาธารณรัฐอินเดีย

อย. จึงได้ประสานการดำเนินงานร่วมกับผู้รับอนุญาตทั้ง 2 ราย เรียกเก็บยาคืนโดยบริษัทยินดีรับเปลี่ยนยาสำเร็จรูปรุ่นการผลิตที่พบว่ามีการใช้วัตถุดิบรุ่นเดียวกับยาสำเร็จรูปที่พบการปนเปื้อนในประเทศสิงคโปร์ และทาง อย. ได้ดำเนินการแจ้งเตือนภัยเร่งด่วนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้รับทราบ นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลยาของ บริษัท สยามฟาร์มาซูติคอล จำกัด ชื่อการค้า ZANTIDON ทาง อย. จึงประสานกับบริษัทฯ ในการเรียกคืนยาดังกล่าวโดยสมัครใจ ทั้งรูปแบบเม็ด และฉีด เลขทะเบียน 1A 1033/40, 1A 324/33 และ 1A 6/30

สำหรับผู้รับอนุญาตรายอื่นถึงแม้จะยังไม่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีการเรียกเก็บยาคืนในต่างประเทศ แต่ อย.ยังคงเร่งตรวจสอบหาสาเหตุการปนเปื้อน NDMA ในยา Ranitidine หากพบสาเหตุที่แท้จริงจะดำเนินการตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ในระหว่างรอผลการสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของการปนเปื้อน อย. จะดำเนินการเก็บตัวอย่างวัตถุดิบ และยาสำเร็จรูปจากทุกแหล่ง ส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หากพบมีการปนเปื้อนจะดำเนินการให้เรียกเก็บยาคืนและระงับการจำหน่าย และหากผลการสืบสวนหาสาเหตุมีความคืบหน้าประการใด อย. จะเร่งดำเนินการกำหนดมาตรการและแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบต่อไป…

อาหารห้ามกินเด็ดขาด

อาหารห้ามกินเด็ดขาด สำหรับผู้ทานเจ ในเทศกาลกินเจนี้

อาหารห้ามกินเด็ดขาด สำหรับผู้ทานเจ ในเทศกาลกินเจนี้

อาหารห้ามกินเด็ดขาด สำหรับผู้ทานเจ

อาหารห้ามกินเด็ดขาด
อาหารเจ มีประโยชน์หลากหลายประการทั้งทางร่างกาย และทางจิตใจ

บาคาร่า

 

ทั้งนี้ ประโยชน์จากถั่วนั้นมีโปรตีนสูงไม่แพ้เนื้อสัตว์ รวมถึงการทานผักนั้นย่อมได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์มากมาย นอกจากนี้คุณค่าทางใจจากการละเว้นเนื้อสัตว์ก็เป็นสิ่งที่ดี การทานเจจึงเป็นที่นิยมเป็นประจำทุกปีมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีอาหารมากมายที่รสชาติอร่อยได้ไม่แพ้เนื้อสัตว์เลย อีกทั้งยังหาซื้อง่ายอีกด้วย มีหลายๆคนยังเข้าใจผิดอยู่ว่า การทานเจ กับ การทานมังสวิรัติ คือสิ่งเดียวกัน ซึ่งอันที่จริง การทานมังสวิรัตินั้นคือการละเว้นการทานเนื้อสัตว์ แต่การทานเจมีข้อห้ามและกฏปฏิบัติในการทานที่มากกว่านั้น ซึ่งได้แก่ ละเว้นการทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด ละเว้นการรับประทานนม และผลิตภัณฑ์ที่มาจากนม เช่น เนย ชีส โยเกิร์ต ละเว้นการรับประทานไข่ และผลิตภัณ์จากสัตว์ชนิดอื่น เช่น น้ำผึ้ง ละเว้นการรับประทานผักที่มีกลิ่นแรง ได้แก่ กระเทียม หัวหอม ต้นหอม ผักชี กุยช่าย ละเว้นการรับประทานสิ่งมึนเมา

อาหารห้ามกินเด็ดขาด

การทานเจนั้นก็มีหลักการทานให้สุขภาพดีเช่นกัน ณ ปัจจุบันพบว่า ทานเจอาจทำให้คุณอ้วนได้ เพราะของทอดจากน้ำมันซึ่งให้พลังงานแคลอรี่สูงมาก ทั้งนี้หากทำตามข้อปฏิบัติทั้ง 4 นี้ รับรองว่าเจนี้น้ำหนักไม่ขึ้นเเน่นอนเน้นทานผัก-ผลไม้ที่น้ำตาลน้อย เช่น แอปเปิ้ลหรือฝรั่ง
หลีกเลี่ยงอาหารเจที่มีรสชาติเค็มจัดหรือหวานจัด ควบคุมปริมาณการทานแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตให้น้อย เน้นทานโปรตีนให้มากเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ

อาหารห้ามกินเด็ดขาด

สูตรหน้าใสด้วยขมิ้นชัน

สูตรหน้าใสด้วยขมิ้นชัน สมุนไพรที่ไม่ตกยุค

สูตรหน้าใสด้วยขมิ้นชัน สมุนไพรที่ไม่ตกยุค

สูตรหน้าใสด้วยขมิ้นชัน

สูตรหน้าใสด้วยขมิ้นชัน

ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรที่ให้ประโยชน์ด้านความงามและดูแลผิวพรรณมาตั้งแต่อดีต เพราะในสมุนไพรชนิดนี้สามารถใช้เป็นยาฆ่าเชื้อ ต้านการอักเสบ อีกทั้งยังช่วยให้ผิวแข็งแรง ลดรอยสิว จุดด่างดำ และช่วยทำให้ผิวเปล่งประกายมีสุขภาพดี วันนี้เราจึงมีสูตรหน้าใสที่ทำได้ง่ายๆ จากขมิ้นชัน มาเสิร์ฟให้สาวๆ ทุกคนที่สนใจได้ลองนำไปปรับใช้กันดูค่ะ บาคาร่า

สูตรหน้าใสด้วยขมิ้นชัน

1.ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ลดปัญหาผิวแห้ง
สูตรหน้าใสสูตรนี้สามารถทำได้ด้วยการใช้ขมิ้นชัน 1/2 ช้อนชา นมสด 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำกุหลาบ 1-2 หยด ผสมเข้าด้วยกัน พอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นและเพิ่มความนุ่มนวลมากขึ้น

2.ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ
สำหรับคนที่มีปัญหาสีผิวกระดำกระด่างไม่สม่ำเสมอกัน เพียงใช้ขมิ้น 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น สูตรนี้จะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ลดปัญหารอยดำต่างๆ อย่างได้ผล

3.รักษาสิว
ผงขมิ้นชันมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นต้นตอของการเกิดสิว โดยจะทำการกำจัดน้ำมันส่วนเกินและทำลายเชื้อโรคต่างๆ เพียงผสมผงขมิ้นเข้ากับน้ำมันมะพร้าวแล้วทาบริเวณที่เป็นสิว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ก็จะช่วยให้สิวยุบลงและหายไปได้อย่างรวดเร็ว

4.ทำให้ผิวขาวและเนียนนุ่ม
การใช้ขมิ้นจะช่วยให้ผิวที่คล้ำดูจางลง แถมยังช่วยเพิ่มความขาวใสให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ โดยการนำเอาผงขมิ้น 1 ช้อนชา ผสมในน้ำมะเขือเทศเข้มข้น 1 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยโยเกิร์ต 1 อีกช้อนโต๊ะ แล้วทาลงบนผิวให้ทั่ว จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น จะสัมผัสได้ถึงความนุ่มและเนียนใสเหมือนผิวเด็กได้ตั้งแต่ครั้งแรกเลยทีเดียว

5.ลบรอยหมองคล้ำ ให้ผิวดูกระจ่างใส
ผงขมิ้นเป็นสูตรหน้าใสตามธรรมชาติที่จะช่วยลดรอยหมองคล้ำได้เป็นอย่างดี เพียงแค่ผสมผงขมิ้น โยเกิร์ต และน้ำผึ้ง ในปริมาณที่เท่ากัน แล้วทาให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบดวงตาเอาไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก ทำติดต่อกันอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง รับรองได้ว่าคุณจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน

6.ช่วยกระชับรูขุมขน ชะลอริ้วรอย
เพียงแค่นำไข่ไก่ 1 ฟอง แยกเอาแต่เฉพาะไข่ขาว ผสมขมิ้น 1 ช้อนโต๊ะและน้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากันพอกให้ทั่วใบหน้า ผิวของคุณจะกระชับ รูขุมขนดูเล็กลง ที่สำคัญยังช่วยล็อคความอ่อนเยาว์ และกำจัดริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างเห็นผล

7.กำจัดสิวหัวดำ
สิวหัวดำเจ้าปัญหา กำจัดได้ไม่ยาก ด้วยการผสมขมิ้นชันกับนมสด นำมาขัดเป็นวงกลมอย่างเบามือบริเวณที่มีปัญหาสิว จากนั้นทำซ้ำอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะเห็นว่าสิวหัวดำลดลง ผิวหน้าดูเรียบเนียนใสมากขึ้น

สูตรหน้าใสที่มาจากขมิ้นชันเหล่านี้ ถือว่าเป็นสูตรที่สามารถทำเองได้ไม่ยุ่งยาก แถมยังเป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัย ส่งต่อพลังแห่งความงามที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น รับรองได้เลยว่าหลังใช้ได้ไม่นาน สาวๆ จะต้องติดใจ จนลืมผลิตภัณฑ์ราคาแพงกันอย่างแน่นอน…

นอนน้อย

นอนน้อย ทำร้ายผิว เราวิธีรักษา ที่สาวๆต้องรู้

นอนน้อย ทำร้ายผิว เราวิธีรักษา ที่สาวๆต้องรู้

นอนน้อย ทำร้ายผิว

นอนน้อย

สาวๆ ที่เป็นเวิร์คกิ้งวูแมน คงจะคุ้นเคยกับปัญหานอนน้อย นอนไม่พอ หรือบางคนก็อาจจะไม่ได้นอน เป็นเพราะตารางงานที่ยุ่งวุ่นวาย หรือเป็นสาวสังคมที่ต้องวิ่งวุ่นไปงานปาร์ตี้นั่นนี่ทุกคืน แถมยังต้องแบ่งเวลาให้ครอบครัวอีก ก็เลยก่อให้เกิดปัญหาผิวที่ยากจะหลีกเลี่ยง ลองไปดูปัญหาผิวของคนที่นอนน้อย นอนไม่พอ กับสาวที่ไม่ได้นอนเลยดีกว่าว่าจะเป็นยังไงบ้าง บาคาร่า

คนนอนน้อย
คนที่นอนน้อยหมายความว่านอนไม่ครบ 6 ชั่วโมง เมื่อร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอเราจะรู้สึกถึงความไม่สบายผิว แต่ข้อนี้ก็ยังถือว่าดีหน่อย อาจมีอาการใต้ตาแห้ง หรือมีรอบเหี่ยวย่นที่ถุงใต้ตาบ้าง วิธีแก้ไขก็คือใช้สำลีชุบโลชั่นแปะเอาไว้ที่ใต้ตา ประมาณ 5 นาที หือถ้าหากมีปัญหารูขุมขนกว่างที่ข้างแก้มก็สามารถใช้วิธีเดียวกันนี้ได้

คนนอนไม่พอ
การนอนไม่พอก็เกิดจากการที่เรานอนน้อยติดๆ กันเป็นเวลาหลายวัน สาวๆ จะรู้สึกได้ถึงรูขุมขนที่กว้าง มีผิวพรรณแห้งกร้าน ทาครีมแล้วก็ยังเอาไม่อยู่ใบหน้าแห้งจนเกิดเป็นผิวแห้งเป็นขุยๆ เวลาแต่งหน้าก็แต่งไม่ค่อยจะติด สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกเลย ก็คือการหาเวลานอนให้เต็มอิ่ม ชาร์ตพลังให้ผิวกลับคืนสู่สภาพเดิมให้ได้โดยเร็ว ถ้าคิดมากนอนไม่หลับก็ทำใจให้สบาย และลดการดื่มกาแฟ ชา หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนทุกอย่าง แล้วก็ต้องเอาใจใส่เรื่องการบำรุงผิวพรรณแบบพิเศษ ลองหามาร์กแบบเข้มข้นมามาร์กทิ้งไว้ ทำแบบนี้ทุกวัน ควบคู่ไปกับการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะทำให้ใบหน้ากลับมาสดใสดังเดิม แต่ช่วงนี้ให้งดการทำเลเซอร์ไว้ซักหน่อย เพราะร่างกายยังไม่แข็งแรงพอที่จะซ่อมแซมตัวเอง

คนไม่ได้นอน
อาการหนักสุดเลยก็คือผิวของคนไม่ได้นอนนี่ล่ะ ถึงแม้เราไม่ได้นอนแต่คืนเดียว ก็สามารถทำร้ายผิวได้ถึงขั้นรุนแรงเลย และยังต้องใช้เวลาฟื้นฟูผิวอีกหลายวัน อาการของผิวก็มีตั้งแต่ ผิวแห้ง รูขุมขนกว้าง หย่อนคล้อย หมองคล้ำ ดูยังไงก็โทรมเหมือนคนไม่สบาย ทางแก้ที่ดีที่สุดก็คือ ล้างหน้าให้สะอาด พักผิวบ้าง อย่านอนไปพร้อมๆ กับหน้าที่ยังไม่ได้ล้าง เมื่อล้างหน้าเสร็จก็อย่าลืมทาโลชั่นบำรุงเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวพรรณ ถ้าผิวดูเหนื่อยล้ามากๆ ก็ให้ใช้มาร์กครีมพอกไว้เลย เวลาออกไปนอกบ้านก็อย่าลืมทาครีมกันแดด ที่มีค่า SPF และ PA กันไว้ด้วย เพราะผิวที่อ่อนแอจะไวต่อแดด เดี๋ยวจะคล้ำเสีย และเกิดอาการแพ้ได้ง่ายๆ ต่อจากนี้ก็ควรจะหาเวลานอนแบบเต็มอิ่ม เพื่อช่วยให้ผิวพรรณที่สดใสกลับคืนมา

แล้วจะนอนอย่างไรให้มีคุณภาพ ?
หลายคนอาจจะสงสัย ว่านอนยังไงถึงเรียกว่าดี นอนยังไงไม่ให้ทำร้ายผิว และช่วยให้ผิวพรรณดูดี ไม่เหี่ยวเร็ว อันนี้ก็ต้องขอบอกเลยว่า “มีการวิจัยที่พยายามคำนวณหาจำนวนชั่วโมงการนอนที่เหมาะสม ก็พบว่าเวลานอนของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่จะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 6-8 ชั่วโมง ไม่มากและไม่น้อยไปจากนี้ วิธีสังเกตง่ายๆ ก็คือ เมื่อเราตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดชื่นรึเปล่า ต่อมาก็คือช่วงบ่ายเรารู้สึกง่วงนอนรึเปล่า และอย่างสุดท้ายก็คือ ถ้าหากเราอยู่นิ่งๆ นั่งในที่เย็นๆ เป็นเวลานานๆ เรารู้สึกง่วงบ้างมั้ย แต่มีอาการครบทุกข้อที่กล่าวมา ก็แปลว่าเรานอนไม่พอ ซึ่งมีวิธีแก้ไขดังต่อไปนี้

ไม่นอนร่วมกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
การเล่นโทรศัพท์ เล่นคอมพิวเตอร์ และการดูโทรทัศน์เหมือนเป็นการที่ร่างกายเราถูกกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งมันจะทำให้เราตื่นไปอีกชั่วโมงครึ่งโดยเฉลี่ย ดังนั้นถ้าอยากนอนให้หลับ ก็ให้ปิดอุปกรณ์เหล่านี้ก่อนนอนหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

ไม่ดื่มเครื่องดื่มประเภทคาเฟอีน
อย่างที่รู้กันว่าคาเฟอีนมีฤทธิ์ทำให้เราตื่นตัว และนอนไม่หลับ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนผสมก็อย่างเช่น ชา กาแฟ และโคล่า ซึ่งมีฤทธิ์ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง ถ้าอยากให้การนอนเป็นปกติ ให้เลิกดื่มอะไรที่เป็นคาเฟอีน หรือให้หยุดดื่มก่อนเวลาบ่าย 2 โมง ที่สำคัญคือคาเฟอีนมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะด้วย มันจะทำให้เรารู้สึกอยากลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก ทำให้นอนหลับไม่ได้ต่อเนื่อง อีกอย่างก็คือพวกสุรา ซึ่งมีฤทธิ์สั้นกว่าคาเฟอีน 1-2 ชั่วโมง

นอนมากไม่ได้แปลว่าดี
มีงานวิจัยจากต่างประเทศบอกว่า การนอนมากเกินไปเหมือนจะแฝงด้วยสัญญาญาณบางอย่าง ซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวกับผิวโดยตรง นั่นก็คือเราจะรู้สึกซึมเศร้า ร่างกายจะเสียสมดุล สุขภาพจิตไม่ดี ขาดความกระตือรือร้น ในการดูแลตัวเอง หลายคนที่เคยนอนทั้งวันอาจจะรู้สึกง่วงอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่นอนมากกว่าปกติหลายชั่วโมง หรือยิ่งนอนมากก็ยิ่งง่วงมากนั่นเอง…

ลมหนาวจะมาแล้ว

ลมหนาวจะมาแล้ว พร้อมไปเที่ยว ทะเลหมอก กันยัง

ลมหนาวจะมาแล้ว พร้อมไปเที่ยว ทะเลหมอก กันยัง

ลมหนาวจะมาแล้ว

ช่วงหน้าหนาวนี้ ใครที่วางแผนจะไปเที่ยว ทะเลหมอกสวยๆ พร้อมบรรยากาศ สบายๆ ลองมาดู 10 สถานที่ ท่องเที่ยวหน้าหนาว สิ้นปีนี้ ซึ่งขอบอกเลยว่า ทั้ง 10 สถานที่นี้ น่าไปเที่ยว และถ่ายรูปมากๆ จะสวยแค่ไหนเราลองไปชมกันเลยดีกว่า บาคาร่า

ภูชี้ฟ้า

ลมหนาวจะมาแล้ว
ทะเลหมอก ภูชี้ฟ้า มักเป็นจุดหมายต้นๆ ที่หลายคนนึกถึง โดยภูชี้ฟ้าเป็นหน้าผายื่นออกไปเหนือ ทะเลหมอก ในตอนเช้าของฤดูฝนและฤดูหนาวหมอกจะปกคลุมหุบเขาด้านล่าง ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องตื่นเช้าเพื่อเดินขึ้นภู รอชมพระอาทิตย์ขึ้น

สถานที่ตั้ง: บ้านร่มฟ้าไทย ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

ดอยอ่างขาง

ลมหนาวจะมาแล้ว

ด้วยความที่ว่า ดอยอ่างขาง มีภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาทำให้ที่นี้มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูหนาว ตอนเช้าจะเกิดทะเลหมอกสีขาวสะอาดลอยระเรื่อยๆ ไปกับแปลงผักเมืองหนาว

สถานที่ตั้ง: ดอยอ่างขาง บ้านคุ้ม ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

ลมหนาวจะมาแล้ว
สถานที่นี้ขึ้นชื่อว่าเป็น ทะเลหมอก ที่สวยงาม นักท่องเที่ยวนิยมกางเต็นท์บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวหรือดอยกิ่วลม และสามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้า นอกจากทะเลหมอกที่หนาแน่นแล้วยังมองเห็นดอยเชียงดาวเป็นฉากหลังด้วย

สถานที่ตั้ง: อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

อุทยานแห่งชาติขุนสถาน

ลมหนาวจะมาแล้ว
ครั้นเมื่อแสงทองฉาบบน ทะเลหมอก มีให้เห็นที่ขุนสถาน เช้าใน ฤดูหนาว แนะนำให้รีบจับจองพื้นที่กลางเต็นท์ บริเวณที่ทำการซึ่งตั้งอยู่บนดอยแม่จอก สูงประมาณ 1,469 ม. จากระดับน้ำทะเล สามารถมองเห็นทะเลหมอกแบบพานอรามา

สถานที่ตั้ง: อุทยานแห่งชาติขุนสถาน อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน

ม่อนกิ่วลม

ลมหนาวจะมาแล้ว

สำหรับสถานที่นี้ เป็นจุดชม ทะเลหมอก ที่สวยงามแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแม่เมย มีความหนาแน่นของทะเลหมอกที่ปกคลุมเทือกเขาย้อมด้วยเสียงทองตอนเช้าของพระอาทิตย์ โดยเป็นภาพที่น่าประทับใจมากๆ

สถานที่ตั้ง: อุทยานแห่งชาติแม่เมย อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก

ม่อนพูนสุดา

ลมหนาวจะมาแล้ว

ม่อนพูนสุดา ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาดู ทะเลหมอก ด้วยมองเห็นทิวทิศน์ได้ระยะไกลและกว้าง หลายคน จึงยอมตื่นเช้าเพื่อดูทะลหมอกที่นี่ด้วย

สถานที่ตั้ง: อุทยานแห่งชาติแม่เมย อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก

ภูหัวฮ่อม

ลมหนาวจะมาแล้ว

ภูหัวฮ่อม นั้นมีอากาศเย็นสบายตลอดปี ในช่วงฤดูหนาว ก็จะมีทะเลหมอกปกคลุมเทือกเขาสลับซับซ้อนด้านล่าง กั้นพรมแดนไทย – ลาวให้ชม นอกจากนี้ไม่ไกลกันมีแปลงสตรอว์เบอร์รี่และผลิตภัณฑ์จากแมคคาเดเมียให้ชิมด้วย

สถานที่ตั้ง: อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย ตำบลแสงภา อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย

ภูทับเบิก

ลมหนาวจะมาแล้ว

สำหรับ ภูทับเบิก นอกจากจะมีไร่กะหล่ำปลีสุดสายตาแล้ว ถ้าหากมาเที่ยวในช่วงฤดูฝนไปจนถึงฤดูหนาวจะมีทะเลหมอกให้ชม บางครั้งอาจพัดปกคลุมบนภู ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสสายหมอกได้

สถานที่ตั้ง: ภูทับเบิก ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์

ภูทอก

ภูทอก ถ้าหากใครได้ไปเที่ยว เมืองเชียงคานในฤดูหนาว อย่าพลาดขึ้นไปชมทะเลหมอกบนภูทอก ตั้งอยู่ไม่ไกลกัน ด้วยตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำโขง มีความชื้นสูง ในตอนเช้าจึงเกิดทะเลหมอกขั้นหนาแน่นและกินเวลาหลายชั่วโมง

สถานที่ตั้ง: ภูทอก ตำบลเชียงคาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

ดอยเสมอดาว

ลมหนาวจะมาแล้ว

ถ้าหากพูดถึง ดอยเสมอดาว ยามค่ำคืนนั่งนับดาว ส่วนตอนเช้าตรู่ก็ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น หากใครอยากเห็นทะเลหมอก ในมุมสูงแนะนำให้ขึ้นไปชมบนผาหัวสิงห์ ตั้งอยู่บริเวณจุดกางเต็นท์

สถานที่ตั้ง: อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สถานที่ท่องเที่ยวหน้าหนาว เพื่อแวะไปชมทะเลหมอก สวยๆ นั่งชมดาวในยามดึก อาบแสงพระอาทิตย์ยามเช้า จิบกาแฟเบาๆ ถ่ายรูปไปกับทะเลหมอก เพื่อเก็บเป็นความทรงจำดีๆ หวังว่าหลายๆ ท่านคงมีสถานที่เที่ยวหน้าหนาวกันแล้วนะครับ ก็ขอให้ทุกท่านเดินทางด้วยความปลอดภัย และที่สำคัญเมาไม่ขับนะครับ…

ข่มขืน

ข่มขืน หรือ สมยอม เรามีคำแนะนำมาฝากสาวๆ กัน

ข่มขืน หรือ สมยอม เรามีคำแนะนำมาฝากสาวๆ กัน

ข่มขืน หรือ สมยอม

ข่มขืน
การตัดสินว่าถูกข่มขืนหรือสมยอมเป็นเรื่องทางกฎหมาย แต่ในทางการแพทย์สามารถตรวจหาหลักฐานการกระทำชำเราได้ หากไม่แน่ใจว่าถูกกระทำชำเราหรือไม่ (หรือจำอะไรไม่ได้) อย่าเพิ่งทำลายหลักฐานข้อสงสัย ให้รีบไปพบแพทย์ บาคาร่า

สวัสดีครับ ช่วงนี้มีข่าวน่ากลัวๆ เรื่องการทำร้ายร่างกาย ข่มขืน ล่อลวง เยอะเหมือนกันนะครับ วันนี้เราเลยมีคำแนะนำมาฝากสาวๆ กัน ไปดูกันว่าเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ อันดับแรกคือรักษาชีวิตตัวเองไว้ให้ได้ แล้วจากนั้นเราต้องมีสติเอาไว้ทำอะไรบ้างครับ

การข่มขืนกระทำชำเรา นิยามกว้างมากครับ คร่าวๆ ก็คือ การกระทำชำเราให้เกิดการร่วมประเวณีเกิดขึ้น โดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม ทั้งเพศชายที่พยายามนำอวัยวะเพศ นิ้ว หรืออุปกรณ์สอดใส่ในร่างกายส่วนต่างๆ ของคู่กรณีซึ่งเป็นได้ทั้งเพศหญิงและชาย หรือการที่เพศหญิงบังคับการกระทำกับเพศชายด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้พี่พูดด้วยเรื่องทางด้านสาธารณสุขแล้วกันนะครับ เพราะทางด้านกฎหมายพี่คิดว่าน่าจะมีเรื่องการอนาจาร หรือการข่มขู่อื่นๆ ร่วมด้วย ขอไม่แสดงความ(ไม่)รู้ละกันนะ เพราะว่ารายละเอียดทางกฎหมายจะเยอะมากๆ

แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่า
ทางนิติวิทยาศาสตร์ มีสิ่งที่พอจะบอกเป็นหลักฐานได้ดังนี้ครับ
ร่องรอยการต่อสู้ เช่น บีบคอ รอข่วน รอยจ้ำตามแขนขา โดยเฉพาะบริเวณขาหนีบ ต้นแขน เป็นต้น
คำบอกเล่าของผู้ถูกกระทำชำเรา เอาเข้าจริงพวกนี้บอกยากมากครับ บางครั้งก็เกิดจากการสมยอมในตอนแรกที่ตกลงกันไม่ได้ในภายหลัง เช่น ไม่ถูกใจ ไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม เป็นต้น เป็นเห็นให้บางคดีความถึงยืดเยื้อเพราะต้องสอบสวนกันยาวนานครับ

ส่วนทางการแพทย์ครับ หัวข้อด้านบนเราจะไม่นำมาสรุปเด็ดขาด เพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจและทางกฎหมาย ซึ่งก็อีกนั่นแหละครับ รายละเอียดมันเยอะมาก ใครมีความรู้ก็มาแชร์กันได้นะ

ข่มขืน
ตรวจร่างกายเพื่อหาหลักฐาน “การกระทำชำเรา”

ทั้งนี้ ทางการแพทย์เลยแบ่งเรื่อง ‘การกระทำชำเรา’ ไว้แค่จากการตรวจร่างกายและผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ครับ ซึ่งแบ่งเป็น 3 หัวข้อหลักดังนี้ โดยไม่ตัดสินว่าถูกข่มขืนหรือสมยอม แต่ให้ความเห็นเพียงว่า มีการกระทำชำเราจริง หรือไม่จริงครับ

มีการกระทำชำเรา – ตรวจด้วยการนำสารคัดหลั่งบริเวณที่ผู้อ้างไปตรวจหาอสุจิ ซึ่งดูว่ามีชีวิตหรือไม่ จะบอกระยะเวลาได้คร่าวๆ ว่า มีการกระทำชำเราใน 3-7 วันโดยประมาณ หรือตรวจหาค่า PSA (Prostate Specific Antigen)

อาจจะมีการกระทำชำเรา – จากการตรวจร่างกายเบื้องต้นของแพทย์ทั่วไป หรือแพทย์ทางสูตินรีเวช (บางครั้งในผูู้ที่ได้รับการตรวจที่เป็นเด็กอาจจะต้องดมยาตรวจ) เช่น ดูว่าเยื่อหุ้มพรหมจารีย์ขาดใหม่หรือไม่ มีรอยบาดแผลหรือไม่เป็นต้น (พวกนี้ถ้าขาดเก่า แผลไม่สดเราก็จะพอดูออกครับ) ตรวจช่องปาก และทวารหนัก ตามคำกล่าวอ้าง เพราะนอกจากอวัยวะเพศชายที่ทำความผิดได้แล้ว ในที่นี้หมายถึงอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย

ไม่มีการกระทำชำเรา – คือตรวจไม่พบหลักฐานเบื้องต้นเลย แต่อาจจะมีตัวแปรได้หลายๆ อย่าง จากการทำลายหลักฐานครับ

ถ้าไม่แน่ใจ ต้องทำอย่างไรบ้าง?

ทั้งนี้เน้นย้ำประเด็นสำคัญสำหรับน้องๆ ที่พลาดไปแล้ว หรือจำอะไรไม่ได้ ไม่แน่ใจ และคิดว่าเราอาจจะโดนทำร้ายทางนี้มาแล้วดังนี้

มีสติ สำคัญมาก พูดง่ายแต่ทำยากแน่นอน ที่เห็นในหนังในละครอย่าไปทำตามครับ การได้รับคำปรึกษาจากแพทย์และคนใกล้ชิดอย่างถูกต้องนั้นสำคัญมาก

พยายามอย่าทำลายหลักฐานไม่ว่าวิธีใดๆ เช่น ทำความสะอาด ฉีดล้างด้วยความดราม่าตรอมใจ สารเคมีและหลักฐานที่มัดตัวคนร้ายจะหายไป

รีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษา ตรวจโรค กินยาป้องกันโรคต่างๆ ที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ เช่น เชื้อไวรัส HIV ซิฟิลิส เป็นต้นครับ ในกรณีนี้

การกินยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน ภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมงครับ ไม่ว่าจะใส่ถุงยางหรือไม่ หรือไม่ใช่ในช่วงที่น้องมีโอกาสตั้งท้อง แต่โอกาสเสี่ยงก็มีครับ

หลายๆ ครั้งที่เราคิดว่าไม่น่าจะมีอะไร ไม่น่าจะเกิดอะไรขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นความไว้ใจ ความชะล่าใจ หรือความประมาทใดๆ ก็ตามครับ เราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้นบ้าง หลายครั้งการถูกกระทำชำเราเกิดจากคนใกล้ชิด และอีกหลายครั้งก็เกิดจากการล่อลวงแบบต่างๆ ดังนั้น สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือตั้งสติ รับเหตุการณ์นั้นด้วยสติ ปรึกษาผู้ใหญ่ และพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายครับ หรือแม้เป็นความสมยอมจากความไม่ตั้งใจแต่ไม่คิดจะเอาผิด ก็ควรห่วงเรื่องปัญหาสุขภาพ และดูแลตนเองอย่างดีที่สุด (ในด้านของการป้องกันโรคและการตั้งครรภ์) เพราะผลที่ตามมานั้นคงไม่น่ายินดีแน่

กันไว้ดีกว่าแก้ครับ เรื่องเพศสัมพันธ์แบบที่ไม่ได้ตั้งใจนี้ ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็จะดีกว่าแน่นอน แต่ถ้าอะไรเลยเถิดไปแล้วก็ตั้งสติให้ดีแล้วรีบดูแลตัวเองเถอะครับ…

ยาเสียสาว

ยาเสียสาว คืออะไร??? พร้อมวิธีในการหลีกเลี่ยง

ยาเสียสาว คืออะไร??? พร้อมวิธีในการหลีกเลี่ยง

ยาเสียสาว คืออะไร???

เราอาจเคยได้ยินคำว่า กันมาบ้างแล้วตามข่าวที่เกิดขึ้น โดยเป็นการใช้ยาผสมลงในอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อให้เหยื่อที่เป็นผู้หญิงทานหรือดื่มเข้าไป แล้วหมดสติ จนสามารถขมขื่นหรือชิงทรัพย์ได้โดยที่เหยื่อไม่รู้ตัว เจ้ายาพวกนี้จริงๆ แล้วเป็นยาอะไร หาซื้อได้ง่ายขนาดไหน หากรู้ตัวว่าโดนยาเหล่านี้เข้าไปจะต้องทำอย่างไร แล้วเราควรป้องกันตัวเองอย่างไร วันนี้มีข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา (อย.) มาฝากกัน บาคาร่า

มักเป็นสารเคมี หรือเป็นยาที่มีส่วนผสมดังต่อไปนี้

ยามิดาโซแลม (Midazolam) หรือชื่อการค้า โดมิคุม (Dormicum)

ยาอัลปราโซแลม (Alprazolam)

ยาฟลูไนตราซีแปม (Flunitrazepam) หรือชื่อการค้า โรฮิบนอล (Rohypnol)

สารจีเอชบี (GHB = gamma-hydroxybutyrate)

ยาเค หรือ เคตามีน (ketamine)

อาการ หรือสัญญาณอันตราย หากรับประทานเข้าไป คลื่นไส้อาเจียน

มึนงง เวียนศีรษะ เดินเซ ทรงตัวลำบาก หายใจลำบาก เมา เหมือนดื่มแอลกอฮอล์มากๆ แม้ไม่ได้ดื่ม หรือดื่มน้อยมาก

อันตรายจากยา หรือสารเคมีเหล่านี้ เมื่อนำไปใช้ในทางที่ผิด
การใช้ยาเหล่านี้ในทางที่ผิด คือการใช้โดยไม่อยู่ในคำแนะนำของแพทย์ และเภสัชกร รวมถึงเป็นยาต้องห้ามที่มีการควบคุมการจำหน่ายอย่างเคร่งครัด

ผลของยาที่ทำให้เกิดอาการมึนงง ง่วงซึม ไม่มีสติ หรือสลบไปได้ รวมถึงยาบางตัวมีฤทธิ์คลายกังวล หรือทำให้รู้สึกเคลิ้มสุขคล้ายการดื่มแอลกอฮอล์

ออกฤทธิ์ได้รวดเร็ว ไม่เกิน 30 นาที หลังจากรับประทานยา

สามารถละลายได้ดีในน้ำ ทำให้มีการนำยาเหล่านี้ไปละลายในเครื่องดื่มต่าง ๆ ให้คนดื่มไปโดยที่ไม่รู้ว่ามีการผสมยาลงไป ซึ่งหากใส่ไปในเครื่องดื่มพวกแอลกอฮอล์จะยิ่งเพิ่มการออกฤทธิ์ของยาเหล่านี้

มีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการสูญเสียความทรงจำไปชั่วขณะ จึงอาจทำให้เหยื่อไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

ยาเหล่านี้อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตหากใช้เกินขนาด เนื่องจากมีฤทธิ์การกดการหายใจ จนเกิดอาการโคม่าเสียชีวิตได้

วิธีป้องกันตัวเอง
เมื่อทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มหรือรับประทานอาหารจากคนแปลกหน้า โดยเฉพาะหากอยู่ในสถานที่ไม่น่าไว้วางใจ

หากวางอาหาร หรือเครื่องดื่มของตนเองเอาไว้บนโต๊ะ แล้วขอตัวเข้าห้องน้ำ เมื่อกลับมาที่โต๊ะควรเปลี่ยนแก้วเครื่องดื่มใหม่ และไม่ทานอาหารจานนั้นต่อ

แม้ว่าจะอยู่กับเพื่อนสนิท แต่ไม่ควรไว้ใจใครทั้งนั้น ระมัดระวังเครื่องดื่ม และอาหารการกินเมื่อต้องทานกับคนแปลกหน้าเสมอ แม้ว่าเขาคนนั้นจะทานอาหาร หรือดื่มเครื่องดื่มในแก้วนั้นเพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้ใส่ยาก็ตาม

หากรู้ตัวว่าทานยาเสียสาวเข้าไป ควรรีบตั้งสติหนีออกมาจากสถานที่เกิดเหตุ โทรศัพท์หาคนในครอบครัว แจ้งสถานที่อยู่ปัจจุบันให้ชัดเจน และหากหาดื่มน้ำเปล่าได้ก็ควรรีบดื่มให้เร็วที่สุด จะช่วยเจือจางยาที่เพิ่งทานเข้าไปได้

อย่างไรก็ตาม สารเหล่านี้ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป เนื่องจากเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่มีการควบคุมการซื้อขาย แต่ในปัจจุบันพบว่ามีการลักลอบนำมาขายผิดกฎหมายโดยเฉพาะทางอินเทอร์เน็ต หากพบเห็นมาช่วยกันแจ้งเบาะแสกับทาง อย. ได้ที่สายด่วน อย. 1556…

ความงามเวียดนาม

ความงามเวียดนาม จากเหนือจรดใต้ ความหลากหลายทางธรรมชาติ

ความงามเวียดนาม จากเหนือจรดใต้ ความหลากหลายทางธรรมชาติ

ความงามเวียดนาม

เวียดนาม เป็นประเทศที่มีธรรมชาติสวยๆ เยอะมากจริงๆ และด้วยภูมิประเทศที่ทอดตัวยาวลงมาตั้งแต่เหนือจรดใต้ ทำให้มีความหลากหลายทางธรรมชาติ ที่บางทีอาจจะนึกไม่ถึงเลยว่าทั้งหมดนี้อยู่ในประเทศเดียวกัน และนอกจากธรรมชาติแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมงดงามน่าชมมากมาย บาคาร่า

ขึ้นเหนือไปซาปา เมืองแห่งลมหนาว สายหมอก และดอกไม้ สัมผัสกับนาขั้นบันไดที่สวยที่สุด ท่ามกลางธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ พร้อมกับวิถีชีวิตของขาวเขาแห่งเวียดนาม

ความงามเวียดนาม

ไปฮานอย ล่องอ่าวฮาลอง ชมความงดงามของมรดกโลกทางธรรมชาติ เต็มไปด้วยเกาะหินปูนเกาะเล็กเกาะน้อยมากมาย

ความงามเวียดนาม

ชมความงดงามของพระราชวังโบราณที่ เว้ กับความสวยงามสุดวิจิตรบรรจง

ความงามเวียดนาม

เยือนเมืองฮอยอัน ที่มีเขตเมืองเก่ามรดกโลก ด้วยเหตุผลว่าเป็นตัวอย่างของเมืองท่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราจะเห็นการผสมผสานทางวัฒนธรรมของเวียดนาม-ญี่ปุ่น ผ่านอาคารบ้านเรือน และสะพานที่สวยงาม

ความงามเวียดนาม

ต่อกันที่ดานัง นั่งกระเช้าสู่ยอดเขาบานาฮิลล์ ดื่มด่ำไปกับวิวทิวทัศน์ของเมืองบนความสูงถึง 5,810 เมตร ชื่นชมกับสุดยอดทิวทัศน์ในแบบพาโนรามา

ความงามเวียดนาม

ดานัง ยังได้ชื่อว่ามีทะเลที่สวยที่สุดของเวียดนาม หาดทรายขาว น้ำสีฟ้า กับบรรยากาศริมชายหาดที่เห็นแล้วโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

ความงามเวียดนาม

ใครจะเชื่อว่า ที่เวียดนามจะมีทะเลทรายกันด้วย มีทั้งทะเลทรายขาว ทะเลทรายแดง แบบที่ไม่ต้องไปไกลถึงซาฮาร่า แค่ มุยเน่ ก็เจอแล้ว

ความงามเวียดนาม

ในขณะเดียวกัน ห่างจากมุยเน่ไปไม่ไกล ที่ดาลัด ก็จะมีดอกไม้เมืองหนาวสวยงามให้เราได้ชื่นชมในบรรยากาศสุดโรแมนติก

ความงามเวียดนาม

สัมผัสกลิ่นอายฝรั่งเศสที่โฮจิมินห์ ความงามที่สร้างไว้เมื่อครั้งที่ยังถูกครอบครองโดยฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์นอร์ทเธอดาม ทำเนียบประธานาธิบดี ไปรษณีย์กลาง ฯลฯ ล้วนสวยงามน่าชมไปทั้งหมด

ความงามเวียดนาม

ความงามเวียดนาม

ดับกลิ่นปาก

ดับกลิ่นปาก เปลี่ยนลมหายใจ ให้กลายเป็นหอมสดชื่น

ดับกลิ่นปาก เปลี่ยนลมหายใจ ให้กลายเป็นหอมสดชื่น

ดับกลิ่นปาก เปลี่ยนลมหายใจ

ดับกลิ่นปาก
วิธีดับกลิ่นปาก เซย์กู๊ดบายกับกลิ่นปากและลมหายใจเหม็นอี๋ด้วยวิธีง่าย ๆ พ่วงท้ายด้วยลมหายใจหอมสดชื่น

กลิ่นปาก ถือเป็นสิ่งที่ดับความมั่นใจของเราได้ และยังเป็นสิ่งที่คนเรามักจะกังวลกันอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะเวลาพูดคุย สนทนากับผู้อื่น แต่เคยสงสัยกันหรือเปล่าว่ากลิ่นปากเกิดจากอะไร และมีวิธีลดกลิ่นปากแบบไหนที่ได้ผลดีบ้าง เราไปรับทราบพร้อม ๆ กันเลยดีกว่าค่ะ บาคาร่า

กลิ่นปาก เกิดจากอะไร

กลิ่นปาก เกิดจาก 2 สาเหตุใหญ่ ๆ นั่นก็คือสาเหตุที่เกิดจากภายในช่องปาก และสาเหตุที่เกิดจากภายนอก ดังนี้

สาเหตุจากภายในช่องปาก

เมื่อเกิดความผิดปกติภายในช่องปาก กลิ่นปากจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกได้ โดยสาเหตุที่ทำให้มีกลิ่นปากก็คือ มีแผลในช่องปาก ฟันผุ เป็นโรคเหงือกอักเสบ หรือมีอาการภูมิแพ้ นอกจากนี้ผู้ที่ต้องใส่เครื่องมือต่าง ๆ ภายในปาก เช่น เครื่องมือจัดฟัน หรือฟันปลอม หากดูแลรักษาความสะอาดไม่ดีก็อาจจะทำให้เกิดกลิ่นปากได้เช่นกัน

ไม่เพียงเท่านั้น หากน้ำลายที่คอยช่วยชะล้างสิ่งสกปรกออกจากภายในปาก หลั่งออกมาน้อย ก็อาจจะทำให้สิ่งสกปรกในปากเกิดการบูดเน่าและกลายเป็นกลิ่นปากนั่นเอง

สาเหตุจากภายนอกช่องปาก

เป็นสาเหตุที่เกิดจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิต เช่น การสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และการรับประทานอาหารบางชนิด ที่มีกลิ่นแรงทำให้เกิดกลิ่นปาก นอกจากนี้โรคระบบทางเดินหายใจก็ยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นปากได้เช่นกัน อาทิ โรคไซนัสอักเสบ โรคทอนซิลอักเสบ โรคมะเร็งโพรงกระดูก กรดไหลย้อน โรคปอดเรื้อรัง วัณโรคปอดหรือมะเร็งปอด แม้แต่โรคที่เกิดขึ้นในระบบขับถ่ายที่ทำให้การขับถ่ายผิดปกติก็สามารถสร้างกลิ่นปากได้ ขณะที่ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีการควบคุมน้ำตาลที่ไม่ดี ก็จะมีกลิ่นปากได้อีกด้วย

วิธีดับกลิ่นปาก บอกลากลิ่นตุ ๆ ได้แค่ทำตามนี้

เรามักจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าการดับกลิ่นปากที่ใช้ได้ผลก็ได้แก่ การอมลูกอม การแปรงฟันและลิ้นให้สะอาด การบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก หรือแม้แต่การใช้สเปรย์ดับกลิ่นปาก แต่จริง ๆ แล้วยังมีวิธีดับกลิ่นปากที่ทำง่ายอีกมากมายหลากหลายเลยล่ะ และนี่คือ 10 วิธีง่าย ๆ ที่คัดมาแล้ว บอกเลยว่าเวิร์กค่ะ

– ดื่มน้ำเยอะ ๆ

ดับกลิ่นปาก

น้ำลายสามารถช่วยชะล้างสิ่งสกปรกที่เป็นสาเหตุของกลิ่นปากออกไปได้ก็จริง แต่ถ้าหากเราดื่มน้ำไม่เพียงพอก็จะทำให้น้ำลายหลั่งออกมาน้อย ส่งผลให้เศษอาหารต่าง ๆ ที่อยู่ในปากบูดเน่าได้ ดังนั้นการดื่มน้ำเยอะ ๆ ให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย นอกจากจะช่วยให้ร่างกายสร้างน้ำลายได้มากขึ้นแล้ว ก็ยังเป็นการช่วยชะล้างเศษอาหารในปากออกไปได้อีกด้วย ถ้าไม่อยากมีกลิ่นปากลองใช้วิธีนี้ดูนะ

– เปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 2-3 เดือน

แปรงสีฟันถือเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่ดีอย่างหนึ่ง ลองนึกดูสิว่าทุกวันที่เราแปรงฟัน เชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปากก็จะติดไปอยู่กับแปรงสีฟัน และถ้าเราทำความสะอาดแปรงสีฟันไม่ดี เชื้อเหล่านั้นก็จะยังเจริญเติบโตต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อเราหยิบมาแปรงฟันอีกครั้งเชื้อเหล่านั้นก็จะกลับเข้าไปอยู่ในปากเพิ่มมากขึ้น แค่คิดก็สยองแล้ว ฉะนั้นเปลี่ยนแปรงสีฟันบ่อยหน่อยดีกว่าเนอะ

ดับกลิ่นปาก

– รับประทานผักสด ๆ ให้มากขึ้น

การรับประทานผักสด ๆ อย่างแครอต ขึ้นฉ่าย หรือแอปเปิลสด ๆ ไฟเบอร์จากผัก-ผลไม้เหล่านี้จะช่วยให้กลิ่นปากหายไปได้ เพราะวิตามินและแร่ธาตุเหล่านี้จะเข้าไปช่วยสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงทำให้ร่างกายสามารถสร้างสารที่จะมาต่อสู้กับแบคทีเรียในร่างกายได้มากขึ้น ส่งผลให้น้ำลายของเรามีประสิทธิภาพในการขจัดเชื้อแบคทีเรียในช่องปากได้ดีขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้การเคี้ยวผักหรือผลไม้ที่สดกรอบก็จะช่วยกำจัดคราบแบคทีเรียในช่องปากออกไปได้อีกด้วย

– บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ

การบ้วนปากด้วยน้ำเกลือเป็นวิธีง่าย ๆ ในการขจัดกลิ่นปาก เพราะน้ำเกลือจะเข้าไปช่วยชะล้างเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในปากและคอออกไปได้มากขึ้น แต่ก็อย่าผสมน้ำเกลือจนเข้มข้นเกินไป ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดผลเสียกับสุขภาพตามมาได้เหมือนกัน

– เคี้ยวเปลือกส้มหรือเปลือกมะนาว

กรดซิตริกในมะนาวมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับกรดในน้ำลายที่แม้จะเจือจางแต่ก็สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในช่องปากได้ การนำเปลือกมะนาวหรือเปลือกส้มที่คั้นน้ำแล้วมาเคี้ยวสักครู่จะช่วยให้แบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นลดลงได้ แต่หลังจากเคี้ยวแล้วก็อย่าลืมบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดด้วย เพราะเจ้ากรดชนิดนี้หากทิ้งไว้ในปากนาน ๆ ก็กัดกร่อนเนื้อฟันได้เหมือนกันค่ะ

ดับกลิ่นปาก

– รับประทานอาหารที่มีโปรไบโอติกส์ให้มากขึ้น

ระบบขับถ่ายที่ผิดปกติ สามารถทำให้เกิดกลิ่นปากได้ เพราะเมื่อคนเราเกิดปัญหาเรื่องระบบขับถ่ายอย่างเช่น ท้องผูก ก็จะทำให้ร่างกายไม่สามารถขจัดสารพิษในร่างกายออกไปได้หมด ส่งผลให้สารพิษตกค้างอยู่ในร่างกายและเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ตลบอบอวลอยู่ในกระเพาะและลำไส้ และกลิ่นนั้นก็อาจจะขึ้นมาถึงระบบทางเดินอาหารส่วนบนขึ้นสู่ปากกลายเป็นกลิ่นปากเหม็นตุ ๆ ได้ การรับประทานอาหารที่มีโปรไบโอติกส์ อย่างเช่น โยเกิร์ต ให้มากขึ้นจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ไม่มีสารพิษตกค้างในร่างกายและขจัดกลิ่นปากไปได้เช่นกัน

– รับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสีให้เพียงพอ

กลิ่นปากบางครั้งก็มาจากการขาดสารอาหารบางชนิด อย่างเช่น สังกะสี เป็นต้น เพราะสังกะสีนั้นมีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคที่เป็นอันตราย การรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสีอย่าง ฟักทอง โกโก้ และเครื่องในสัตว์ สามารถช่วยเพิ่มสังกะสีในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีความสามารถในการต่อสู้แบคทีเรียมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเรื่องระบบไหลเวียนของเลือดและป้องกันโรคกระดูกพรุนได้อีก ดีหลายทางแบบนี้ก็อย่าพลาดเด็ดขาด

– เคี้ยวสมุนไพรหรือเครื่องเทศสด ๆ

สมุนไพรและเครื่องเทศที่ว่านี้ก็ได้แก่ ใบพาร์สลีย์ โหระพา สะระแหน่ เพราะสมุนไพรเหล่านี้นอกจากจะมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ช่วยให้กลิ่นปากหอมสดชื่นได้แล้ว สารคลอโรฟิลล์ที่มีในสมุนไพรก็ยังช่วยลดกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วยล่ะ ปริมาณในการเคี้ยวก็ไม่ต้องเยอะมาก เพียงแค่กิ่งเล็ก ๆ ก็พอแล้วค่ะ แบบนี้ก็ไม่ต้องพึ่งพาลูกอมแล้วล่ะเนอะ

ดับกลิ่นปาก
– แปรงฟันบ่อย ๆ และหมั่นทำความสะอาดลิ้น

เราได้เรียนรู้กันมาตั้งแต่เด็กว่าควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง แต่ถ้าต้องการให้ช่องปากสะอาดมากขึ้นก็ควรแปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหารสัก 15-30 นาทีจะดีที่สุด และถ้าเป็นไปได้ก็ควรทำความสะอาดลิ้นบ่อย ๆ เพราะคราบฝ้าขาว ๆ บนลิ้นก็เป็นตัวการทำให้เกิดกลิ่นปากได้เหมือนกัน

– หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีกลิ่นแรง

ถ้าการรับประทานอาหารเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปากก็ควรหันมาระมัดระวังในการรับประทานอาหารมากขึ้น เลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นแรง อาทิ กระเทียม ต้นหอม หรือของหมักดอง เท่านี้กลิ่นปากก็จะไม่มากวนใจแน่นอน

วิธีป้องกันการเกิดกลิ่นปาก

แม้ว่าเราจะมีวิธีดับกลิ่นปากที่ได้ผลชะงัดแล้ว แต่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุก็เป็นวิธีการดับกลิ่นปากอย่างถาวรที่ดีกว่า โดยวิธีการป้องกันการเกิดกลิ่นปากที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ การไปพบทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือน เพื่อตรวจสุขภาพฟัน เพราะอาการฟันผุ หรือคราบหินปูนก็ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ อีกทั้งยังควรแปรงฟันให้สะอาด บ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากทุกครั้งหลังแปรงฟัน และใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อขจัดเศษอาหารที่แปรงสีฟันขจัดออกไม่หมด ขณะที่ควรจะลด ละ เลิกสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปเลยจะดีที่สุด เท่านี้ก็หมดกังวลเรื่องกลิ่นปากที่เกิดจากสุขภาพฟันได้เลยค่ะ

เห็นไหมคะว่าเรื่องกลิ่นปากไม่ใช่เรื่องยากที่จะแก้ไข ใครที่ประสบปัญหาอยู่ก็ลองทำตามดู จะได้รู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้น ไม่ต้องคอยเอามือป้องปากเวลาคุยอีกต่อไป…

สาเหตุ

สาเหตุ ที่ทำให้ จุดซ่อนเร้น มีกลิ่นเหม็น

สาเหตุ ที่ทำให้ จุดซ่อนเร้น มีกลิ่นเหม็น

สาเหตุ ที่ทำให้ จุดซ่อนเร้น มีกลิ่นเหม็น

สาเหตุ

ตามปกติ จุดซ่อนเร้น มันจะมีกลิ่นอยู่แล้วค่ะ แต่มันจะเป็นกลิ่นที่ไม่เหม็น และไม่ได้หอม กลิ่นอาจจะเปลี่ยนไปตามรอบเดือน หรือหลังมีเพศสัมพันธ์ แต่ถ้ามีกลิ่นเหม็นที่ผิดปกติไปจากเดิมมาก ๆ ก็ควรจะตรวจหาสาเหตุด้วยค่ะ เพราะว่ากลิ่นที่ผิดปกตินั้น อาจจะเกิดจาก 

1.ช่องคลอดอักเสบติดเชื้อ จากแบคทีเรีย ฝรั่งเขาให้บัญญัติ ของกลิ่นจากโรคนี้ว่าเหมือน กลิ่นปลาเน่า ค่ะ โดยอาจมีอาการร่วมกับตกขาวที่ผิดปกติ นอกจากนี้ ถ้ามีการติดเชื้อทริโคโมแนส ก็ทำให้มีกลิ่นได้เช่นกันค่ะ ส่วนช่องคลอดอักเสบจากเชื้อรา มักไม่ได้มาเด่น ๆ ด้วยเรื่องกลิ่น ค่ะ แต่จะเด่น ๆ ไปทางตกขาวที่เหมือนคราบนม ร่วมกันกับอาการคันค่ะ ส่วนหนองในคลามีเดีย มักไม่ค่อยมาด้วยเรื่องกลิ่นค่ะ บาคาร่า

2.สุขอนามัยที่ไม่ดี

3.การลืมผ้าอนามัยชนิดสอด หรือมีสิ่งแปลกปลอมในช่องคลอด หมอเคยเจอ คนไข้ที่มาด้วยตกขาวมีกลิ่นรุนแรงค่ะ ตรวจภายใน เจอถุงยางอนามัยหลุดอยู่ คนไข้ก็จำไม่ได้ว่าหลุดมาตั้งแต่วันไหน ดังนั้น หลังเสร็จกิจโปรดตรวจสอบสัมภาระของท่านด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็น ถุงยาง ของเล่น หรือสิ่งใด ๆ อย่าให้ตกค้างในช่องคลอดนะคะ

4.มะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งช่องคลอด
มะเร็ง ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้มีกลิ่นที่ผิดปกติเช่นกันค่ะ ดังนั้นสาว ๆ อย่าอายหมอ ควรตรวจภายในประจำปี และตรวจมะเร็งปากมดลูกตามที่สูตินรีแพทย์แนะนำด้วยนะคะ ในกรณี กลิ่นที่ว่าน่าจะเกิดจากเหงื่อหลังการออกกำลังค่ะ เพราะบริเวณจุดซ่อนเร้นเป็นผิวหนังเหมือนบริเวณส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ที่มีทั้งต่อมเหงื่อ ต่อมไขมันค่ะ แถมยังเป็นบริเวณที่เป็นจุดซ่อนเร้นที่ซ่อนอยู่ในร่มผ้า ไม่ได้ออกมาผึ่งลม ทำให้มีความอับชื้น เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียซึ่งเป็นที่มาของกลิ่นได้ค่ะ

ดังนั้น ทางที่ดี ควรจะไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายในเพื่อหาสาเหตุ และรักษาตามสาเหตุ ส่วนคำแนะนำ นอกจากไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจภายในนั่นก็คือการดูแลสุขอนามัยของจุดซ่อน เร้นนะคะ ควรล้างจุดซ่อนเร้น (ล้างบริเวณภายนอกพอนะคะ ไม่ต้องแหย่ ล้วง ควัก เข้าไปถึงข้างในช่องคลอด) ล้างด้วยน้ำสะอาด สบู่อ่อน หลีกเลี่ยงสบู่ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม ไม่ควรสวนล้างช่องคลอดนะคะ และหลังออกกำลัง ควรอาบน้ำทันที เมืองไทยเป็นเมืองร้อนนะคะ เหงื่อออกง่าย หมักหมมกันง่าย…