วิธีทำให้ดูเด็ก

วิธีทำให้ดูเด็ก กับการเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดูเด็กตลอดกาล

วิธีทำให้ดูเด็ก ถ้าเกิดต้องการสวยใสราวกับตอนสาวๆจำเป็นต้องประพฤติตามนาฬิกาชีวภาพ

คงจะไม่มีใครอยากเป็น “ป้า” ที่ใบหน้าไปไวกว่าอายุ แต่ว่าทราบไหมว่าไม่มีความจำเป็นต้องไปฉีดนั่น ดึงนี้หรอกนะ เนื่องจากว่าพวกเราก็มองเด็กได้แบบไม่ต้องแอ๊บนิดหน่อยเดียว

06.00 น. WAKE UP

ลืมความเลื่อมใสไม่ถูกๆที่ว่ายิ่งนอนนานหน้ายิ่งเด็กไปได้เลย พญ. ลูกหญิงกานต์ รุจิพัฒนกุล กล่าวว่า หากต้องการสุขภาพแข็งแรง และก็มองอ่อนกว่าวัย คุณจำต้องดำรงชีวิตให้ตรงตามนาฬิกาชีวภาพ (Biological Clock) ซึ่ง 6 นาฬิการุ่งเช้านี่แหละเป็นในเวลาที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับเพื่อการยืนขึ้นจากเตียง

06.00-06.30 น. EXERCISE

กระตุ้นให้โลหิตไหลเวียนไปเลี้ยงเซลล์ผิวหนังพร้อมเสริมความอ่อนวัยให้หัวใจ (Young at Heart) ด้วยการออกกำลังแบบแอโรบิกที่มีการขยับเขยื้อนของกล้ามผูกใหญ่ตลอด ได้แก่ เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน กระโจนเชือกสัก 30 นาที (อย่างต่ำ 150 นาที) ต่ออาทิตย์

Note : บางทีก็อาจจะรองท้องก่อนบริหารร่างกายนิดหน่อยด้วยกล้วย 1 ผล หรือนมถั่วเหลืองจืดชืด 1 แก้วก็ได้

06.30-07.30 น. BREAKFAST

ถ้าต้องการมองเด็กและก็ต้องการคุมน้ำหนัก มื้อตอนเช้าสำคัญมากที่สุด รวมทั้งควรมีสารอาหารครบ เป็น มีแป้งเชิงซ้อนที่ดี เป็นต้นว่า ข้าวซ้อมมือ ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีต มีโปรตีนที่ดี ดังเช่นว่า ไข่ต้มหรือลวก นมถั่วเหลือง มีผักผลไม้ และก็ยังบางครั้งอาจจะเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระจากน้ำมะเขือเทศ หรือน้ำมะนาวที่คั้นสด แล้วก็จำต้องไม่เพิ่มน้ำตาลด้วย

07.30-08.00 น. SKIN CARE

ขั้นตอนสำหรับในการดูแลใบหน้าให้อ่อนวัยจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่การล้างหน้าล้างตาที่ถูก เลือกโฟมที่ใช้สำหรับล้างหน้าให้เหมาะสมกับภาวะผิว รวมทั้งถ้าคุณเป็นผู้ที่ผิวแห้งมากมาย แพทย์เสนอแนะว่า เวลาเช้าเพียงแค่ล้างด้วยน้ำกินก็พอเพียง ส่วนคนที่ซึ่งมีผิวเป็นแบบผิวมันเป็นสิวง่าย ก็บางครั้งอาจจะเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ แล้วต่อจากนั้น และก็ตามด้วยมอยส์พบไรเซอร์ตามภาวะผิว และก็ที่จำเป็นมากเลยก็คือครีมที่เอาไว้สำหรับป้องกันแสงแดดที่มีค่า SPF30 (เป็นต้นไป) แล้วก็จะต้องมีค่า PA+++

08.00-12.00 น. KEEP ACTIVE

ช่วงที่การทำงานระหว่างวันอย่านั่งต่อเนื่องกันนานๆเนื่องจากว่ามีการเรียนพบว่า การนั่งนานๆจะเพิ่มการเสี่ยงของโรคหัวใจได้เพียรพยายามหาช่องทางยืนขึ้นเดินไปเดินมา อาทิเช่น ไปทำสำเนา ไปหารืองาน นอกจากนั้น สำหรับสาวออฟฟิศที่จำเป็นต้องนั่งดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดวัน แพทย์ก็เสนอแนะให้กำหนดเวลาเลยว่า ทุกๆ20 นาทีคุณต้องพักสายตา โดยการมองไปไกลๆโดยยิ่งไปกว่านั้นดูต้นไม้ หรือบรรยากาศธรรมชาติสีเขียวๆสัก 20 วินาทีเป็นขั้นต่ำ

Caution : การเดินขึ้นบันไดเป็นเลิศกิจกรรมแอ็กหนฟ เพิ่มการเผาไหม้ แต่ว่าแพทย์เตือนว่า “อย่าเดินลงบันได” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณใส่ส้นสูง เพราะว่าน้ำหนักจะไปโหลดที่หัวเข่าและก็ข้อเท้า ทำให้ท่านปวดเมื่อแก่ขึ้น

12.00-13.00 น. LUNCH

ถึงเวลารับประทานก็จำเป็นต้องรับประทานให้ตามกำหนด โดยอาหารเที่ยงก็ควรจะมีแป้งเชิงซ้อนอย่างข้าวซ้อมมือ แล้วก็โปรตีนที่ดี เป็นต้นว่า เนื้อปลา ซึ่งปรุงโดยการนึ่งหรือต้ม รวมทั้งมีผักหรือผลไม้เพื่อได้สารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์

Say No ! : กาแฟแสนแพงอีกทั้งลาเต้ ค้างปูสิโน่ หรือเฉลียงมแก้วโปรด ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้ท่านขาดทุนทั้งหมด เพราะเหตุว่ามีแต่ว่าพลังงานจากน้ำตาล และก็เมื่อคุณได้รับพลังงานมากจนเกินไป การเผาที่เกิดขึ้นจะมีผลให้กำเนิดอนุมูลอสิระซึ่งเป็นตัวการรีบความแก่ ถ้าอยากได้คาเฟอีนมากมายระตุ้นให้ตื่นตัว พร้อมได้ประโยชน์อย่างเต็มเปี่ยมเลือกชาเขียวร้อนๆหรือกาแฟดำจะเยี่ยมที่สุด

13.00-17.00 น. STRETCHING

ขณะที่กำลังทำงาน นอกเหนือจากที่จะจำต้อง Keep Active แล้ว ควรจะเพิ่มการยืดดูหมิ่นเหยียดหยาม เพื่อคุ้มครองการปวดกล้ามคอกล้ามเนื้อสะบัก ที่พวกเราเรียกว่า Office Syndrome ด้วย รวมทั้งแม้คุณรู้สึกหิวขณะที่กำลังทำงาน ก็บางทีอาจรับประทานอาหารว่างคือผลไม้ที่รสไม่หวาน ดังเช่น ฝรั่ง แอปเปิล ฯลฯ

17.00-19.00 น. DINNER

มื้อในที่สุดของวันน่าจะจบลงก่อนหนึ่งทุ่มตรงเพื่อคุ้มครองป้องกันปัญหาด้านสุขภาพที่มาพร้อมด้วยการกินดึกดื่น ตัวอย่างเช่น กรดไหลย้อน แล้วก็เมื่อคุณอายุยงเยอะขึ้นเรื่อยๆการเผาก็จะต่ำลง หากต้องการรักษาหุ่น แพทย์เสนอแนะให้ท่านรับประทานอาหารเย็นแต่ว่าน้อย “บากบั่นรับประทานแป้งให้ต่ำที่สุด เน้นย้ำเป็นผักกับโปรตีนที่ดี และไม่ต้องกลัวว่าคุณจะขาดคาร์โบไฮเดรต ด้วยเหตุว่าถึงแม้ว่าจะคุณอดข้าวเลย ในผักรวมทั้งผลไม้ก็มีคาร์โบไฮเดรตอยู่”

Party Time : จริงๆถ้าหากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรจะหลีกเลี่ยง เนื่องจากแอลกอฮอล์เป็นตัวการที่จะทำให้ท่านแก่จากข้างในได้เร็ว แม้กระนั้นถ้าเกิดจะดื่มแล้วไม่ต้องการที่จะอยากแก่เร็ว ผู้หญิงห้ามเกิน 1 เสิร์ฟ ยกตัวอย่างเช่น เหล้าองุ่น 1 แก้ว หรือเบียร์สด 1 กระป๋อง ส่วนชายหนุ่มๆก็ไม่สมควรจะเกิน 2 เสิร์ฟ

19.00-19.30 น. CLEAN YOUR RACE

อย่าปลดปล่อยเมคอัพไว้บนหน้าข้ามคืน แพทย์กล่าวว่า “การนอนในขณะที่มีเครื่องแต่งตัวนี่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะว่าจะมีผลให้รูขุมขนกว้าง เครื่องแต่งหน้าอุตันตามรูขุมขน ด้วยเหตุดังกล่าว จำต้องล้างเครื่องแต่งหน้าให้สะอาด แล้วทามอยส์พบไรเซอร์ ผิวจะได้ไม่แห้ง”

Stop ! : คนใดกันแน่ที่ทำเป็นนิสัยทาแป้งก่อนนอนเลิกไปได้แล้ว ด้วยเหตุว่านี่แหละเป็นต้นเหตุของการอุดตัน

19.30-20.00 น. LET’S RELAX

คลายความเครียดที่สะสมมาตลอดวันด้วยการเล่นโยคะหรือนั่งสมาธิสักนิด เพราะเหตุว่าฮอร์โมนความเคร่งเครียดที่สะสมอยู่ เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ท่านนอนไม่ดี เมื่อนอนไม่ดี ฮอร์โมนต่างๆที่จะออกมาซ่อมบำรุงร่างกายก็จะดำเนินงานได้ไม่ดี เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แก่เร็ว

20.00-21.00 น. SHUT DOWN

ตั้งแต่สองทุ่มเป็นต้นไป เครื่องมืออิเล็กทรอนิกทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน เกือบจะเล็ตน่าจะถูกปิดลง “งดเว้นแชทหรือเล่นเกมก่อนนอน เพราะเหตุว่าแสงสว่างจากเครื่องมือเหล่านี้จะทำการกระตุ้นให้ท่านตื่น ทำให้นอนไม่ค่อยหลับหรือหลับฝันร้าย” แพทย์กล่าว

22.00 น. GO TO BED

สิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับความอ่อนวัยก็คือ “อย่านอนดึกดื่น” แพทย์ผิงชี้ว่า “ผู้ที่นอนดึกดื่นจะหน้าเด็กยาก เพราะว่าปัญหาขอบตาคล้ำ ตาบวม ตาเหี่ยวเฉา จะมาเยี่ยมถึงที่เหมาะสำคัญในช่วงเวลาที่พวกเรานอนก็เป็นช่วงๆที่ Growth Hormone หรือฮอร์โมนที่ความเยาว์วัยจะออกมาซ่อมร่างกายอีกด้วย”…

เซรั่มบำรุงหน้า

7 เซรั่มบำรุงหน้า 2019 บอกลาหน้าโทรม เผยผิวสวยกระจ่างใส

เซรั่มบำรุงหน้า ผ่านร้อนผ่านฝนกันมาผิวหน้าของผู้หญิงอาจจะเริ่มเสื่อมโทรม แถมริ้วรอยยังมาเยี่ยมแบบมิได้รับเชิญ งานกู้ผิวหน้าจำเป็นต้องมาแล้วล่ะจ้ะ พวกเราก็เลยคัดเลือกมาเน้นย้ำๆกับ 7 เซรั่มบำรุงหน้า ไอเทมเด็ดที่จะมาช่วยคืนความแจ่มใสให้กับผิวหน้า อย่าคอยช้า ไปดูกันเลยจ้ะ

7 เซรั่มบำรุงหน้า ที่พวกเราคัดเลือกมาแล้วว่าเด็ดจริงๆ

1. ESTEE LAUDER Advanced Night Repair Synchronized Recovery Complex II

เซรั่มตัว Top จากแบรนด์ดัง Estee Lauder ที่ร่ำลือกันว่าช่วยฟื้นฟูสภาพผิวให้มองกระดอนใสได้เพียงแค่เลวข้ามคืน ทำให้ท่านผู้หญิงสัมผัสผวนุ่มแจ่มใสอ่อนวัยโดยทันทีหลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้ว เส้นริ้วรอยมองดูลดน้อยลง มองสุขภาพผิวดี เปียกชื้นขึ้น อีกทั้งคุ้มครองป้องกันผิวจากการเช็ดกรังควานในทุกวันด้วย ในส่วนของเนื้อสัมผัสออกจะเข้มข้น แม้กระนั้นซึมไว ใช้แล้วไม่หนักหน้า ก็เลยเหมาะสมกับทุกภาวะผิวเลยจ้ะ จำนวน 50 ml. ราคา 4,700 บาท

2. Lancôme Advanced Genifique Serum

เซรั่มเนื้อบางเบาชิ้นนี้ผ่านการการันตีมาแล้วในหัวข้อการรู้สึกตัวบำรุงสัญญาณความอ่อนวัยของผิว เมื่อใช้แล้วผู้หญิงจะสัมผัสได้ถึงผิวที่เต่งตึง ยืดหยุ่นขึ้น คืนความผ่องใสให้ผิวมองร่างกายแข็งแรง ทั้งช่วยทำให้ปรับสีผิวบ่อย ทำให้หน้าดูกระนายสิบงใส ที่สำคัญเป็นพิจารณาได้ว่าริ้วรอยมองตื้นขึ้น ความหย่อนยานคล้อยลดลง เรียกว่าทั้งยังปรับภาวะผิวให้พร้อมรับการบำรุง รวมทั้งยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยที่วัยได้อีกด้วย จำนวน 30 ml. ราคา 4,100 บาท

3. Dior Capture Youth Serum

เซรั่มเพื่อผิวอ่อนวัย ตัวนี้กล่าวได้ว่ามีให้เลือกใช้กันหลายสูตรอย่างยิ่งจริงๆจ้ะ ไม่ว่าจะมีภาวะผิวแบบไหน ผู้หญิงก็เลือกบำรุงได้อย่างถูกจุด ไม่ว่าจะช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูกระนายสิบงใส, ช่วยทำให้ผิวแห้งหยาบมองอิ่มอกอิ่มใจ, ควบคุมความมัน, ลดลางเลือนรูขุมขน, ช่วยชูผิวที่หย่อนยานคล้อยให้กระชับ รวมทั้งยังช่วยทุเลารอยแดงจากการระคายเคืองได้อีกด้วย ซึ่งถ้าผู้หญิงมีปัญหาผิวแบบไหนก็เลือกสูตรนั้นมาบำรุงได้เลยจ้ะ จำนวน 30 ml. ราคา 4,100 บาท

4. BIOTHERM Life Plankton Clear Essence

น้ำตบไลฟ์ พลิกตอน สูตรเข้มข้น สารอาหารผิวแน่น ช่วยลดลางเลือนริ้วรอยรวมทั้งสัญญาณความโรยราของผิว สิ่งที่หลายท่านถูกใจก็คือเนื้อสัมผัสอันแสนจะบางเบาดุจน้ำ ก็เลยซึมสู่ผิวอย่างเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ หน้าดูกระนายสิบงใสขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น เปิดเผยผิวอ่อนวัยผ่องแผ้วเช่นเดียวกันกับผิวใหม่ได้ในช่วงเวลาไม่นาน ถ้าหากว่าใครก็ตามที่ได้ทดลองแล้ว มั่นใจว่าจะเป็นน้ำตบในดวงใจอีกชิ้นหนึ่งเลยล่ะ จำนวน 125 ml. ราคา 2,550 บาท

5. The Body Shop Drops of Youth Concentrate

เซรั่มที่ลือชื่อเรื่องช่วยชะลอรวมทั้งคุ้มครองป้องกันการเกิดริ้วรอยเริ่มแรกโดยยิ่งไปกว่านั้น ฟื้นฟูผิวอย่างลึกล้ำตามกรรมวิธีการธรรมชาติ โดยกระตุ้นการผลิตเซลล์ผิวใหม่ในชั้นผิวแทนที่เซลล์ผิวเก่าที่ย่อยสลาย ตัวนี้สาววัย 20 ต้นๆก็สามารถใช้ได้จ้ะ เพื่อความเนียนใสไม่มีริ้วรอยตั้งแต่ต้นเริ่ม และก็ช่วยทำให้ผิวหน้าสดใสเบิกบานใจ ดูเรียบเนียน กระชับ อ่อนวัย แล้วก็ยังเชื่อมั่นได้ว่าไม่มีอันตรายกับผิวหน้าอีกด้วยจ้ะ จำนวน 50 ml. ราคา 2,390 บาท

6. La Roche Posay Hyalu B5 Hyaluronic Acid Serum

เซรั่มมาแรงรายปีนี้ ที่จะต้องพูดว่าดีเลิศจริงๆเพราะเหตุว่าใช้แล้วหน้ามองอิ่มฟู รูขุมขนกระชับ ผิวมองเต่งตึงสุดๆจนถึงคนไหนกันก็ทักว่าหน้าเด็กลง และก็นอกเหนือจากการที่จะช่วยเติมเต็มความยืดหยุ่น ฟื้นฟูผิวให้นุ่มกระดอนแล้ว ยังบำรุงผิวที่แห้งด้านให้กลับมาสดชื่น อิ่มน้ำ และก็ลดลางเลือนริ้วรอยได้ในขวดเดียว สำหรับแบรนด์เวชสำอางนี้ สาวที่มีผิวเปราะบางแพ้ง่ายก็ใช้ได้สบายหายห่วงเลยจ้ะ จำนวน 30 ml. ราคา 1,500 บาท

7. Kiehl’s Clearly Corrective™ Dark Spot Solution

ไม่สนเท่ห์ใจที่เป็น Best Seller ของแบรนด์ กับเซรั่มที่ใช้แล้วไม่เพียงแต่ช่วยลดลางเลือนจุดด่างดำรวมทั้งรอยแผลเป็นจากสิว แม้กระนั้นยังช่วยทำให้ปรับสีผิวของพวกเราให้สว่างใสขึ้นด้วย ครั้งนี้ล่ะจ้ะ ความเชื่อมั่นและมั่นใจมาเต็ม พร้อมจะเสริมสวยบางๆได้ ไม่ต้องกลบรอยสิวอีกต่อไป แถมเซรั่มตัวนี้ยังไม่มีสี สารเคมี แล้วก็น้ำหอม สาวที่เป็นสิวง่าย ผิวเปราะบาง คงจะเลิฟเลย จำนวน 30 ml. ราคา 2,700 บาท…

แต่งหน้ารับปริญญา

แต่งหน้ารับปริญญา 3 ลุค 3 สไตล์ งามเบาๆเพื่อวันสำคัญ

แต่งหน้ารับปริญญา เพื่อวันสำคัญ

แต่งหน้ารับปริญญา จัดเต็มกับ 3 ลุค 3 สไตล์ เพื่อวันสำคัญ สำหรับผู้หญิงว่าที่บัณฑิตที่กำลังมองหาไอเดียการเสริมสวยด้วยตัวเอง บอกเลยว่าทั้งยัง 3 ลุคนี้แหละ งามเรียบร้อยเหมาะสมกับวันรับปริญญาสุดๆ

ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นเทศกาลที่วันรับปริญญาเลยก็ว่าได้ ด้วยเหตุว่าไม่ว่าจะมองดูไปทางไหนก็มองเห็นแต่ว่าผู้หญิงเตรียมความพร้อมหาช่างแต่งหน้าทำผมกันให้ล้วง แต่ว่าดังนี้สำหรับคุณผู้หญิงผู้ใดที่ไม่ค่อยจะมีงบประมาณสำหรับว่าจ้างช่างแต่งหน้าสักมากแค่ไหน วันนี้กระปุกดอทคอมมีทางออกมาให้ผู้หญิงกันแล้ว ด้วยการจัดเต็มฮาวทูเสริมสวยรับปริญญาด้วยตัวเองจากคุณ Jelly Fat Fish มาให้ผู้หญิงได้ลองแต่งตามกัน บอกเลยว่ามีตั้ง 3 ลุค 3 สไตล์ให้เลือก แถมแต่ละลุคก็ยังงามปังและก็ช่วยทำให้ผู้หญิงงามขึ้นกล้องถ่ายรูปได้แบบสุดๆตกลงว่าถูกใจแบบไหนก็ทดลองเลือกเอาไปฝึกมือแต่งตามกันได้เลยจ้ะ

เครื่องมือสำหรับเบสเมคอัพมีดังนี้

  • กันแดด MizuMi UV Water Serum SPF 50+ PA ++++
  • เบส Etude Beauty Shot Face Blur SPF 15 PA+
  • รองพื้น Modeling Liquid Foundation #YO02, Make up forever HD foundation #153
  • ไฮไลท์เนื้อครีม YSL touche eclat
  • แป้งทาตัว Candy Doll 01
  • บรอนเซอร์ 4U2 highlight & shading
    celebrity

เครื่องมือที่ใช้เขียนขนคิ้วมีดังนี้จ้ะ

  • ดินสอเขียนขนคิ้ว Cosluxe Slim Brow Pencil #Deep Brown
  • พาเลทขนคิ้วประเภทฝุ่นผง Lola eyebrow kit Brow101 #Blonde
  • มาสคาร่าขนคิ้ว Mille 3D Brow mascara #Deep Brown

ขั้นตอนแต่งตามีดังนี้

1. ก่อนแต่งตา ทาอายพนาเมอร์ให้ทั่วกลีบตา

2. ทาอายแชโดว์สีชมพู (1) ให้ทั่วกลีบตา

3. แตะต้องอายแชโดว์สีทองคำอ่อน (2) ลงรอบๆกึ่งกลางกลีบตา

4. เบลนอายแชโดว์สีม่วง (3) ลงรอบๆขอบตาให้กลมกลืน สีม่วงในพาเลทนี้เมื่อเบลนแล้ว จะมีสีน้ำตาลเจือมาด้วย ทำให้มองตาซอฟท์มากเพิ่มขึ้นจ้ะ

5. เขียนอายไลเนอร์ให้ติดขอบตา เลือกประเภทกันน้ำ จะมีผลให้เป๊ะตลอดวัน

6. ลงอายแชโดว์สีบลอนด์น้ำตาล (4) รอบๆหางตาล่าง

7. ลงอายแชโดว์สีขาวของ cartict บริเวณศีรษะตาถึงกึ่งกลางตาล่าง

8. ดัดขนตารวมทั้งปัดมาสคาร่าจำพวกกันน้ำทั้งยังบนรวมทั้งข้างล่าง รวมทั้งส่วนปลายของหัวมาสคาร่า แตะเบาๆที่ขอบตาข้างล่าง แทนการเขียนอายไลเนอร์

ด้วยเหตุว่าเนื้อมาสคาร่าแบบกันน้ำจะทนมากมาย ไม่เปื้อนเลอะตลอดวัน แม้กระนั้นระวังจำต้องสัมผัสอย่างเยือกเย็นนะคะ หากหนักมือไปจะเปลี่ยนเป็นใต้ตาเปรอะได้แรง

9. ติดขนตาเลียนแบบแบบตัดครึ่งรอบๆหางตา ให้หางตามีความยาวกว่ากึ่งกลางตาแล้วจัดขนตาให้แลดูอย่างเป็นธรรมชาติ (บางมหาวิทยาลัยไม่ให้ติดขนตาเลียนแบบ ก็ให้ปัดมาสคาร่าที่มีเส้นเส้นใย ช่วยเพิ่มความยาวของขนตาแทนนะคะ)…

ผิวขาวสวยกระจ่างขาวใสด้วย 5 สูตรขัดผิวจากกากกาแฟ

สูตรขัดผิวจากกากกาแฟ ผิวขาวสวยกระจ่างขาวใสด้วย

ทุกคนอาจจะเคยรับรู้กับประโยคที่ว่า ดื่มกาแฟแล้วทำให้แก่ ขอนำเสนอเสนออีกด้านหนึ่งของกาแฟจ้ะ ใช่ว่ามันจะมีผลให้แก่เร็วเป็นสิ่งเดียว เจ้าเม็ดกาแฟที่ผ่านการชงแล้วอย่าง “กากกาแฟ” มีคุณประโยชน์ต่อผิวของพวกเรามากมายๆ สูตรขัดผิวจากกากกาแฟ

ไปดู 5 สูตรขัดผิวสวยจากกากกาแฟ

สูตรที่ 1 กากกาแฟ 1 ถ้วยตวง เกลือป่นหยาบ 1 1/2 ถ้วยตวง น้ำมันที่สกัดจากมะพร้าว 1 ถ้วยตวง และก็น้ำมะนาว 5-15 หยด

ให้ผสมกากกาแฟกับเกลือป่นหยาบจนถึงเหมาะดี ใส่น้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะพร้าวแล้วก็น้ำมะนาวตามลงไป คนจะกว่าจะเข้ากัน ใส่เก็บเอาไว้ภายในโหลที่เป็นแก้วปิดฝาให้สนิท เวลาขัดผิวก็แบ่งมาใช้ได้บ่อยครั้งตามอยาก จะสามารถช่วยในการกำจัดคราบสิ่งสกปรกบนผิวให้สะอาด ขาวเนียน ผ่องใส

สูตรที่ 2 กากกาแฟ 1 ถ้วยตวง โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วยตวง มะขามแฉะ 1/2 ถ้วยตวง น้ำผึ้ง 1/2 ถ้วยตวง รวมทั้งน้ำกินน้อย

ผสมโยเกิร์ต มะขามแฉะ น้ำผึ้ง รวมทั้งน้ำกินจนกระทั่งเหมาะดีก่อน แล้วก็เลยเพิ่มเติมกากกาแฟตามลงไปผสมจนกระทั่งเหมาะ แล้วก็ใช้พอกเรียกตัวให้ทั่ว ทิ้งเอาไว้ราวๆ 15-20 นาที หรือจนกระทั่งแห้ง ก็ขัดตัวไปกับการล้างออก จะช่วยกำจัดคราบไคลรวมทั้งเซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออกได้ง่าย ยืนยันกาแฟขัดผิวสวยใสสูตรนี้ทำให้ผิวขาวใสขึ้นทันตา

สูตรที่ 3 กากกาแฟบด 2 ช้อนโต๊ะ ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ นมสดหรือโยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ และก็น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

ผสมส่วนประกอบทั้งหมดทั้งปวงให้เหมาะเอามาพอกให้ทั่วบริเวณใบหน้า หรือหากจะพอกตัวให้เพิ่มปริมาณส่วนประกอบได้ตามสมควร ต่อจากนั้นทิ้งเอาไว้ 15-20 นาที ขณะล้างออกก็ให้ขัดเบาๆไปด้วย จะช่วยทำให้บริเวณใบหน้าแล้วก็ผิวพรรณเปียกชื้น เบาๆขาวขึ้น ขัดผิวสวยใสด้วยกาแฟสูตรนี้ถ้าเกิดทำหลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้วจะเป็นข้าวเช้าชั้นหนึ่งสำหรับในการช่วยกระตุ้นความมีชีวิตชีวาให้แก่ผิว

สูตรที่ 4 กากกาแฟ 1 ถ้วยตวง รวมทั้งน้ำอุ่น 1 ถ้วยตวง

ผสมกันไปจนกว่าจะเข้ากันแล้วก็ใช้ขัดตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัญหาเซลลูไลต์ให้ถูเบาๆรอบๆที่เป็นราวๆ 10 นาที อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องกัน 1 เดือน รับประกันว่าขัดผิวสวยด้วยกากกาแฟสูตรนี้ เจ้าเซลลูไลต์ที่อยู่กับพวกเรามานานจะเบาๆหายไปได้

สูตรที่ 5 กากกาแฟ 1 ถ้วยตวง โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วยตวง รวมทั้งผงขมิ้น 2 ช้อนโต๊ะ

นำส่วนประกอบทั้งผองมาคนจะกว่าจะเข้ากัน แล้วก็ใช้ถูให้ทั่วตัว พอกทิ้งเอาไว้ 20 นาที ก็เลยล้างออกโดยการใช้นำที่สะอาด ผิวพรรณจะสะอาดรวมทั้งเนียนนุ่ม หรือจะใช้ขัดผิวหน้ารอบๆสิวเสี้ยนหรือที่สิวขึ้นง่าย ทิ้งเอาไว้ 20-30 นาที ล้างออกด้วยน้ำ ควรจะทาครีมหรือโลชั่นบำรุงโดยทันทีเพื่อปกป้องผิวแห้ง…

ปัญหาการแต่งหน้า

4 ปัญหาการแต่งหน้าที่เพศหญิงทุกคนจะต้องพบ พร้อมแนวทางแก้อย่างเห็นผล

ปัญหาการแต่งหน้า มั่นใจว่าผู้หญิงผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยที่ชอบในการแต่งหน้าทาปากรวมทั้งผู้ที่พึ่งฝึกฝนเสริมสวย จำเป็นต้องเจอกับปัญญาแล้วก็ปัญหาหลายแบบระหว่างการแต่ง ถึงแม้ว่าจะซื้อเครื่องแต่งหน้าราคาสูงมาก็สามารถประสบพบเจอกับปัญหาได้ ถ้าไม่เคยรู้เทคนิคสำหรับเพื่อการแต่งหน้าทาปากให้มีความสวยสดงดงามเป๊ะโดยไม่มีพลาด มาดูกันว่าปัญหาพวกนั้นเป็น อะไรบ้างแล้วก็มีแนวทางแก้เป็นเยี่ยงไร

4 ปัญหาการแต่งหน้า อะไรบ้างและก็มีทางแก้คืออะไร

1.รองพื้นเป็นคราบเปื้อน

เวลาทารองพื้นแรกๆก็จะมองเนียนกริบดีอยู่หรอก แต่ว่าพอเพียงช่วงเวลาผ่านไปก็เริ่มมีรอยเปื้อนบนบริเวณใบหน้า ทำให้มองไม่สวยเอาซะเลย มูลเหตุสำคัญๆของการที่รองพื้นเป็นคราบเปื้อนเป็น การเลือกรองพื้นที่ไม่ตรงกับภาวะผิวนั่นเอง ด้วยเหตุว่ารองพื้นมีทั้งยังสำหรับคนหน้ามันแล้วก็หน้าแห้ง ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงควรจะเลือกซื้อให้ตรงภาวะผิวพวกเรา นอกจากนั้นควรจะลงสรับประทานห่วงใยบนบริเวณใบหน้าก่อนเพื่อไม่ให้รองพื้นสัมผัสกับบริเวณใบหน้าโดยตรง หลังจากนั้นก็ตามด้วยไพรศรีเมอร์ที่ช่วยปรับให้ภาวะบริเวณใบหน้าให้มองเรียบเนียนแล้วก็ทำให้แต่งหน้าทาปากติดทนได้ตลอดทั้งวัน ที่สำคัญเป็น ควรที่จะเลือกสีรองพื้นให้เหมาะสมกับสีผิวด้วย เพื่อเป็นการป้องกันและไม่ให้หน้าลอยหรือหมองเหลือเกิน

2.ลิปสกปรกฟัน

การทาลิปสติกจะต้องพิจารณาให้ดีทุกคราวรวมทั้งหลายครามักประสบพบเจอปัญหาลิปเปรอะฟันเมื่อทาเสร็จแล้ว กลเม็ดกล้วยๆเพื่อเป็นการป้องกันและไม่ให้ลิปติดฟันเป็น เมื่อทาลิปสติกเสร็จให้เอานิ้วเข้าปากแล้วให้ริมฝีปากห่อรอบนิ้วก็จะมีผลให้ลิปที่อยู่บนริมฝีปากไม่ไปติดที่ฟันได้ นอกเหนือจากนี้การทาลิปสติกสำหรับผู้ที่มีริมฝีปากแห้ง อาจมีอุปสรรคต่อการทาลิปสติกได้ไม่สวยชี้แนะว่าให้ทาลิปสติคมันหรือลิปบาล์มบำรุงก่อนลงลิป ก็สามารถที่จะช่วยให้การทาลิปสติกได้งามเนียนไม่มีปัญหาปากแตกแน่ๆ

3.อายแชโดว์ลอยละล่อง

เมื่อลงอายแชโดว์คัดเลือกเบ้าตาได้สวยสดงดงามเสร็จแล้ว ก็มักมีปัญหาในเรื่องของผงอายแชโดว์ที่ลอยละล่องตกลงบนบริเวณใบหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนแก้มทำให้การแต่งหน้าทาปากเหลวได้ การแก้ไขปัญหาที่ตรงนี้เป็นให้ทดลองเปลี่ยนแปลงกรรมวิธีการเสริมสวยมอง ธรรมดาการลงอายแชโดว์จะอยู่ในขั้นตอนด้านหลังๆของการแต่งหน้าทาปากก็ให้แปรไปแต่งตาในขั้นแรกก่อนลงรองพื้นก็จะสามารถลบผงอายแชโดว์ที่ลอยละลิ่วตกลงมาที่แก้มก่อนทารองพื้นได้

4.อายไลเนอร์

คือปัญหาที่ผู้หญิงหลายๆคนพบเห็นสูงที่สุด การทาอายไลเนอร์เกิดเรื่องที่ยากมากมาย อุปสรรคต่อการทาให้เสมอกันทั้งสองข้างก็เลยคือปัญหาและก็ทำให้กรีดอายไลเนอร์ได้ครึ้มนั่นเอง ข้อเสนอเป็นให้กรีดอายไลเนอร์บางๆรวมทั้งติดขอบตาสูงที่สุด ปัญหาถัดมาเป็นอายไลเนอร์จางระหว่างวันสามารถแก้ได้อย่างง่ายๆโดยการลงอายพงเมอร์หรือคอนซีลเลอร์ที่กลีบตาก่อนแต่งตา

เพียงเท่านี้ปัญหาจากการเสริมสวยต่างๆก็สามารถปรับแก้ได้โดยที่ไม่ต้องล้างหน้าล้างตารวมทั้งแต่งหน้าทาปากใหม่ทั้งหมดทั้งปวงเพราะเหตุว่าจะมีผลให้สิ้นเปลืองเครื่องแต่งหน้า เพียงแค่แก้ปัญหากล้วยๆตามนี้ก็จะสามารถแต่งหน้าทาปากออกมาได้งามและก็ดูดีแล้วจ้ะ

 

แหล่งที่มา.. https://www.sanook.com/women/155941/

วิธีทำให้แก้มอมชมพู

วิธีทำให้แก้มอมชมพู ธรรมชาติ ดูร่างกายแข็งแรง แบบไม่ต้องจ่ายแพง

วิธีทำให้แก้มอมชมพู ธรรมชาติ ผู้หญิงคงจะอยากทราบว่าทำเช่นไรให้ผิวใส แก้มอมชมพู มองร่างกายแข็งแรง วันนี้พวกเรามีกลเม็ดทำให้แก้มอมชมพูแบบง่ายๆเป็นธรรมชาติมาฝาก

วันนี้รวม 7 วิธีทำให้แก้มอมชมพู ธรรมชาติ มาฝาก ยืนยันว่ากลเม็ดผิวสวยแต่ละข้อนั้นไม่ยากเหมือนอย่างที่คิด ที่สำคัญเป็นไม่เสียค่าใช้จ่ายแพงเลย จะมีแนวทางไหนบ้าง ตามไปดูกัน

1. นวดกดข้อด้อยปลายนิ้ว

ทราบไหมว่าการนวดช่วยให้แก้มอมชมพูได้นะ เพียงใช้ปลายนิ้วนวดกดเบาๆที่รอบๆแก้มทั้งสองข้าง โดยนวดวนจากแก้มฝั่งภายในที่ติดจมูก เฉือนออกไปข้างๆ ราวๆ 15-20 รอบ แนวทางลักษณะนี้จะก่อให้เลือดไปหล่อเลี้ยงผิวรวมทั้งกระตุ้นเส้นโลหิตฝาดให้ไหลเวียนได้ดิบได้ดีขึ้น

อีกแนวทางหนึ่งเป็นใช้ปลายนิ้วชี้รวมทั้งนิ้วกลางทั้งสองข้าง แตะต้องรอบๆกึ่งกลางแก้ม นวดวนเบาๆไล่ขึ้นตามแนวกระดูกโหนกแก้มไปถึงรอบๆขมับ หลังจากนั้นกดย้ำที่ขมับ 3 ครั้ง เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้หน้าใส แก้มอมชมพู ถ้าหากทำบ่อยเป็นประจำทุกวี่ทุกวันยังช่วยทำให้ดูอ่อนวัยอีกด้วย

2. สครับหน้าผลัดเซลล์ผิว

การสครับผิวหน้าจะช่วยจัดการสิ่งสกปรกหลงเหลือ อีกทั้งช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออก ทำให้ผู้หญิงสามารถเปิดเผยผิวใหม่ที่กระจ่างขาวใส แแก้มอมชมพูได้ ส่วนอุปกรณ์ทำสครับก็สามารถหาได้อย่างไม่ยากเย็นจากในห้องครัว ด้วยการผสมข้าวโอ๊ตกับน้ำผึ้งหรือนมเข้าด้วยกัน เอามาสครับผิวเสมอๆ 1-2 ครั้งต่ออาทิตย์ก็พอเพียงแล้ว

3. มาสก์หน้าด้วยมะเขือเทศ

หลายท่านอาจเคยทราบว่ารับประทานมะเขือเทศช่วยทำให้แก้มแดงได้ ไม่ผิดหรอกจ้ะ แต่ว่าสำหรับคนไหนกันที่รังเกียจรับประทานมะเขือเทศแล้วล่ะก็ ทดลองบำรุงผิวด้วยมาสก์มะเขือเทศก็ช่วยได้แบบเดียวกันนะ แค่นำมะเขือเทศลูกแดงๆมาบดอย่างรอบคอบ ผสมกับน้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ คนจะกว่าจะเข้ากัน เอามามาสก์บนบริเวณใบหน้าราวๆ 2-3 นาที แล้วนำขิงอ่อนปลอกเป็นแผ่นบางๆมาติดที่แก้มอีกทั้ง 2 ข้าง ทิ้งเอาไว้โดยประมาณ 5-10 นาที ขิงจะช่วยทำให้แก้มอมชมพู มองมีเลือดฝาดสุดๆแม้กระนั้นเสนอแนะให้ทำเพียงแค่อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง เพราะเหตุว่าถ้าเกิดทำเสมอๆผิวหน้าจะเปราะบางลงได้

หรืออีกแนวทางที่ง่ายหน่อยก็คือนำน้ำมะเขือเทศหรือผลมะเขือเทศที่ผ่านการคั้นน้ำออกไปแล้ว ไปแช่เย็นสักนิด แล้วมาทาให้ทั่วผิวหน้า ทิ้งเอาไว้โดยประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก ก็จะได้ผิวใสปิ๊ง แก้มอมชมพูแล้ว

4. บริหารร่างกาย

แนวทางแบบนี้ทำแล้วเห็นผลแน่ๆ ไม่ว่าจะบริหารร่างกายแบบคาดิโอ ฟิตเนส วิ่ง โยคะ หรืออื่นๆจากที่ถนัด นอกเหนือจากการที่จะทำให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว ยังช่วยดีท็อกซ์พิษออกไป กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ร่างกายสูบฉีดเลือดเจริญขึ้น ผิวพรรณก็เลยสดใสแจ่มใส แล้วก็ช่วยทำให้แก้มอมชมพูได้มากขึ้นด้วย ทดลองพินิจผู้หญิงสายสปอร์ตมองสิ ผิวดีเลิศเวอร์

5. กินน้ำมากมายๆ

การกินน้ำอย่างต่ำวันละ 6-8 แก้ว ไม่เพียงแค่จะช่วยเพิ่มความชื้นให้กับผิวเพียงแค่นั้นนะ แต่ว่ายังช่วยล้างพิษภายในร่างกายออกมาได้ด้วย โอกาสนี้ผิวของพวกเราก็จะมองแจ่มใส อิ่มน้ำ มองสุขภาพแข็งแรง แถมยังแก้มอมชมพูขึ้นได้อย่างง่ายดาย

6. ทานผักและก็ทานผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน

เคยทราบเพลงเด็กภูเขาใจดีมั้ย ? ที่เขากล่าวว่า “แก้มของคุณจะแดง แดงเสมือนสีแครอท” นี่ความจริงเลยล่ะ เนื่องจากการกินอาหารที่มีส่วนประกอบของเบต้าแคโรทีน จะช่วยทำนุบำรุงผิวพรรณรวมทั้งคุ้มครองผิวจากรังสียูวีในแสงตะวัน ซึ่งของกินที่ว่านี้ก็หาได้ง่ายๆเลย เพียงแค่ดูผักผลไม้ที่มีสีเหลือง ส้ม แดง และก็ผักใบเขียวไม่ว่าจะเป็นตำลึง มะเขือเทศ แครอท ฟักทอง พริกหวาน มะม่วง แตงโม ยิ่งถ้าเกิดกินพร้อมกันกับผักผลไม้ที่มีวิตามิน C และก็ E ก็จะยิ่งทำให้ผิวของผู้หญิงสุขภาพแข็งแรง แจ่มใส แก้มอมชมพูอ่อน

7. ล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำอุ่น

ถ้าเกิดต้องการกระตุ้นให้ผิวมองมีเลือดฝาดแบบง่ายที่สุด ทดลองล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำอุ่นมองสิ แม้กระนั้นจะต้องเอาเพียงแค่พอดิบพอดีๆสัมผัสแล้วสบายต่อผิวหน้า เพราะว่าน้ำอุ่นๆจะช่วยกระตุ้นให้ผิวตื่นตัว เส้นโลหิตรอบๆแก้มเด่นขัด เนื่องจากว่าเลือดสูบฉีดได้ดิบได้ดี เปลี่ยนเป็นผิวใส แก้มอมชมพูแบบธรรมชาติขึ้นมาได้ ราวกับแช่ออนเซ็นเลยล่ะ ! แม้กระนั้นข้อผิดพลาดก็คือแนวทางแบบนี้ทำให้แก้มมองอมชมพูอยู่เพียงแค่ครู่หนึ่งเพียงแค่นั้น…

วิธีแก้ศอกดำ

5 วิธีแก้ศอกดำให้กลับมาขาวเนียนใส คล้ำและก็แข็งเพียงใดก็เอาอยู่

วิธีแก้ศอกดำ

วิธีแก้ศอกดำ บ่อยที่จะต้องนั่งดำเนินงานบนโต๊ะนานๆแล้วชอบชูแขนขึ้นมาเท้าคางหรือใช้ศอกจนถึงกับเก้าอี้เมื่อรู้สึกอ่อนเพลีย ถ้าเกิดมิได้พินิจไหมได้รับการบำรุงดูแลผิวที่ดี ก็จะก่อให้ผิวรอบๆศอกแห้งหยาบรวมทั้งคล้ำขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นปัญหากวนโอ๊ยได้ไม่น้อย วันนี้พวกเราก็เลยมาช่วยชี้แนะแนวทางจัดแจงรวมทั้งปรับปรุงให้ศอกกลับมาขาวเนียนอย่างเดิมอีกที จำเป็นต้องทำเช่นไรบ้างนั้น ไปดูกันเลยจ้ะ

1.เปลี่ยนแปลงการกระทำการใช้ศอก
เนื่องแต่สิ่งที่ทำให้เกิดการเกิดปัญหาศอกดำก็มาจากความประพฤติปฏิบัติรวมทั้งท่าทีที่ถูกใจใช้ศอกอิงหรือเท้ากับโต๊ะ กระทั่งมีการเสียดสี ผิวแห้งหยาบ ด้านและก็คล้ำขึ้นได้สุดท้าย ด้วยเหตุผลดังกล่าว ถ้าหากอยากจัดการกับปัญหานี้อย่างคงทนก็จะต้องปรับปรุงการกระทำที่ได้กล่าวมาแล้วเหล่านี้พร้อมกันไปกับการบำรุงรักษาด้วยแนวทางอื่นๆแต่ว่าหากว่าไม่สามารถที่จะหลบหลีกได้จริงๆก็ควรจะหาวิธีลดแรงเสียดสี ยกตัวอย่างเช่น หาหมอนหรือผ้านุ่มๆมารองก่อนที่จะเท้าศอกลงไปกับพื้น

2.เพิ่มเติมความชื้นข้างหลังอาบน้ำ
แม้เผลอจนกระทั่งศอกทั้งคู่ด้านไปแล้ว ก็อย่าหนักใจไป ด้วยเหตุว่ายังมีแนวทางที่ยังช่วยปรับแก้ได้ เริ่มจากการบำรุงผิวกล้วยๆพักหลังจากอาบน้ำเสร็จ โดยเช็ดตัวให้แห้งหมาดๆแล้วใช้ออยล์บำรุงผิว หรือน้ำมันที่ทำจากมะพร้าวนวดกดเบาๆรอบๆศอกอีกทั้ง 2 ข้างตลอดนาน 5-10 นาที เพียงเท่านี้ก็จะช่วยฟื้นฟูศอกที่แห้งแข็ง ให้กลับมานุ่มเปียกชื้นได้ดังเดิมแล้ว

3.ทาโลชั่นรอบๆศอก
เหมือนกันกับการใช้ออยล์นวดกดรอบๆศอก การทาครีมที่มีไว้บำรุงผิวก็สามารถช่วยเพิ่มความชื้นให้กับผิวได้ พร้อมช่วยทำให้ภาวะผิวที่แห้งด้านให้เนียนนุ่มขึ้น แล้วก็ช่วยแก้ไขศอกดำได้อย่างดีเยี่ยม อย่างไรก็ดี อย่าลืมว่าครั้งใดก็ตามทาโลชั่นจะต้องทาให้ทั่ว อย่าจุดโฟกัสแค่เพียงแขนแล้วก็ขาเพียงแค่นั้น เพื่อผิวที่มองเนียนกระจ่างขาวใสเทียบเท่ากันทุกส่วน

4.พกแฮนด์ครีมช่วยบำรุงรักษาระหว่างวัน
ถ้ามีปัญหาผิวแห้งขาดน้ำหรือจำต้องดำเนินงานอยู่ภายในเขตพื้นที่ที่อากาศแห้ง ได้แก่ การนั่งดำเนินการในห้องเครื่องปรับอากาศ หรือในตอนระหว่างวันก็ควรจะพกแฮนด์ครีมหรือโลชั่นขวดเล็กๆไว้กับตัวเสมอ รวมทั้งหมั่นทาบ่อยๆที่มีความรู้สึกว่าผิวแห้ง ซึ่งจุดเด่นของแฮนด์ครีมเป็น มีส่วนผสมของสารบำรุงผิวที่เข้มข้น เนื้อบางเบาไม่เหนียวเหนอะหนะ รวมทั้งนำเอาง่าย สามารถเพิ่มความชื้นให้กับฝ่ามือรวมทั้งศอกได้จริง แถมยังได้ผลเร็วอีกด้วย

5.สครับผิวบ้าง เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิว
สิ่งสกปรกและก็มลพิษที่พวกเราจำเป็นต้องพบในทุกๆวัน แค่เพียงการอาบน้ำชำระร่างกายสิ่งเดียวบางครั้งก็อาจจะน้อยเกินไป ก็เลยส่งผลให้เกิดการสั่งสมของเชื้อโรคแล้วก็เซลล์ผิวที่ตายแล้วบนผิวหนังจำนวนมาก ด้วยเหตุผลดังกล่าวแนวทางขจัดปัญหานี้เป็น การสครับผิวเสมอๆนั่นเอง โดยบางทีอาจใช้เกลือสปา หรือสมุนไพรไทยต่างๆเพื่อช่วยปรับให้เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วหลุดลอกออกไปอย่างสะอาด ข้อเสนอแนะของการสครับผิวเป็น ไม่สมควรทำเกิน 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์ เนื่องจากว่าจะก่อให้ผิวหนังบาง ไวต่อแสงตะวันรวมทั้งไวต่อการเสียดสีจนถึงไม่ยุ่งยากต่อการคล้ำอีกที

ผิวศอกดำและก็ด้านคือปัญหากวนประสาทไม่น้อยในผู้หญิงสตรีคนไหนกันแน่ที่กำลังเจอกับปัญหานี้กันอยู่ ก็อย่าลืมนำแนวทางพื้นที่พวกเราชี้แนะให้ไปทดลองใช้กันมองนะคะ เพื่อผิวที่เรียบเนียนบ่อยกันทุกรูปร่างนั่นเอง…

อายครีมทายังไง

3 Step วิธีทาอายครีมคืนความแจ่มใสให้ดวงตาไม่เป็นแพนด้า

อายครีมทายังไง เปิดเผย 3 ขั้นตอนทาอายครีมคืนความแจ่มใสให้ดวงตาไม่เป็นแพนด้า

อายครีมทายังไง ถึงจะแก้ไขใต้ตาคล้ำได้ แล้วครีมทาหน้าที่ใช้อยู่ เอามาบำรุงใต้ตาแทนอายครีมได้ไหมนะ

ร่างกายของมนุษย์ล้วนมีความต้องการแล้วก็วิธีสำหรับดูแลที่ไม่เหมือนกันออกไป ไม่เว้นแม้กระทั้งความสวยสดงดงาม ถ้าต้องการผมงามก็จำต้องใช้ครีมนวดคุณภาพดี แม้ต้องการมีกลิ่นเต่าหอมๆก็ต้องหาน้ำหอมแบบติดทนมาใช้ แล้วถ้าหากต้องการมีดวงตางามใสก็จำเป็นต้องใช้ อายครีม (Eye Cream) มาทาถึงจะได้ผล แม้กระนั้นก็มีผู้คนจำนวนมากที่ละเลยปล่อยทิ้งอายครีมสักเยอะแค่ไหน หรือบางบุคคลอาจจะไม่ทราบด้วยว่าอายครีมเป็นยังไง

วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอมาเสนอแนะให้ผู้หญิงได้ทราบจะว่า อายครีม เป็นอย่างไร พร้อมเปิดเผยขั้นตอนอายครีมทายังยังไงถึงทำให้ดวงตากลับมางามแจ่มใสไม่คล้ำเป็นแพนด้า ถ้าเกิดอยากทราบและจากนั้นก็ตามมาอ่านกันเลย

อายครีม เป็นอย่างไร

อายครีม เป็น ครีมสำหรับบำรุงบริเวณดวงตาโดยยิ่งไปกว่านั้น เพราะว่าผิวส่วนนี้มีความเปราะบางและก็ระคายง่าย ถ้าเกิดใช้ครีมตัวอื่นซึ่งมี น้ำหอม สารกันเสีย หรือสารสกัดที่เข้มข้นเหลือเกิน อาจจะส่งผลให้เคืองตา บางทีอาจถึงกับขนาดเป็นผื่นคัน ตาบวมและก็ตาแดงได้นั่นเอง

ครีมทาหน้า ทาตาได้ไหม

ถ้าเกิดผู้หญิงคนใดกันแน่ต้องการลดขั้นตอนเกลียดชังใช้อายครีมแยกออกมาอีก 1 กระปุก สามารถใช้ครีมทาหน้ามาทารอบดวงตาได้เช่นเดียวกัน เพียงแค่ครีมนั้นจำต้องไม่มีน้ำหอม สารกันเสีย หรือ SPF สูงเกิน 15 เพราะว่าจะก่อให้แสบร้อนจนถึงร้องไห้ได้ ส่วนผู้ใดที่ใช้ครีมบำรุงสำหรับผิวแพ้ง่ายอยู่และเอามาทารอบดวงตาได้เลย โดยไม่ต้องกลัวว่าจะแพ้หรือระคาย

อายครีมทายังไง

ใช้อายครีมทาหน้าได้ไหม

อายครีมที่พวกเราใช้กัน เรื่องจริงและก็มีคุณลักษณะเหมือนครีมทาหน้าทั่วๆไป เพียงแต่มีความสุภาพมีมารยาทรวมทั้งเพิ่มความชื้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพียงเท่านั้น ถ้าจะเอามาทาแทนโลชั่นที่เอาไว้สำหรับบำรุงผิวหน้าก็ทำเป็น แม้กระนั้นบางทีก็อาจจะสิ้นเปลืองไปนิดหน่อย เหตุเพราะอายครีมจำนวนมากราคาแพงสูงรวมทั้งให้มาในจำนวนที่น้อยนั่นเอง

อายครีมทายังยังไง ใช้ขั้นตอนไหนถึงจะได้ผล

ภายหลังทาเซรั่มหรือเอสเซนส์เป็นระเบียบแล้ว ลำดับต่อไปก็คือการทาอายครีมนั่นเอง จบท้ายด้วยครีมที่มีไว้บำรุงผิวเค้าหน้ามธรรมดา ซึ่งแนวทางทาอายครีมให้ได้ผลนั้นก็สามารถทำเป็นกล้วยๆตาม 3 ขั้นตอนดังต่อไปนี้…

1. ใช้นิ้วนางแตะต้องเนื้อครีมขึ้นมา แล้วทาเป็นจุด 3 จุดใต้ดวงตา ส่วนบนดวงตาให้แต้มเป็น 2 จุด

2. คลำเนื้อครีมอย่างเบามือด้วยนิ้วนาง จากหัวตาไปยังหางตา ห้ามออกแรงมากสักเท่าไรนักด้วยเหตุว่าดวงตาบางทีอาจระบมหรือนำมาซึ่งริ้วรอยได้

3. ขั้นตอนสุดท้าย ใช้นิ้วนางซึ่งมีน้ำหนักผู้กระทำดค่อยที่สุด นวดกดจุดเบาๆตรงใต้ตา เพื่อผิวส่วนนั้นได้บรรเทา แล้วก็จะมีผลให้ความหมองคล้ำจางลงด้วยนั่นเอง

 

แหล่งที่มา.. https://women.kapook.com/view213801.html

วิธีทําให้หน้าใส

รวมวิธีทำให้หน้าใสอีกทั้งแบบการแพทย์ & ธรรมชาติ ได้ผล 100%

วิธีทําให้หน้าใส ด้วยตัวเอง

ไม่สมควรนอนมืดค่ำเกิน 4 ทุ่ม ควรจะนอนระหว่าง 3 ทุ่มถึงตี 4 และก็นอนพักให้พอเพียงอย่างต่ำวันละ 8 ชั่วโมง เพราะว่าการนอนมืดค่ำจะมีผลให้ระบบต่างๆภายในร่างกายเสีย ทำให้แก่สั้นลง ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเท้าหายใจ รวมทั้งระบบภูมิต้านทานโรคดำเนินการไม่ปกติ
บริหารร่างกายบ่อยๆวันแล้ววันเล่าหรือวันเว้นวัน อย่างต่ำวันละ 30 นาที ทำให้ สุขภาพผิวดี มองสดใสผุดผ่อง ผุดผ่องแจ่มใส แถมยังส่งผลให้มีสุขภาพทางร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

กินน้ำสะอาดขั้นต่ำวันละ 8 แก้ว เพราะเหตุว่าจะช่วยกำจัดของเสียออกมาจากร่างกาย ทำให้หน้ามองผ่องใส น้ำยังช่วยปรับให้กล้ามของพวกเรามีความชื้นไม่เหี่ยวย่นด้วย ซึ่งถ้าหากว่าร่างกายมีน้ำพอเพียงก็สามารถกำจัดของเสียกลุ่มนี้ออกมาได้มาก
กินผักและก็กินผลไม้สดบ่อยๆ ได้แก่ ส้ม ฝรั่ง กล้วย กีวี มะนาว มะเขือเทศ ฯลฯ ซึ่งจะก่อให้ร่างกายมีสุขภาพดียับยั้งโรคต่างๆทำให้ผิวสวย มองแจ่มใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
หลบหลีกการทานอาหารมันๆทุกประเภท ซึ่งจะมีผลให้หน้ามันและก็บางทีอาจกำเนิดสิวตามมาได้ หรือหากข่มใจมิได้ภายหลังรับประทานแล้วควรจะกินน้ำตามไปๆมาๆกๆ

วิธีทําให้หน้าใสด้วยอาหารเสริมแล้วก็เครื่องแต่งหน้า

อาหารเสริมและก็วิตามินที่ทำให้หน้าใสตัวหลักๆก็จะมี วิตามินซี และก็ตัวต่อมาที่เสนอแนะก็คือสารสกัดจากเม็ดองุ่น, วัวโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีคิวเท็น แล้วก็กลูต้าไธโอน

สรับประทานห่วงใยหรือเซรั่มบำรุงผิวอีกหนึ่งตัวช่วยหลักที่ช่วยทำให้ผิวหน้าของคุณขาวใสขึ้นได้ ซึ่งในตอนนี้ก็มีให้เลือกซื้อเลือกใช้อยู่ล้นหลามหลายแบรนด์ แม้กระนั้นสิ่งที่คุณควรจะพินิจพิเคราะห์ก่อนซื้อก็คือการเลือกสินค้าให้เหมาะสมกับภาวะผิวหน้าและก็ปัญหาของคุณ อาทิเช่น ถ้าหากคุณมีผิวหน้าหมองคล้ำ มีจุดด่างดำ สีผิวไม่บ่อยนัก และก็ภาวะผิวขาดความชื้น ก็ควรที่จะทำการเลือกสินค้าที่มีสารที่ช่วยด้านนี้โดยตรง อาทิเช่นสินค้า Olay White Radiance Light Perfecting Essence Serum เนื่องมาจากสินค้าตัวนี้มีสาร Niacinamide (Vitamin B3), Glycerin และก็ Xylitol ที่ช่วยเก็บกักเพิ่มเติมความชื้นให้ผิว, มีสารสกัด Sepitonic ที่ช่วยเพิ่มเติมความสว่างให้ผิวได้ลึกถึงในระดับเซลล์ผิวหนัง รวมทั้งมีสาร Sepiwhite กับ Hexyldecanol ที่ช่วยลดลางเลือนจุดด่างดำรวมทั้งปรับภาวะสีผิวที่ไม่บ่อยนักให้มองเรียบเนียน ซึ่งถ้าหากคุณใช้อย่างสม่ำเสมอแต่ละวันก็จะสามารถช่วยให้ผิวหน้าของคุณดูกระนายสิบงใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติได้ข้างใน 28 วัน

 

แหล่งที่มา.. https://medthai.com/

สูตรพอกหน้า

5 สูตรพอกหน้าด้วยมะเขือเทศ หน้าขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ

มะเขือเทศอุดมไปด้วยวิตามินซีและก็สารไลโคปีนที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างขาวใสดูอมชมพูอย่างเป็นธรรมชาติ นอกเหนือจากการรับประทานมะเขือเทศเพื่อผิวพรรณและก็สุขภาพที่ดีแล้ว ก็ยังมี สูตรพอกหน้า ด้วยมะเขือเทศเด็ดๆ5 สูตรที่พวกเราต้องการจะมาแบ่งปันให้ผู้หญิงได้ลองเอาไปทำตามอย่างกันด้วย จะมี สูตรหน้าใส ใดบ้างนั้น ตามไปดูกันเลยจ้ะ

5 สูตรพอกหน้า ด้วยมะเขือเทศ

1.มะเขือเทศเพียวๆ
เป็นสูตรที่ง่ายและก็เบสิคอย่างมาก ด้วยเหตุว่ามะเขือเทศจะช่วยทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างขาวสวยใสมองอมชมพูเพิ่มขึ้นเรื่อยๆนั่นเอง สามารถนำมะเขือเทศใหม่ๆมาล้างให้สะอาดแล้วฝานเป็นแผ่นบางๆแล้วหลังจากนั้นเอามาโปะให้ทั่วบริเวณใบหน้า ละเว้นรอบดวงตาไว้หรือไม่ก็นำมะเขือเทศบดละเอียดมาพอกหน้าทิ้งเอาไว้ตรงเวลาโดยประมาณ 15 – 20 นาทีแล้วล้างหน้าล้างตาตามเดิม ก็จะสามารถช่วยให้ผิวหน้ามองขาวกระจ่างขาวสวยใสอมชมพูได้ในทันที แล้วก็ถ้าเกิดใช้มะเขือเทศแช่เย็น ก็จะยิ่งทำให้ผิวรู้สึกเย็นชื่นบานเยอะขึ้น

2.มะเขือเทศกับน้ำผึ้ง
มะเขือเทศจะช่วยในเรื่องความขาวอมชมพู ส่วนน้ำผึ้งจะช่วยในเรื่องเกี่ยวกับการฆ่าเชื้อโรค ลดการอักเสบของสิวรวมทั้งช่วยทำให้ผิวนุ่มเปียกชื้น สามารถทำเป็นกล้วยๆโดยการนำมะเขือเทศบดละเอียดผสมกับน้ำผึ้งน้อย แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปพอกหน้าทิ้งเอาไว้ 15 – 20 นาทีแล้วต่อจากนั้นล้างออก จะมองเห็นได้ว่ารอยดำรอยแดงจากสิวจะเบาๆจางลงรวมทั้งได้ผิวหน้าที่เนียนนุ่มกระดอนเช่นเดียวกันกับผิวเด็กจริงๆ

3.มะเขือเทศกับแตงร้าน
แตงร้านจะช่วยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มเติมความชื้นให้กับผิว โดยให้นำมะเขือเทศแล้วก็แตงร้านปั่นมาผสมรวมกันให้ถี่ถ้วนแล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปพอกหน้าทิ้งเอาไว้ 15 – 20 นาทีหลังจากนั้นล้างออกโดยการใช้นำที่สะอาด จะได้ผลได้โดยทันทีว่าผิวหน้ามีความชื้น มองอิ่มน้ำแล้วก็อมชมพู

4.มะเขือเทศกับขมิ้นชัน
ขมิ้นชันจะช่วยทำให้ผิวขาวกระจ่างขาวใสและก็ช่วยในเรื่องของริ้วรอย แถมรูขุมขนก็ดูกระชับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งถ้าหากเอามาผสมกับมะเขือเทศก็จะยิ่งให้รีบความขาวใสบนบริเวณใบหน้าได้อย่างดีเยี่ยม ขั้นตอนการทำ ให้นำมะเขือเทศไปปั่นให้รอบคอบ ต่อจากนั้นนำผงขมิ้นผสมลงไปคนจะกว่าจะเข้ากัน แล้วค่อยนำไปพอกหน้าทิ้งเอาไว้ 20 นาที ต่อจากนั้นล้างออกจวบจนกระทั่งสีของขมิ้นจะออกหมด สูตรหน้าใสนี้จะช่วยทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนละเอียดจากรูขุมขนที่กระชับมากขึ้นเรื่อยๆ

5.มะเขือเทศกับโยเกิร์ต
สูตรหน้าใสนี้จะช่วยทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่มรวมทั้งขาวกระจ่างขาวใสอมชมพูจากมะเขือเทศ สามารถทำเป็นโดยการนำมะเขือเทศไปปั่นรวมกับโยเกิร์ตสูตรธรรมชาติ แล้วเอามาพอกหน้าทิ้งเอาไว้ 30 นาที จะมากมายหรือน้อยกว่านั้นก็ตามใจถูกใจ เพียงเท่านี้คุณก็จะได้ผิวที่เนียนนุ่มขาวใสเสมือนผิวเด็กอ่อนอย่างยิ่งจริงๆ

เป็นไงบ้างขาผู้หญิงสำหรับสูตรพอกหน้าพวกนี้ล้วนเป็นสูตรหน้าใสที่ทำเป็นง่ายและไม่สลับซับซ้อนเลยสักหน่อย สามารถนำไปพอกหน้าอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งติดต่อกันตรงเวลา 2-3 เดือนก็จะได้ผลได้อย่างแจ่มแจ้งแน่ๆ…