น้ำซาวข้าว

น้ำซาวข้าว ของดีอย่าทิ้ง ตัวช่วยที่ต้องมีติดบ้าน

น้ำซาวข้าว ประโยชน์เหลือล้น

น้ำซาวข้าว หรือ น้ำที่ได้จากการล้างข้าวสารก่อนหุง เป็นสิ่งที่หลายๆ คนมองข้าม เชื่อไหมคะว่า น้ำซาวข้าวที่เราเททิ้งกันทุกวัน นอกจากจะมีสารอาหารแล้ว ยังเป็นตัวช่วยดีๆ ในการทำความสะอาดอีกด้วย ทั้งประหยัด สารพัดประโยชน์ แถมออร์แกนิค ไม่ทำลายธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปลอดภัยแก่ผู้ใช้ เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ตามไปดูเคล็ดลับ และประโยชน์ดีๆ ที่นำมาฝากกันเลยดีกว่า รับรองว่าถ้ารู้แล้วจะไม่กล้าเททิ้งเลยล่ะ

น้ำซาวข้าว
1. น้ำซาวข้าวช่วยให้ผ้าข๊าวขาว
ให้ผ้าขาว สีหมองดูเก่า กลับมาเหมือนใหม่ใช้ได้อีกครั้ง ด้วยการนำผ้าขาวมาแช่ในน้ำซาวข้าวทิ้งไว้ประมาณ 3 – 4 วัน โดยแต่ละวันเราต้องเปลี่ยนน้ำซาวข้าวใหม่ทุกวันด้วยนะคะ เพื่อไม่ให้น้ำซาวข้าวบูด แล้วนำไปซักตามปกติ เท่านี้ก็ได้ผ้าข๊าวขาวแล้วค่ะ

น้ำซาวข้าว
2. คราบบนจานชามหายวับด้วยน้ำซาวข้าว
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ ว่าน้ำซาวข้าวสามารถล้างจานได้ แบบไร้คราบมัน ไร้กลิ่น เพียงนำมาผสมกับน้ำยาล้างจานเล็กน้อย แล้วขัดบริเวณที่เป็นคราบมันให้ทั่ว และนำมาล้างน้ำเปล่าตามปกติ คุณสมบัติของน้ำซาวข้าวคล้ายน้ำยาล้างจาน แต่ต่างตรงที่น้ำซาวข้าวจะช่วยขจัดคราบไขมัน กลิ่นคาว กลิ่นอาหาร แบบไม่ทิ้งสารตกค้างไว้บนเครื่องครัวอย่างแน่นอนค่ะ


3. น้ำซาวข้าวช่วยให้พื้นไม้สะอาดเงาวิ๊งแบบออร์แกนิค
พื้นไม้สะอาดวิ๊งสุดๆ แค่นำไม้ถูพื้นมาชุบกับน้ำซาวข้าว แล้วถูให้ทั่วตามบริเวณซอกมุมต่างๆ เสร็จแล้วก็ใช้ผ้าแห้งเช็ดตามอีกรอบ รอให้แห้ง เท่านี้ก็ช่วยให้พื้นบ้านสะอาดเงางาม โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี หมดกังวลสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก หรือสัตว์เลี้ยงไปได้เลยค่ะ

น้ำซาวข้าว
4. น้ำซาวข้าวล้างสารพิษที่ติดมากับผักผลไม้
สุขภาพของตนเองและคนในครอบครัวต้องมาเป็นที่หนึ่งเสมอ ถ้าคุณแม่บ้านจะเลือกซื้อผักผลไม้ทั้งทีต้องคัดสรรอย่างดี และปลอดสารพิษ แต่เพื่อให้แน่ใจ เราควรใช้ตัวช่วยในการล้างสารพิษอีกรอบจะดีกว่า ด้วยการใช้น้ำซาวข้าวล้างผักผลไม้ โดยนำไปล้างด้วยน้ำเปล่าหนึ่งรอบ จากนั้นนำมาแช่น้ำซาวข้าวทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที และนำมาล้างด้วยน้ำสะอาดอีกหนึ่งครั้ง เท่านี้ก็ช่วยขจัดสารพิษที่ติดมาให้ลดลงไปได้เยอะ กินอร่อย สบายใจ ปลอดภัยแน่นอน

น้ำซาวข้าว

5. กลิ่นคาวของอาหารทะเลจะหมดไป ถ้าใช้น้ำซาวข้าว
อาหารทะเลนั้นมีกลิ่นติดอุปกรณ์ทำครัวที่รุนแรง แต่ปัญหากลิ่นคาวนั้นจะหมดไป เพียงเติมน้ำซาวข้าวจำนวน 3 ถ้วย ตามด้วยการบีบมะกรูด หรือมะนาวจำนวน 3 – 5 ลูกลงไป คนให้เข้ากัน แล้วนำอาหารทะเลมาล้างทำความสะอาดให้ทั่ว และล้างน้ำเปล่าอีกรอบ เท่านี้อาหารทะเลก็จะไร้กลิ่นคาว พร้อมทำอาหารได้แล้วค่ะ

น้ำซาวข้าว
6. ขจัดกลิ่นติดมือแสนกวนใจง่ายๆ ด้วยน้ำซาวข้าว
หลังจากทำอาหารเสร็จ หลายคนคงเจอปัญหากลิ่นติดมือกันใช่ไหมคะ ทั้งกลิ่นคาว กลิ่นเครื่องเทศ เครื่องปรุงต่างๆ ล้างยังไงกลิ่นก็ไม่หาย ลองนำน้ำซาวข้าวมาล้างมือแทนน้ำเปล่าดูสิคะ จะพบว่ากลิ่นติดมือกวนใจพวกนี้จะหมดไป แถมมือยังนุ่ม อ่อนกว่าวัยไปอีก แอบกระซิบเพิ่มเติม ถ้าเติมน้ำมะกรูด หรือน้ำมะนาวเพิ่มลงไปด้วยเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขจัดกลิ่นมากขึ้น และหอมขึ้นอีกด้วย ลองทำตามกันดูนะคะ

น้ำซาวข้าว
7. น้ำซาวข้าวช่วยชุบชีวิตที่เหี่ยวเฉาให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง
บ้านใครมีไม้ดอก หรือไม้ประดับที่กำลังดูเหี่ยวเฉาอยู่ อย่าเพิ่งวิตกไปค่ะ ลองวิธีนี้ดูก่อน โดยนำน้ำซาวข้าวที่เหลือจากการใช้งานมารดน้ำดูสิคะ ในน้ำซาวข้าวมีสารอาหารอยู่มาก ถ้าหากนำไปรดต้นไม้เป็นประจำ จะช่วยบำรุงใบ และดอกให้เจริญงอกงาม กลับมามีชีวิตชีวาขึ้น หรือจะนำน้ำซาวข้าวไปผสมกับเศษอาหาร หรือส่วนผสมอื่นๆ ทำเป็นน้ำหมักชีวภาพไว้รดต้นไม้ก็ได้ประโยชน์ แถมประหยัดเงินซื้อปุ๋ยได้อีกด้วย

ประโยชน์เหลือล้นขนาดนี้ เททิ้งไม่ลงกันเลยใช่ไหมล่ะคะ แต่อย่าลืมว่าน้ำซาวข้าวครั้งแรกอาจมีสิ่งสกปรกเจือปนอยู่ ดังนั้นถ้าจะใช้น้ำซาวข้าวไปล้างภาชนะ หรือผัก ผลไม้ต่างๆ ควรใช้เป็นน้ำซาวข้าว น้ำที่ 2 จะดีกว่า และถ้าหากต้องการข้าวสารคุณภาพดี ราคาประหยัด มาหุงทานที่บ้าน

ท้องผูก

โรค ท้องผูก ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

ปัญหา ท้องผูก เชื่อว่า หลายๆ คนคงจะมีมาเป็นเวลานานและจะคิดไปว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ความเป็นจริงหากปล่อยให้ท้องผูกติดต่อกันเป็นเวลานานจนเรื้อรังอาจส่งผลให้เกิดผลเสียหลายอย่าง ทั้งทางร่างกาย รวมไปถึงผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ดังนั้นถ้ารู้เท่าทันอาการท้องผูกจะช่วยให้เรารับมือและปฏิบัติตัวได้อย่างถูกวิธี

เช็คกันแบบไหนที่เรียกว่าท้องผูก

ผู้คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า ท้องผูกหมายถึงการถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่จริงๆ แล้วอาการท้องผูกไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งหรือความสม่ำเสมอในการขับถ่าย ตราบใดที่สามารถถ่ายได้อย่างสบายๆ ไม่ต้องเบ่ง อุจจาระนิ่มจับตัวเป็นก้อนดี แม้ 2-3 วันจะถ่ายสักครั้งก็ไม่ถือว่าผิดปกติ

แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกว่า การขับถ่ายเป็นเรื่องยาก และหลายครั้งที่จะต้องอยู่ในห้องน้ำเป็นเวลานานหลายชั่วโมงเพื่อเบ่งถ่ายอุจจาระมากหรือเบ่งยาก อุจจาระแข็งมีลักษณะเป็นเม็ดกระสุนหรือเป็นก้อนแข็ง บางครั้งต้องใช้นิ้วล้วงช่วย ทำให้ถ่ายไม่สุดเหมือนมีอะไรมาอุดกั้นอยู่ รู้สึกอึดอัดแน่นท้อง ทั้งหมดนี้บ่งบอกว่าคุณมีอาการท้องผูกอย่างแน่นอน

ท้องผูก

ท้องผูกเกิดจากอะไร

1. โรคทางกาย เช่น เบาหวาน ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ แคลเซียมในเลือดสูง โรคทางสมองและไขสันหลัง เป็นต้น

2. โรคของลำไส้ เช่น มะเร็งหรือเนื้องอกของลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ลำไส้ตีบตัน ลำไส้บิดพับกัน ความผิดปกติที่ทวารหนัก เป็นต้น

3. ยาที่รับประทานประจำ เช่น ยาแก้แพ้บางชนิด ยากันชัก ยาลดความดันโลหิต ยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของมอร์ฟีน ธาตุเหล็กแคลเซียมอลูมิเนียม เป็นต้น

4. การทำงานของลำไส้หรือกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักควบคุมการขับถ่ายทำงานผิดปกติ เช่น การเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่ช้ากว่าปกติ กล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักทำงานไม่ประสานกับการเบ่งหรือภาวะลำไส้แปรปรวน

เช็คอาการเสี่ยงท้องผูกหรือไม่

1. มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 50 ปี
2. มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
3. มีอาการโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
4. ถ่ายอุจจาระดำหรือเป็นเลือดอาเจียนดำหรือเป็นเลือด
ท้องผูกจนมีอาการของลำไส้อุดตัน(ปวดท้องมากอึดอัดแน่นท้องคลื่นไส้อาเจียน)
5. น้ำหนักลดผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ
6. ท้องผูกที่รบกวนมากและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือรับประทานยาระบายเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น

ดังนั้นหากมีอาการเหล่านี้ควรรีบมาพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมที่ทำให้เกิดอาการท้องผูก เพราะปัญหาท้องผูกไม่ใช่เรื่องที่ควรละเลยหรือนิ่งนอนใจ หากปล่อยไว้ให้เรื้อรังอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างริดสีดวงทวาร เกิดแผลที่ทวารหนักหรือลำไส้ตรง ภาวะอุจจาระอัดแน่น รวมไปถึงอาจเป็นอาการแสดงเริ่มต้นของโรคและปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมา ซึ่งไม่เป็นผลดีกับร่างกายในระยะยาว

เมื่อ ท้องผูก แก้ได้อย่างไร

1. การปรับเปลี่ยนการทานอาหารการใช้ชีวิตให้ถูกต้อง ได้แก่ รับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่มีกากใยสูง
2. รับประทานยา (ไฟเบอร์และยาระบาย) เป็นหลัก
3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
4. ควรดื่มน้ำเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 5 ถึง 2 ลิตรต่อวัน
5. สร้างกิจวัตรในการถ่ายอุจจาระให้สม่ำเสมอและให้เป็นเวลา
6. หลีกเลี่ยงการใช้ยาระบายต่อเนื่องและยาวนานโดยไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องใช้ยา ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกร

และภายใน

อยากสวยทั้งภายนอก และภายใน ต้องจัด ผลไม้ 5 สี

ผู้หญิง และความสวยนั้นเป็นของคู่กันใช่ไหมล่ะคะ แต่จะดีแค่ไหน หากสาว ๆ ทุกคนสามารถสวยได้ทั้งภายนอก และภายใน นอกจากความสวยภายนอกที่เราสามารถแต่งเติมเสริมแต่งไปให้สวยได้ตามใจแล้ว ภายในก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยเช่นกันนะคะ เพราะเรื่องสุขภาพนั้นไม่เข้าใครออกใคร อีกทั้งยังไม่สามารถแต่งเติมอะไรเข้าไปได้อีกด้วย วันนี้ เราเลยอยากชวนสาว ๆ ไปทำความรู้จักกับ “ผลไม้ 5 สี” ที่จะช่วยให้สวยแบบเพรียบพร้อมทั้งภายนอก และภายใน พร้อมออกเดตในวาเลนไทน์นี้ด้วยความสวยและสุขภาพดีแบบครบครัน จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันค่ะ

อยากสวยทั้งภายนอก และภายใน

และภายใน
ผลไม้สีเขียว
สีเขียวของผลไม้นั้น ได้มาจากเม็ดสีของสารธรรมชาติที่เรียกว่า “คลอโรฟิลด์” ซึ่งสารชนิดนี้อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยทำให้ผิวพรรณสดใส และเปล่งปลั่ง ลดการเกิดริ้วรอย ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายได้ดี ลดอาการท้องผูกเนื่องจากอุดมไปด้วยกากใยธรรมชาติ และให้ไฟเบอร์สูง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง ให้พลังงานต่ำ จึงช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่น ฝรั่ง กีวี องุ่นเขียว แอปเปิ้ลเขียว หรือลูกแพร์สีเขียว ซึ่งปกติการกินแบบสด ๆ ดีที่สุดอยู่แล้ว แต่ถ้าจะนำมากินคู่กับอาหารชนิดอื่นก็ไม่เลวเลยทีเดียว เช่น สมูทตี้ หรือโยเกิร์ตผลไม้ ฯลฯ

ผลไม้สีแดง
สำหรับสีแดงนั้นได้มาจาก ไลโคปีน เบตาไซซีน และสารแอนโทไซยานิน ซึ่งสารต่าง ๆ เหล่านี้มีส่วน
ช่วยในการยับยั้งการเกิดมะเร็ง มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งกระเพาะอาหาร อีกทั้งยังเป็น
สารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ให้ประโยชน์มากมายเรื่องผิวพรรณ ช่วยทำให้แผลเป็นจางลง และช่วยลดการ
เกิดสิวอีกด้วย ผลไม้สีแดงที่หาทานได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่น สตรอเบอร์รี บีทรูท เชอรี แตงโม กระเจี๊ยบ
แดง และอื่น ๆ อีกมากมาย และจะดีแค่ไหนถ้าเรามาลองทำ ยำผลไม้สีแดง จัดจ้านถึงใจ ได้ความสดชื่น แบบนี้ก็น่าสนใจใช่ไหมล่ะคะ

ผลไม้สีขาว
กล้วย สาลี่ ลองกอง ลิ้นจี่ ลางสาด แห้ว ละมุด และพุทรา สีขาวของผลไม้เหล่านี้เกิดจากสารอาหารที่
เรียกว่า แซนโทน กรดไซแนปติก และอัลลิชิน ซึ่งสารต่าง ๆ เหล่านี้มีส่วนช่วยในการลดอาการอักเสบ
รักษาระดับน้ำตาลในเลือด มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ลดไขมันในเลือด ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ และความดันโลหิต ช่วยลดอาการปวดต่าง ๆ ตามข้อ และลดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งอีกด้วย ลอง
เลือกกินกล้วยหอมสุกตอนเช้า 1 ผล ตามด้วยน้ำเปล่าสักแก้ว แบบนี้ก็สวย และเป็นเมนูไดเอตได้อีก
ด้วย

ผลไม้สีเหลือง หรือสีส้ม
แคโรทีนอยด์ เป็นสารที่พบในผักผลไม้ที่มีสีเหลืองและสีส้ม อย่างเช่น ข้าวโพด มะม่วง เสาวรส แคนตาลูป สัปปะรด และ มะละกอเป็นต้น ซึ่งสารตัวนี้นั้นมีส่วนช่วยในการรักษาสุขภาพหัวใจ และหลอดเลือด ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยชะลอการเสื่อมถอยของจอประสาทตา มีส่วนช่วยพัฒนาการมองเห็นของเด็ก และสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและสดใส ลองมิกซ์ มะม่วง เสาวรสและสับปะรด มาปั่นกับโยเกิร์ตเป็น สมูทตี้ ดี ๆ สักแก้ว รับรองฟินเลยล่ะค่ะ

ผลไม้สีม่วง และน้ำเงิน
ปิดท้ายกันด้วย มันม่วง เผือก บลูเบอร์รี แบล็กเบอร์รี องุ่นสีม่วง ลูกพรุน และผลไม้อื่น ๆ ที่จัดอยู่ไหนผลไม้ตระกูลสีม่วง และน้ำเงิน ผลไม้เหล่านี้ได้รับเม็ดสีจากสาร แอนโทไซยานิน ซึ่งมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีและอีถึง 2 เท่า มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการไหลเวียนของหลอดเลือด และปกป้องหลอดเลือด ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจหลอดเลือดได้ มีส่วนในการยับยั้งเชื้ออีโคไลในทางเดินอาหาร ต่อต้านไวรัส

นอกจากจะต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่แล้ว หากสามารถกินผลไม้ให้ครบ 5 สีด้วยแล้ว ก็คงจะดีต่อสุขภาพของเราไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ เพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานดี ๆ เพราะใครจะรู้ว่าผลไม้แต่ละสีนั้นจะให้ประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย แถมผลไม้ส่วนใหญ่นั้นยังให้พลังงานต่ำ มีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวพรรณของสาว ๆ เปล่งปลั่ง และดูสุขภาพดีอีกด้วยค่ะ เกิดเป็นผู้หญิงทั้งทีจะสวยภายนอกจากเดียวคงไม่พอ ต้องดูแลมาจากข้างในด้วยนะคะ จะได้คงความสวยและความสุขภาพดีแบบนี้ไปนาน ๆ

เต้าฮวยลำไย ทำง่าย สูตรอร่อยยกบ้าน

เต้าฮวยลำไย หวานละมุน สดชื่น เหมาะกับอากาศในบ้าน เรามาก และก็ทานกันได้ทั้งครอบครัวด้วยนะคะ

สุดสัปดาห์นี้ ในวันที่อยู่บ้านสบาย ๆ และอยากลองทำเมนูขนมแบบไม่ยุ่งยาก วันนี้เราเลยมีเมนูสุดง่ายแต่ฟินความอร่อย “ เต้าฮวยลำไย ” กับการหาวัตถุดิบง่าย ๆ ที่หาซื้อได้ไม่าอยาก เตรียมจดสูตรความอร่อยกันได้เลยค่ะ

ส่วนผสม

1. วุ้นผงสำเร็จรูปสำหรับทำเต้าฮวย 1 ซอง
2. ลำไยกระป๋อง 1 กระป๋อง
3. น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง
4. ถ้วยสำหรับใส่เต้าฮวย 6 – 8 ถ้วย

วิธีทำ
1. เทผงเต้าฮวยลงในหม้อต้ม

เต้าฮวยลำไย
2. ใส่น้ำเปล่าที่เตรียมไว้ลงไปผสม คนให้ผงวุ้นละลายเข้าด้วยกัน
3. นำหม้อผสมตั้งไฟอ่อน คนจนเดือด จากนั้นคนต่อไปอีกประมาณ 5 – 7 นาที

เต้าฮวยลำไย
4. ยกหม้อออกจากเตา พักไว้ให้เย็น จากนั้นตักน้ำเต้าฮวยใส่ถ้วยที่เตรียมไว้ ประมาณ 2 : 3 ส่วน แล้วนำเข้าตู้เย็น ให้เต้าฮวยเซตตัวประมาณ 1 ชั่วโมง

เต้าฮวยลำไย
5. หลังจากแช่เต้าฮวยจนเซตตัวดีแล้ว นำออกจากตู้เย็น จากนั้นตักลำใยกระป๋องที่เตรียมไว้ใส่ลงในถ้วยเต้าฮวย
6. ตกแต่งให้สวยงาม

เต้าฮวยลำไย

เสร็จเรียบร้อยสำหรับเมนู “เต้าฮวยลำไย” ที่บอกได้คำเดียวว่า หวานละมุน สดชื่น เหมาะกับอากาศในบ้าน เรามาก และก็ทานกันได้ทั้งครอบครัวด้วยนะคะ ถ้าอยากลองทำทานดูที่บ้านละก็ ไม่ยากอย่างที่คิด รับรองเต้าฮวยลำไย ความสะดวกและอร่อยแน่นอนค่ะ…

ฮอร์โมน

ตรวจพบสารทาเลต ในตุ๊กตายางบีบ เกินค่ามาตรฐาน ส่งผลต่อ ฮอร์โมน เด็กผู้ชาย

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว และ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก เปิดเผยผลการสุ่มตรวจของเล่นเด็กที่เป็นพลาสติกพีวีซี พบว่ามีสารทาเลตเกินมาตรฐาน ส่งผลให้ ฮอร์โมน เด็กผู้ชายผิดปกติ

ฮอร์โมน

วันที่ 30 ต.ค. 62 ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล และ ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี จัดโครงการเฝ้าระวังสินค้าและบริการด้านสุขภาพ สุ่มเก็บตัวอย่างของเล่น และ ของใช้ประเภทพลาสติกพีวีซี จำนวน 51 ตัวอย่าง จากร้านค้าในห้างสรรพสินค้า ท้องตลาด และบริเวณหน้าโรงเรียน ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และในเว็บไซต์ออนไลน์ ในเดือนพฤษภาคม 2562 ส่งตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนของสารทาเลต (phthalates) 6 ชนิด ที่สกัดได้จากพลาสติก ยาง และสารเคลือบจากผิวของเล่นที่เด็กอาจสัมผัสถึง

ฮอร์โมน

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยผลทดสอบของเล่นที่สุ่มตรวจสารทาเลต ทั้งหมด 51 ตัวอย่าง พบว่า กลุ่มที่มีเครื่องหมายสัญลักษณ์มาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก. จำนวน 19 ตัวอย่าง พบทาเลตเกินเกณฑ์ 7 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 36.84 จาก 19 ตัวอย่าง และ กลุ่มที่ไม่มีเครื่องหมาย มอก. 32 ตัวอย่าง พบทาเลตเกินเกณฑ์ 11 ตัวอย่าง (คิดเป็นร้อยละ 34.38 จาก 11 ตัวอย่าง โดยรวมผลตรวจของเล่นที่พบทาเลตเกินมาตรฐาน คิดเป็นร้อยละ 35 จากทั้งหมด 51 ตัวอย่าง

ฮอร์โมน

ซึ่งผลการตรวจวิเคราะห์พบว่า ของเล่นและของคล้ายของเล่น ที่เด็กอาจนำมาเล่น ทั้งหมดจำนวน 51 ตัวอย่าง พบปริมาณสารทาเลตเกินกว่าค่ามาตรฐานสากล 18 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 35 โดยชนิดของทาเลตที่ตรวจพบมากที่สุดคือ บิส-2-เอทิลเฮกซิลทาเลต หรือ bis-(2-ethylhexyl phthalate) หรือ DEHP

โดยเฉพาะของเล่นประเภทตุ๊กตาบีบได้รูปสัตว์ชนิดต่างๆ พบว่ามีค่าทาเลตสูงมาก เช่น ยางบีบหมู ซึ่งตรวจพบปริมาณทาเลตรวม เท่ากับ 37.86 (หน่วยเป็นร้อยละเศษส่วนโดยมวล) แรคคูณสีเหลือง ตรวจพบปริมาณทาเลตรวม เท่ากับ 36.42 และ พะยูนสีเขียว ตรวจพบปริมาณทาเลตรวม เท่ากับ 35.74 ซึ่งมาตรฐานของเล่นสหภาพยุโรป มีเกณฑ์กำหนดสูงสุดของปริมาณรวมของอนุพันธ์ทาเลตในของเล่นทั่วไป และของเล่นสำหรับเด็กอายุ 3 ขวบ และมีส่วนที่นำเข้าปากได้ ไว้ไม่เกิน 0.1% โดยมวล

ฮอร์โมน

รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวนการศูนย์วิจัยเพื่อความปลอดภัยในเด็ก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ทาเลต เป็นกลุ่มของสารที่ส่วนใหญ่ใช้เป็นสารที่ผสมในพลาสติกชนิดพีวีซีเพื่อเพิ่มภาวะการคืนรูป ทาเลตไม่มีพันธะทางเคมีที่เชื่อมต่อกับพลาสติก ดังนั้นสารนี้จึงสามารถเคลื่อนย้ายออกจากผลิตภัณฑ์ไปเกาะติดกับสิ่งอื่นเช่นมือเมื่อมีการสัมผัสได้ ทาเลตมีหลายชนิด บางชนิดจัดว่าเป็นพิษต่อระบบการสืบพันธุ์และระบบต่อมไร้ท่อของร่างกาย โดยกลไกการออกฤทธิ์จะต้านแอนโดรเจนหรือฮอร์โมนเพศชาย ดังนั้นในมาตรฐานสากลและในหลายประเทศได้มีการควบคุมสารทาเลต

ส่วนประเทศไทย สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมได้ติดตามเรื่องนี้มานาน ได้จัดทำร่างแก้ไขมาตรฐานของเล่น มอก. 685/2540 ซึ่งมีอายุอานามเก่ากว่า 22 ปี ในฉบับร่างได้บรรจุเรื่องการควบคุมการใช้สารทาเลตไว้ 6 ชนิด โดยไม่ให้เกิน 0.1% พร้อมกับการเตรียมห้องทดสอบไว้พร้อมทำการตรวจเมื่อมีการประกาศใช้มาตรฐานนี้ ฉบับร่างนี้มีกระบวนการจัดทำมาอย่างละเอียดและใช้เวลานานหลายปี คาดว่าในปลายปีนี้จะประกาศใช้ ในฉบับร่างแก้ไขยังมีการเพิ่มเติมมาตรฐานความปลอดภัยของเล่นเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่อง ดังนั้นไม่ควรให้มีปัญหาใดที่จะทำให้การประกาศใช้ล่าช้าไปนานกว่านี้ เพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ ทุกคน

ฮอร์โมน

นอกจากนั้น หลังการประกาศใช้ ควรหาข้อตกลงใหม่ในการพัฒนาระบบการตรวจสอบของเล่นหลังการวางตลาดให้เข้มข้นขึ้น ปัจจุบันเน้นการตรวจก่อนการวางตลาดว่าเป็นไปตามข้อกำหนดหรือไม่ เป็นหน้าที่ของสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งมีภารกิจกำหนดมาตรฐาน เพื่อส่งเสริมคุณภาพผลิตภัณฑ์ อันจะส่งผลต่อเนื่องสู่การค้าขาย การส่งออก ทำให้การตรวจหลังการวางตลาดแล้วมีน้อยมาก หน่วยงานอื่นไม่สามารถเข้ามาตรวจได้ เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) หรือแม้แต่องค์กรท้องถิ่นเอง ก็ไม่สามารถส่งของเล่นที่วางขายในตลาดตัวเองเพื่อทำการตรวจสอบในห้องแลปได้

ฮอร์โมน

กับสุขภาพ

ยาลดน้ำหนัก คุ้มหรือไม่ กับสุขภาพ

กับสุขภาพ

ยาลดน้ำหนัก เป็นคำที่คุ้นเคยกันดีในหมู่คนที่มีน้ำหนักเกิน ซึ่งมักจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดจากชื่อว่า ยานี้คงจะไปละลายไขมันที่สะสมไว้ทั่วร่างกาย ซึ่งความจริงยาลักษณะแบบนี้ไม่มี แต่ถ้าเป็นยาลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว อาจจะเป็นพวกยาขับปัสสาวะ น้ำหนักที่ลดลงไปส่วนใหญ่ เป็นเพราะน้ำในร่างกาย ถูกขับออกอย่างรวดเร็ว กับสุขภาพ อาจมากจนกระทั่งร่างกายอ่อนเพลียและน้ำหนักจะกลับคืนมาเมื่อได้รับน้ำกลับเข้าร่างกายอีกครั้ง
กับสุขภาพ
ยาที่ใช้กันเป็นส่วนใหญ่ เป็นพวกยาที่ต้องการให้ผู้รับประทานเข้าไปเบื่ออาหาร ไม่มีความรู้สึกอยากอาหารเหมือนเดิม ยาเหล่านี้อาจมีฤทธิ์แทรกซ้อนได้ ซึ่งท่านควรที่จะศึกษาและถามไถ่จากผู้รู้เสียก่อน เพราะอาการแทรกซ้อนของยากลุ่มนี้อาจรุนแรงมากๆ ได้ เช่น เลือดออกในสมอง สมองขาดเลือดไปเลี้ยง เป็นต้น การใช้ยาเหล่านี้อาจทำให้ผู้ใช้เป็นประจำมีลักษณะคล้ายติดยาได้ บางรายอาจทำให้เกิดอาการทางจิตเวช ดังนั้นการใช้ยาควรอยู่ภายใต้การแนะนำ และควบคุมการใช้ยาโดยแพทย์จึงน่าจะปลอดภัยที่สุด

หากท่านตัดสินใจว่าจะต้องใช้ยาเพื่อลดน้ำหนัก ท่านต้องทำใจให้ได้ว่า ท่านมีโอกาสกลับมาอ้วน อีกได้ เพราะหากท่านเลิกใช้ยา แล้วกลับไปมีนิสัยบริโภคอาหารเช่นเดิม ดังนั้นยาลดน้ำหนักคงจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการลดน้ำหนัก เมื่อเปรียบเทียบกับการปรับเปลี่ยนวิธีการบริโภคอาหารให้เหมาะสมและการออกกำลังกาย…

การเสริมเต้านม

การเสริมเต้านม กับสิ่งที่ควรศึกษาในการทำ

วิธีการนี้จะ การเสริมเต้านม ที่เล็ก หรือหดตัวหลังคลอดบุตร หรือหลังจากการผ่าตัดเต้านมให้สมดุลกับเต้านมด้านตรงข้าม

ข้อคำนึงก่อนการผ่าตัด

– บุคคลใดที่เหมาะสมกับวิธีการนี้ บุคคลที่ประสงค์ให้ลักษณะเต้านมดีขึ้น และมีสุขภาพ และใจดี หวังผลให้พอเหมาะ บุคคลที่มีเต้านมหย่อนยานมาก อาจต้องใช้วิธีการดึงหนังให้ดึงคู่กับการเสริมเต้านมด้วย

– ข้าพเจ้าจะเริ่มขั้นตอนกับวิธีการนี้ได้อย่างไร คุณต้องปรึกษากับศัลยแพทย์ตกแต่งของคุณโดยตรง แพทย์จะวินิจฉัยถึงความเหมาะสม รายละเอียด ขนาด และชนิดของถุงเสริมที่ใช้ วิถีทางที่ใส่ และการหวังผลของคุณ

– วิธีการนี้ทำที่ไหน ดมยาหรือไม่ ใช้เวลานานเท่าใด วิธีการนี้โดยปรกติทำที่โรงพยาบาลฉีดยาชา หรือวางยาสลบ และใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง

– มีอะไรที่เป็นการเสี่ยง และข้อแทรกซ้อน หรือเกี่ยวข้องกับมะเร็ง การ เสริมเต้านมเป็นวิธีการที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา บางครั้งจะเกิดการอักเสบ หรือเลือดคั่งซึ่งต้องได้รับการแก้ไข บางท่านอาจเกิดการแข็งตึง จากการสร้างพังผืดขึ้นมาก การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ระยะหลังผ่าตัดมีความสำคัญมาก บางครั้งอาจต้องการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนถุงเสริม ยังไม่มีข้อบ่งชี้ถึงความเกี่ยวข้องกันระหว่างถุงเสริมเต้านมกับมะเร็ง แต่เมื่อตรง X-ray เต้านม ต้องบอกให้ผู้ถ่ายทราบด้วย

ข้อคำนึงหลังการผ่าตัด

ข้าพเจ้าจะรู้สึกอย่างไรหลังผ่าตัด ช่วงพักฟื้นจะนานเท่าใด จะรู้สึกปวดแผลหลังผ่าตัดแต่จะระงับได้ด้วยยาแก้ปวด และจะทุเลาลง ส่วนมากเพียงวันสองวัน โดยปรกติไม่ต้องอยู่โรงพยาบาล แต่บางท่านอาจเลือกที่จะอยู่ประมาณ 1-2 วัน ผ้าพันแผล อาจเปลี่ยนเป็นเสื้อชั้นในได้ ภายในไม่กี่วัน ตัดไหมภายในหนึ่งสัปดาห์ ท่านควรจะละเว้นจากการทำงาน หรือยกของหนัก ท่านอาจทำงานเป็นปรกติหลังจากหนึ่ง หรือหลายสัปดาห์ บางครั้งเต้านมอาจดูไม่สมดุลแต่เป็นเพียงชั่วคราว หรือเปลี่ยนความรู้สึกของหัวนม

การเสริมเต้านม

จะทำอย่างไรเพื่อให้หายเร็วขึ้น แพทย์ของท่านจะแนะนำการรักษาแผล และการนวดเพื่อลดโอกาสการสร้างพังผืดซึ่งจะทำให้เต้านมแข็งโดยทั่วไป ผลที่ได้จากวิธีการนี้เป็นอย่างไร เต้านมจะดูสมส่วน และเป็นธรรมชาติ และจะเพิ่มความมั่นใจในตัวคุณ ถ้าหากการหวังผลของคุณใกล้กับความจริง

การเสริมเต้านม

ค่าใช้จ่ายกับวิธีการนี้ ค่าใช้จ่ายรวมค่าแพทย์ศัลยกรรม การใช้โรงพยาบาล ถุงเสริม และค่าวิสัญญีแพทย์ คุณ และแพทย์อาจตกลงเป็นราคาเหมาได้

การเสริมเต้านม

ข้อคำนึงระหว่างการผ่าตัด

– การใส่ถุงเสริมทำได้กี่ทาง ทำได้ 3 ทาง

1. รอบ ๆ ฐานหัวนม
2. ระหว่างเต้านมส่วนล่างต่อกับหน้าอก
3. เข้าทางรักแร้ตามรอยย่น แพทย์จะใช้วิธีที่แตกต่างกันไปแล้วแต่จะชอบ และส่วนมากรอยแผลเป็นจะเห็นไม่ชัด
– วิธีการใส่ถุงเสริมเป็นอย่างไร

จากแผลกรีดดังกล่าว เลาะเนื้อเยื่อระหว่างเต้านม และกล้ามเนื้อทรวงอกเกิดเป็นช่องว่างขึ้น ใส่ถุงเสริมตามช่องว่างนี้

– ถุงเสริมโดยทั่วไปมีกี่ชนิด

โดย ทั่วไปสิ่งที่ใส่ในถุงเป็นเมือกซีลีโคน หรือน้ำเกลือ ถุงที่ใส่ทำจากซีลีโคนอย่างเรียบ และอีกอย่างหนึ่งเป็นแบบขรุขระ คุณควรจะปรึกษากับแพทย์ถึงข้อดี ข้อเสียของแต่ละชนิด

ยำไข่ต้มยางมะตูม

ยำไข่ต้มยางมะตูม เมนูเหมาะกับสาวๆ ที่กำลังลดความอ้วน

อยู่บ้านเหงาๆ แถมไม่อยากหาอะไรกินนอกบ้าน ก็ต้องพึ่งเมนูไข่ค่ะ กับเมนู ยำไข่ต้มยางมะตูม ทำง่ายและสะดวกสุด แค่นี้ก็เป็นเมนูวันหยุดที่ชนะเลิศแล้วค่ะ เมนูเหมาะกับสาวๆ

ยำไข่ต้มยางมะตูม

ยำไข่ต้มยางมะตูม

ส่วนผสม

1. ไข่เป็ด 6 ฟอง
2. น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
3. น้ำมะนาว 3 ช้อนโต้ะ
4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
5. พริกขี้หนูสวน 1 ช้อนโต๊ะ
6. หอมแดงซอย ¼ ถ้วย
7. ใบผักชีสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ

ยำไข่ต้มยางมะตูม

1. ล้างไข่เป็ดให้สะอาด ใส่ลงในหม้อ ใส่น้ำลงให้ท่วมไข่ ยกขึ้นตั้งบนไฟกลาง ต้มจนเดือด (ระหว่างต้มให้คนตลอดเวลา เพื่อให้ไข่แดงอยู่ตรงกลางเมื่อสุก) จับเวลาหลังน้ำเดือด 4 นาที แล้วตักไข่ต้มใส่อ่างน้ำเย็น ปอกเปลือกออก แล้วผ่าไข่เป็นสองซีกตามยาว ใส่จาน เตรียมไว้

ยำไข่ต้มยางมะตูม

2. ทำน้ำยำโดยใส่น้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำตาล ลงในถ้วย คนให้น้ำตาลละลาย ใส่พริกขี้หนู หอมแดง คนพอทั่ว พักไว้

ยำไข่ต้มยางมะตูม

3. จัดใข่ต้มลงในจานหรือถ้วย ตักน้ำยำราดพอทั่ว โรยใบผักชี เสิร์ฟ

ประโยชน์ของไข่ต้มยางมะตูม

1. อุดมไปด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องการ
2. ปลอดภัยกว่ากินไข่ดิบ
3. ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ
4. เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
5. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
6. บำรุงเล็บและเส้นผม
7. บำรุงสายตา
8. บำรุงสมอง
9. ช่วยลดและควบคุมน้ำหนัก
10. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://food.mthai.com/food-recipe/131381.html…

และสิ่งที่ควรระวัง

ต่อขนตาที่ปลอดภัย และสิ่งที่ควรระวัง

ต่อขนตาที่ปลอดภัย และสิ่งที่ควรระวัง

ต่อขนตาที่ปลอดภัย และสิ่งที่ควรระวัง

และสิ่งที่ควรระวัง

ปัจจุบันสาว ๆ หลายคนนิยมต่อขนตาให้ยาวขึ้น เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้กับใบหน้าและเสริมสร้างความมั่นใจ แต่การต่อขนตาก็อาจเสี่ยงทำให้ขนตาจริงตามธรรมชาติหลุดร่วงอย่างถาวร หรืออาจเกิดการติดเชื้อได้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจต่อขนตา ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัยและข้อควรระวังต่าง ๆ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับดวงตา

การต่อขนตาเป็นการต่อขนตาปลอมลงบนขนตาจริงแบบเส้นต่อเส้นด้วยกาวติดขนตา ซึ่งขนตาปลอมที่นำมาใช้มักจะเป็นเส้นใยสังเคราะห์อย่างไนลอน โดยช่างต่อขนตาจะใช้แหนบที่มีลักษณะยาวและแหลมคีบเส้นใยสังเคราะห์ป้ายกาวบาง ๆ แล้วติดลงบนขนตาจริงทีละเส้น

ทั้งนี้ การต่อขนตาแต่ละข้างอาจต้องใช้เส้นใยสังเคราะห์ที่มีความยาวแตกต่างกันประมาณ 40-100 เส้น โดยช่างจะใช้ขนตาปลอมเส้นที่ยาวที่สุดติดบนขนตาจริงที่ยาวที่สุดเช่นกัน เพื่อให้การต่อขนตานั้นดูเป็นธรรมชาติ

การต่อขนตาปลอดภัยหรือไม่ 

การต่อขนตาอาจเสี่ยงเป็นอันตรายต่อดวงตาได้ เพราะกาวที่ใช้ต่อขนตาอาจประกอบด้วยสารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง อาการแพ้ การติดเชื้อบริเวณกระจกตาหรือเปลือกตา และเปลือกตาบวมได้ ในขณะเดียวกัน ถ้าต้องการถอดขนตาที่ต่อออกก็อาจทำให้ขนตาจริงได้รับความเสียหายหรือหลุดร่วงออกมาด้วย เพราะขนตาที่ต่อนั้นสามารถอยู่ได้นานเพียงไม่กี่สัปดาห์ โดยจะร่วงหลุดไปพร้อมกับการผลัดขนตาจริงตามกลไกปกติของร่างกาย

ข้อควรระวังก่อนต่อขนตา

และสิ่งที่ควรระวัง

ก่อนตัดสินใจต่อขนตา ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน โดยคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

– ช่างต่อขนตา ควรเลือกใช้บริการกับช่างต่อขนตาที่มีใบอบรมหลักสูตรการต่อขนตาและใช้อุปกรณ์ต่อขนตาได้อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการระคายเคืองหรือการบาดเจ็บจากการต่อขนตา รวมทั้งตรวจสอบให้แน่ใจว่าช่างต่อขนตามีสุขลักษณะที่ดีและล้างมือก่อนเริ่มต่อขนตาเสมอ

– สถานประกอบการและผลิตภัณฑ์ เลือกสถานประกอบการที่ระบุส่วนประกอบและชนิดของกาวต่อขนตา เพราะบางรายอาจแพ้สารเคมีในกาวที่ใช้ต่อขนตา

– ราคา ค่าใช้จ่ายในการต่อขนตาควรเหมาะสมกับคุณภาพที่ได้รับ สถานประกอบการหรือช่างบางรายอาจตั้งราคาในการต่อขนตาไว้ค่อนข้างสูง จึงควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ

– ขนาดขนตา ขนาดขนตาที่เหมาะสมกับใบหน้าอาจไม่จำเป็นต้องยาวและหนาจนเกินไป เพื่อให้การต่อขนตานั้นดูธรรมชาติมากที่สุด

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นหลังต่อขนตา

 

และสิ่งที่ควรระวัง

 

 

 

 

หลังเข้ารับการต่อขนตา ควรหมั่นสังเกตอาการที่เป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอยู่เสมอ หากพบอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

– ตาแดง หรือสงสัยว่าเกิดการติดเชื้อที่ดวงตา
– มีอาการระคายเคือง
– สงสัยว่าเกิดอาการแพ้ เช่น เปลือกตาบวมผิดปกติ เป็นต้น

เคล็ดลับในการดูแลขนตา

แม้ว่าการต่อขนตาจะช่วยให้ขนตาดูยาวและหนาขึ้น แต่ก็อาจเสี่ยงทำให้ขนตาจริงหลุดออกอย่างถาวรได้ ซึ่งเคล็ดลับดังต่อไปนี้ อาจช่วยให้ขนตาจริงดูยาวงามตามธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งพาการต่อขนตา

– ล้างมาสคาร่าก่อนเข้านอน โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางที่อ่อนโยนต่อผิว และเช็ดทำความสะอาดเปลือกตาเบา ๆ

– เช็ดเนื้อมาสคาร่าส่วนเกินขณะมาสคาร่ายังเปียกอยู่ เพื่อไม่ให้ขนตาจับกันเป็นก้อน

– เปลี่ยนมาสคาร่าใหม่ทุก ๆ 3-6 เดือน เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ดวงตาได้

– ใช้ที่ดัดขนตาหนีบบริเวณเส้นขนตาเท่านั้น ไม่ดึงผิวเปลือกตา และหลีกเลี่ยงการกระตุกหรือขยี้ตา

– เมื่อมีอาการตาแดงหรือมีปัญหาอื่น ๆ เกี่ยวกับสุขภาพดวงตา ให้หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางบริเวณดวงตา

สิงห์อมควัน

นิโคติน “กับดัก” สิงห์อมควัน

นิโคติน “กับดัก” สิงห์อมควัน

นิโคติน “กับดัก” สิงห์อมควัน

สิงห์อมควัน

นิโคติน เป็นสารพิษที่พบตามธรรมชาติจากใบยาสูบเท่านั้น และถือเป็นกลุ่มที่สำคัญกลุ่มหนึ่ง ในสามกลุ่มหลักของสารเคมีที่พบในควันบุหรี่ นิโคตินจัดเป็นสารที่เมื่อคนเราเสพเข้าไปในร่างกายแล้ว จะทำให้ผู้เสพมีโอกาสติดได้ และอยากเสพต่อไปในอนาคตมากขึ้นเรื่อย ๆ ภายหลังการสูบบุหรี่เข้าไป

นิโคติน จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ในปอด และมีฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลางและสมองในระยะแรก แต่ต่อมาจะมีฤทธิ์กดระบบประสาท นิโคตินมีฤทธิ์ทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น จากการที่เส้นเลือดหดตัวและจะกระตุ้นหัวใจให้เต้นเร็วขึ้นด้วย ทำให้ใจสั่น ท้องอืดแน่น เบื่ออาหาร มึนงง ถ้าสูบต่อไปนาน ๆ จะทำให้หลอดเลือดตีบและอุดตัน ทำให้เกิดภยันตรายต่อหัวใจจากการขาดเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ บางรายทำให้เกิดหลอดเลือดปลายมือปลายเท้าอุดตัน ทำให้ปลายนิ้วมือนิ้วเท้าเน่า ถึงขนาดต้องตัดมือและตัดขาทิ้งก็มี นิโคตินในบุหรี่ถ้าเทียบความเลวร้ายจะเสมือนหนึ่งผู้สูบบุหรี่ได้รับสารไซยาไนค์

สิงห์อมควัน

แต่ที่ผู้สูบไม่เสียชีวิตทันทีเพราะสูบเข้าไปทีละเล็กทีละน้อย โดยบุหรี่ 1 มวน จะมีนิโคตินประมาณ 1 มิลลิกรัม ร่างกายจะเผาผลาญนิโคตินที่รับเข้าไปค่อนข้างรวดเร็วและขับออกจากร่างกายตลอดเวลา ทำให้ระดับนิโคตินในร่างกายไม่สูงพอที่จะทำให้ผู้สูบเสียชีวิตในทันทีได้ สำหรับขนาดของนิโคตินที่หากได้รับเข้าไปในร่างกายครั้งเดียวแล้วทำให้เสียชีวิตจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจเป็นอัมพาต คือ ประมาณ 60 มิลลิกรัม

สิงห์อมควัน

หวังว่าท่านคงจะทราบเรื่องเกี่ยวกับนิโคตินได้มากขึ้นแล้วนะคะ ท่านลองพิจารณาดูให้ถ่องแท้ว่าท่านต้องการนิโคตินจากการสูบบุหรี่จริงหรือ ? ของแถมที่เข้าไปกับนิโคตินในบุหรี่อีกคือสารก่อมะเร็งต่าง ๆ อีก 42 ชนิด มันจะคุ้มกันกับสุขภาพที่จะเสียหายไปในอนาคตหรือไม่ ? ถ้าหากท่านยังไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อนขอให้ตัดสินใจให้ดีนะคะ ส่วนผู้ที่สูบบุหรี่อยู่แล้วก็คงจะไม่สายเกินไปที่จะเลิกบุหรี่เพราะสองสิ่งแรกที่ท่านจะได้รับทันทีจากการเลิกสูบบุหรี่ก็คือ ตัวท่านรับสารพิษน้อยลงไป และบุญกุศลจากการที่ท่านจะไม่ทำร้ายผู้อื่นอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำร้ายคนในครอบครัวของท่านเอง…