เจ็บไม่จบเสี่ยงผิวพัง อันตรายจากการ WAX

เจ็บไม่จบเสี่ยงผิวพัง

เจ็บไม่จบเสี่ยงผิวพัง อันตรายจากการ WAX

ถ้าจะพูดกันถึงวิธีกำจัดขนที่สามารถกำจัดเส้นขนได้คราวละมาก ๆ การแว๊กซ์ขนก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่คนมักนึกถึง แม้ว่าในการแว็กซ์ขนแต่ละครั้งจะต้องแลกมากับความรู้สึกเจ็บ ๆ แสบ ๆ ที่ผิวบริเวณที่แว๊กซ์ขน แต่หลาย ๆ คนก็ยังรู้สึกว่าเป็นวิธีการกำจัดขนที่ดีที่สุด ทั้งที่จริง ๆ แล้วการแว็กซ์ขนนั้นเป็นวิธีกำจัดขนที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะนอกจากเป็นวิธีที่เจ็บแล้ว ก็ยังส่งผลเสียต่อผิวอย่างมากอีกด้วย และนี่คืออันตรายจากการแว๊กซ์ขน ขอบอกว่าไม่ได้มีแค่อาการเจ็บเท่านั้น แต่ยังอาจถึงขั้นทำผิวพังได้เลยทีเดียว  i99bet

1. ทำให้เกิดแผลเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็น
เรามักคิดว่าการแว๊กซ์ขนคือการกำจัดขนแบบถอนรากถอนโคน ทั้งที่จริง ๆ แล้ว การแว๊กซ์ขนเป็นเพียงการดึงเส้นขนออกจากรูขุมขน และส่วนใหญ่เส้นขนมักจะฉีกขาดออกจากรากขน และทำให้เกิดแผลเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็นใต้ผิวหนัง ไม่เพียงเท่านั้น การแว๊กซ์ขนยังอาจทำให้ผิวหนังชั้นนอกหลุดลอกออกมาและสร้างความเจ็บปวดให้ไม่น้อย ซึ่งหากทำติดต่อกันบ่อย ๆ บริเวณที่แว๊กซ์ขนอาจเกิดแผลเป็นให้ปวดใจได้ในที่สุด

2. รูขุมขนอักเสบ
แรงดึงจากการแว๊กซ์ขน นอกจากทำให้เกิดแผลเล็ก ๆ ที่ผิวหนังแล้ว ยังส่งผลถึงรูขุมขน ทำให้รูขุมขนเกิดอาการอักเสบมีลักษณะเป็นจุดแดงตามผิวหนัง ซึ่งต้องใช้เวลาหลายวันกว่ารอยแดงเหล่านั้นจะหายไป

3. เกิดการติดเชื้อ
บาดแผลเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นจากการแว็กซ์ที่เราไม่มองไม่เห็น นอกจากจะเป็นสาเหตุของอาการอักเสบของรูขุมขนแล้ว ก็ยังทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ เนื่องจากบริเวณบาดแผลเล็ก ๆ จะเป็นบริเวณที่เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ซึ่งถ้าหากเกิดการติดเชื้อแล้วก็จะยิ่งทำให้อาการอักเสบลุกลาม และเรื้อรังกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้

4. ขนคุด
การแว็กซ์ขนบ่อย ๆ จะทำให้เกิดแผลที่รูขุมขน จนเกิดความผิดปกติที่รูขุมขน เช่น มีเซลล์ผิวหนังงอกขึ้นใหม่ขวางรูขุมขน และทำให้เกิดการอุดตันที่รูขุมขนจนทำให้ขนไม่สามารถงอกขึ้นมาเหนือผิวหนังได้ แต่งอกย้อนลงไปใต้ผิวหนัง และกลายเป็นขนคุดได้ในที่สุด

นอกเหนือจากอันตรายจากการแว๊กซ์ขนข้างต้นแล้ว ที่มักพบได้บ่อยในการแว๊กซ์ขนคืออาการแพ้ ระคายเคืองของผิวหนังเนื่องจากสารที่นำใช้แว็กซ์ขน เนื่องจากสารที่นำมาใช้ในการแว็กซ์ขนมักมีส่วนประกอบของสารเคมี หรือแม้จะผลิตจากวัตถุดิบจากธรรมชาติก็อาจมีสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย หากเป็นคนที่มีผิวหนังบอบบางควรหลีกเลี่ยงการแว๊กซ์ขน และใช้วิธีการกำจัดขนด้วยวิธีอื่นจะดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวเกิดอาการแพ้ระคายเคือง หรือมีการอักเสบที่ไม่คาดคิด

ซึ่งถ้าหากต้องการตัดปัญหาการกำจัดขนที่ต้องทำซ้ำซาก และเสี่ยงต่ออันตรายกับผิว เลเซอร์กำจัดขนถาวร คือวิธีที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ ด้วยการใช้คลื่นพลังงานเลเซอร์ที่มีความปลอดภัยสูงในการทำลายรากขน ทำให้รากขนฝ่อตัวลงและหลุดร่วงไปในที่สุดโดยไม่ส่งผลใด ๆ ต่อผิวหนัง และถ้าหากทำครบตามคอร์สที่แนะนำคือ 5 – 8 ครั้งก็จะช่วยให้ขนบริเวณที่ทำไม่ขึ้นอีกเลย หรือหากมีเส้นขนขึ้นก็จะเป็นเพียงเส้นขนอ่อน ๆ เท่านั้น หมดปัญหาเรื่องการกำจัดขน และเพิ่มความมั่นใจด้วยผิวที่เรียบเนียนไร้กังวลอย่างที่คุณต้องการ

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.apexprofoundbeauty.com…

ตะคริวกลางคืน

ตะคริวกลางคืน การเป็นตะคริวอาจเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อส่วนใดของร่างกายก็ได้

ตะคริวกลางคืน อาการหดเกร็งที่ทำให้กล้ามเนื้อปวดและเป็นก้อนแข็ง ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน

ตะคริวกลางคืน

ตะคริวกลางคืน โดยที่ไม่สามารถบังคับได้ การเป็นตะคริวอาจเกิดขึ้นกับกล้ามเนื้อส่วนใดของร่างกายก็ได้ในบางรายอาจมีอาการตะคริวที่ขาในขณะนอนหลับตอนกลางคืน จนสะดุ้งตื่น หรือที่เรียกว่า ตะคริวกลางคืน (Nocturnal Leg Cramps)i99bet
ซึ่งตะคริวมักเกิดกับกล้ามเนื้อขาและพบได้บ่อยในคนวัยกลางคนและผู้สูงอายุ ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดตะคริว แต่พบว่าบางรายอาจสัมพันธ์กับการที่นั่งอยู่เป็นเวลานาน ๆ หรือมีการใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้นมากเกินไป การยืน หรือทำงานบนพื้นแข็ง เช่น คอนกรีตเป็นเวลานาน หรือนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น

นอกจากนี้พบว่าอาการตะคริวอาจสัมพันธ์กับภาวะต่าง ๆ ได้แก่ การตั้งครรภ์ ภาวะขาดน้ำ กลุ่มโรคทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ โรคต่อมไร้ท่อ หรือการรับประทานยาบางประเภท เช่น ยาขับปัสสาวะ เป็นต้น หากเกิดขึ้นบ่อยหรือรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมต่อไป

ตะคริวกลางคืนจัดการอย่างไร
หากไม่อยากเป็นตะคริวตอนกลางคืนหรือขณะนอนหลับ ควรนอนในท่าที่สบายผ่อนคลาย ใช้หมอนรองขา ให้สูงจากเตียงประมาณ 10 เซนติเมตร ห่มผ้าให้ความอบอุ่นกับร่างกาย รวมทั้งดื่มนมก่อนนอนเพื่อเพิ่มแคลเซียม และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ

ถ้าเป็นตะคริวขณะนอนหลับสามารถดูแลให้ดีขึ้นได้โดย
ยืดกล้ามเนื้อขา ยืดขาให้ตรง

กระดูกปลายเท้าขึ้นค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ 5-10 ครั้ง

นวดกล้ามเนื้อขาเป็นวงกลมไปเรื่อยๆ จนอาการดีขึ้น

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com…

เผยคำตอบความต่างขระหว่างผิวแห้งและผิดขาดน้ำ

เผยคำตอบความต่างขระหว่างผิวแห้งและผิดขาดน้ำ

เผยคำตอบความต่างขระหว่างผิวแห้งและผิดขาดน้ำ

เผยคำตอบความต่างขระหว่างผิวแห้งและผิดขาดน้ำ

เผยคำตอบความต่างขระหว่างผิวแห้งและผิดขาดน้ำ ผิวแห้ง กับ ผิวขาดน้ำ ฟังดูแล้วก็เหมือนจะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วสาเหตุของผิวทั้ง 2 อย่างนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีปัญหาผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำกันแน่

สาว ๆ หลายคนคงเคยประสบกับปัญหาผิวแห้งมาบ้างไม่มากก็น้อย ทั้งช่วงหน้าหนาวที่อากาศดูดเอาความชื้นจากร่างกายของเราไปจนผิวแห้งแตกลอก หรือจะเป็นช่วงหลังอาบน้ำแล้วลืมทาครีมบำรุง ผิวก็แห้งไปจนบางทีเราถึงกับออกอาการคันผิว ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันผิวหน้าของสาว ๆ บางคนกลับดูมันเยิ้ม กระดาษซับมันนับ 10 แผ่นก็เอาไม่อยู่ แต่มาตอนนี้ทำไมถึงมีผิวหน้าที่แห้งได้ แล้วจะนิยามให้ตัวเองเป็นคนผิวแบบใดกันแน่ เวลาซื้อครีมบำรุงผิวก็เลือกไม่ถูก ว่าสรุปแล้วเราเป็นคนผิวแห้งหรือผิวมัน แต่จริง ๆ แล้วปัญหาผิวแห้งมีเบื้องหลังซ่อนลึกมากกว่านั้น วันนี้กระปุกดอทคอมจะช่วยสาว ๆ แก้ไขข้อข้องใจกันว่าที่เราเป็นอยู่ตอนนี้ คือ ผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำกันแน่ แล้วอาการทั้ง 2 อย่าง แตกต่างกันมากไหม

ผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ ต่างกันอย่างไร

ผิวแห้งกับผิวขาดน้ำแตกต่างกันตรงที่ ผิวแห้งคือลักษณะของผิวพรรณที่มีมาแต่กำเนิด เช่นเดียวกันกับคนที่มีผิวมันและผิวผสมนั่นเอง ส่วนผิวขาดน้ำเป็นอาการที่เกิดได้กับคนทุกประเภทผิว จะเป็นสาวผิวมันเยิ้ม หรือสาว ๆ ที่มีผิวผสมต่างก็เกิดอาการผิวขาดน้ำได้ทั้งสิ้น โดยปัญหาผิวแห้งและผิวขาดน้ำนั้นจะมีลักษณะของอาการและวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้

สำหรับคำว่าผิวแห้งนั้นอย่างที่ทราบกันไปแล้วว่าใช้กับประเภทของผิว การสังเกตว่าใครมีผิวแห้ง ให้ลดการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือมอยส์เจอไรเซอร์ หากเป็นสาวผิวมันหรือผิวผสมเชื่อแน่ว่าจะต้องมีการผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิวชั้นบนจนทำให้หน้าดูฉ่ำวาว แต่สำหรับสาวผิวแห้งแล้วหากขาดการบำรุงไป รับรองได้ว่าผิวจะต้องแห้ง, ลอก, แดง จนเป็นขุยในที่สุด ซึ่งอาการผิวแห้งนี้ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากกรรมพันธุ์เสียมากกว่า เราไม่สามารถใช้เทคโนโลยีใดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการผิวแห้งได้เลย มีเพียงแค่การบำรุงไม่ให้ผิวแห้งหนักไปกว่าเดิมเท่านั้นเอง

สำหรับวิธีดูแลผิวสำหรับคนผิวแห้ง สาว ๆ ที่มีผิวแบบนี้ควรเลือกใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้าซึ่งมีความอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของสารที่ทำให้ผิวแห้งตึง ครีมบำรุงที่ใช้ก็ต้องมีความชุ่มชื้นมากพอ แม้แต่แป้งพัฟก็ต้องใช้แป้งพัฟสำหรับคนผิวแห้งโดยเฉพาะ ยิ่งเป็นเครื่องสำอางของโซนเกาหลีที่เน้นความฉ่ำก็จะยิ่งเหมาะมาก แต่ถ้าเกิดใช้แป้งพัฟเนื้อแมตต์คงได้เห็นริ้วรอยร่องลึกอย่างชัดเจนแน่นอน

อาการผิวขาดน้ำสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกสภาพผิว ต่อให้มีผิวมันเยิ้มแค่ไหนเมื่อถึงหน้าหนาวหรือนอนในที่อากาศเย็น ๆ ก็อาจประสบกับปัญหาผิวขาดน้ำได้อยู่ดี โดยอาการที่จะแสดงว่ามีปัญหาผิวขาดน้ำก็คือ ผิวแห้ง ลอกเป็นขุย เป็นต้น ทั้งนี้นอกจากอากาศเย็นจะทำให้เราขาดน้ำได้แล้ว การเผชิญหน้ากับแสงแดดโดยไม่ได้ทาครีมกันแดด เพื่อเป็นการปกป้องผิวก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวขาดน้ำได้เช่นกัน เนื่องจากรังสียูวีในแสงแดดได้เข้าไปทำลายคอลลาเจน รวมทั้งยังดูดเอาความชื้นบนผิวของเราออกไป นั่นจึงทำให้ผิวขาดน้ำได้ แม้จะเป็นช่วงหน้าร้อนก็ตาม

ทางที่ดี วิธีดูแลผิวเพื่อป้องกันผิวขาดน้ำ สาว ๆ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ ประมาณ 8 แก้วต่อวัน พร้อมทั้้งอย่าลืมทาครีมกันแดด SPF ตั้งแต่ 15 ขึ้นไป และต้องมี Pa +++ ทุก ๆ 2 ชั่วโมง เท่านี้ก็หมดกังวลเรื่องผิวขาดน้ำไปได้เลย

สังเกตได้ว่าอาการร่วมกันของทั้ง 2 ปัญหาผิวคือผิวจะดูแห้ง ลอกเป็นขุย ซึ่งมีปัจจัยหลักเรื่องความชุ่มชื้นในผิวไม่เพียงพอ ดังนั้นหากสาว ๆ คนไหนที่ไม่อยากมีริ้วรอยก่อนวัยอันเกิดจากอาการผิวแห้งและขาดน้ำ ก็ต้องเร่งบำรุงและเติมน้ำให้ผิวตลอดเวลา และต่อให้เป็นคนผิวมันแค่ไหนแต่ปัญหาผิวแห้งก็เกิดขึ้นได้เสมอหากดื่มน้ำไม่เพียงพอ และบำรุงผิวได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยปัญหาผิวพรรณคือสิ่งที่แก้ได้ยากมาก ดังนั้นต้องหาทางป้องกันเอาไว้ก่อนจะดีที่สุดนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.kapook.com

พอกหน้าด้วยไข่ขาวรักษาสิวเคลียร์ผิวหน้าให้ใส

พอกหน้าด้วยไข่ขาวรักษาสิวเคลียร์ผิวหน้าให้ใส

พอกหน้าด้วยไข่ขาวรักษาสิวเคลียร์ผิวหน้าให้ใส

พอกหน้าด้วยไข่ขาวรักษาสิวเคลียร์ผิวหน้าให้ใส หลาย ๆ คนคงรู้จักผงพิเศษตราร่มชูชีพกันดีอยู่แล้ว ในฐานะที่เป็นยาสำหรับรักษาแผลสดที่ได้ผลดีระดับหนึ่ง

อันเนื่องมาจากคุณสมบัติของตัวยาที่สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดีในราคาที่ไม่แพง จึงทำให้มีการนำมาทดลองใช้พอกหน้าไข่ขาวเพื่อรักษาสิวบ้าง ซึ่งก็ถือกันว่าสิวเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง และผลที่ได้ก็เป็นที่น่าพึงพอใจ เพราะสิวสามารถยุบได้จริง ๆ จึงได้มีการพัฒนาสูตรนำผงพิเศษมาผสมกับอย่างอื่นเพื่อพอกหน้ามากยิ่งขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งไข่ขาว

สิ่งที่ต้องเตรียม

ไข่ขาว 1 ฟอง
ผงพิเศษตราร่มชูชีพ 1/2 – 1 ซอง
กระดาษชำระ หรือสำลีแผ่น
วิธีพอกหน้า

แยกไข่ขาวแล้วใส่ถ้วยไว้ให้เรียบร้อย จากนั้นก็ให้เอาผงพิเศษใส่ลงไปผสม บางคนอาจจะใส่เพียงครึ่งซอง หรือบางคนอาจจะใส่ทั้งซองเลยก็ได้ แล้วแต่ความชอบและความต้องการ คนส่วนผสมให้เข้ากันดี แต่ก่อนที่จะพอกหน้าด้วยไข่ขาว ควรมีการทำความสะอาดผิวหน้าให้เรียบร้อยเสียก่อน จากนั้นจึงเอากระดาษทิชชู่หรือสำลี จุ่มลงไปในส่วนผสมที่เราผสมไว้ แล้วเอามาแปะใบหน้าของเราทุก ๆ ส่วน เมื่อแห้งแล้วก็ค่อย ๆ แกะออกจากหน้า แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นให้สะอาด สูตรพอกหน้าไข่ขาว จะได้ผลในเรื่องของการกำจัดสิวเสี้ยนไม่ต่างจากสูตรที่ 3 เลย แต่ที่เพิ่มเติมคือสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียบนใบหน้า ซึ่งไม่ทำให้เกิดสิวซ้ำขึ้นอีก และยังทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้นอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.naadengcafe.com

เหตุผลที่ทำให้วันนั้นของเดือนไม่ปกติ

เหตุผลที่ทำให้วันนั้นของเดือนไม่ปกติ

เหตุผลที่ทำให้วันนั้นของเดือนไม่ปกติ

เหตุผลที่ทำให้วันนั้นของเดือนไม่ปกติ

เหตุผลที่ทำให้วันนั้นของเดือนไม่ปกติ สำหรับสาวๆ กับประจำเดือนคงเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันในทุกๆ เดือน แต่ถ้าหากเดือนไหนไม่ได้พบเจอกัน คงวิตกกังวลกันไม่น้อย สาหตุที่ประจำเดือนขาดหรือมาช้ากว่าปกติ ก็เกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งจะมีสาเหตุใดบ้างและจะต้องทำอย่างไร ลองติดตามกันดู

1.ความเครียด

เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ร่างกายลดการหลั่งฮอรโมน GnRH ซึ่งส่งผลทำให้ไม่เกิดการตกไข่และมีประจำเดือน หากพบอาการเช่นนี้ควรหลีกเลี่ยงทำในสิ่งที่จะทำให้เกิดความเครียด หรือให้ไปปรึกษาแพทย์ เพื่อจะได้หาวิธีที่ช่วยผ่อนคลาย

2.การเจ็บป่วย

อาการเจ็บป่วยระยะสั้นหรือการเจ็บป่วยเรื้อรังก็ล้วนมีผลทำให้ประจำเดือนขาดหรือมาช้ากว่าปกติได้ เนื่องจากสภาพภายในร่างกายไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เช่นเคย เพราะฉะนั้นควรสอบถามหรือปรึกษาแพทย์ว่าประจำเดือนจะสามารถกลับมาปกติในช่วงใด

3.การเปลี่ยนแปลงของตารางชีวิต

กล่าวคือคนที่มีการเปลี่ยนแปลงตารางชีวิตอยู่บ่อยๆ เช่นเคยทำงานในช่วงกลางวัน ก็สลับไปทำกลางคืน ผลัดเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ไม่คงที่ เปลี่ยนแปลงแบบกระทันหันอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้มีผลทำให้ระบบภายในร่างกายเกิดการแปรปรวนไม่คงที่ ทำให้ประจำเดือนมาคลาดเคลื่อนได้

4.การทานยาหรือการเปลี่ยนยา

สำหรับผู้ที่ทานยาเป็นประจำหรือมีการเปลี่ยนแปลงตัวยากระทันหันก็อาจจะทำให้ประจำเดือนมาไม่ตรงเช่นเคย ซึ่งก็ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อสอบถามถึงผลข้างเคียงของตัวยาที่รับประทานเข้าไป และสำหรับใครทานยาคลุมกำเนิด ก็อาจจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้ประจำเดือนขาดหรือมาไม่ตรงได้เช่นกัน

5.น้ำหนักเกิน

ในคนที่มีน้ำหนักตัวมากกว่าปกติหรือคนที่มีรูปร่างอ้วนกว่าปกติ จะมีผลทำให้ฮอร์โมนของร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง และประจำเดือนขาดได้ การลดน้ำหนัก จะช่วยให้ประจำเดือนกลับมาปกติ

6.น้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์

สำหรับสาวๆ ที่ผอมมากๆ และมีไขมันในร่างกายไม่เพียงพอ จะส่งผลทำให้ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอได้เช่นกัน ซึ่งการเพิ่มน้ำหนักจะเป็นตัวช่วยทำให้ประจำเดือนกลับคืนมาสู่สภาวะปกติ

7.กำลังเข้าสู่วัยทอง

เมื่อร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงย่างเข้าสู่วัยที่ไม่สามารถเจริญพันธุ์แล้ว ประจำเดือนของคุณอาจจะมามากกว่า น้อยกว่า หรือ นานๆ มาครั้ง นั้นเป็นเพราะร่างกายเริ่มไม่ผลิตฮอร์โมนบางตัว ซึ่งมีผลต่อการมาของประจำเดือน แต่เพื่อความมั่นใจควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจและยืนยันจะดีกว่า

จากข้อมูลข้างต้นก็หวังว่าจะมีประโยชน์กับคุณสาวๆ ที่กำลังพบปัญหาเรื่องประจำเดือนมาไม่ปกติ ซึ่งเมื่อใดที่ร่างกายเกิดความผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาให้ถูกต้อง และการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยทำให้ระบบฮอร์โมนภายในร่างกายทำงานปกติ หมดกังวลเรื่องประจำเดือนไม่มาหรือมาช้า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

กับดักอาหารสุขภาพสายเฮลตี้ก็พลาดได้ถ้าไม่ระวัง

กับดักอาหารสุขภาพสายเฮลตี้ก็พลาดได้ถ้าไม่ระวัง

กับดักอาหารสุขภาพสายเฮลตี้ก็พลาดได้ถ้าไม่ระวัง

กับดักอาหารสุขภาพสายเฮลตี้ก็พลาดได้ถ้าไม่ระวัง

กับดักอาหารสุขภาพสายเฮลตี้ก็พลาดได้ถ้าไม่ระวัง  ต้องยอมรับเลยค่ะว่ายุคนี้อะไรคลีนๆ ลีนๆ เฮลตี้ๆ มาแรงจริงๆ จะกินอะไรแต่ละทีก็ต้องนับแคลฯ หรือเลือกแต่เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าโลว์แฟต

แต่ผู้อ่านเคยหยิบสินค้านั้นๆ ขึ้นมาสำรวจจริงๆ จังๆ ก่อนจะจ่ายเงินซื้อบ้างไหมคะว่า มันเป็นเพื่อสุขภาพ “ของจริง” หรือ “ของปลอม” ไม่แน่นะคะ คุณอาจจะกำลังติด กับดักอาหารสุขภาพ อยู่ก็ได้

หมอผิง แพทย์หญิงธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-aging) กล่าวไว้ในหนังสือ 188 เคล็ดลับชะลอวัยสไตล์หมอผิง พิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริงว่า “การปะยี่ห้อว่า ชะลอวัย เฮลตี้ หรือโลว์แฟตนั้น เสมือนเป็นการเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมการขายให้กับสินค้า”

นอกจากนี้หมอยังเขียนไว้ในบทความว่า  ถ้าเราออกทัวร์ร้านสะดวกซื้อ แล้วลองหยิบเครื่องดื่มที่ประกาศตัวว่า เพื่อสุขภาพทั้งหลายมาสำรวจข้อมูลโภชนาการ (Nutrition Facts) ด้านหลัง จะพบว่าหลายแบรนด์ด้วยกัน ที่แอบอัดน้ำตาลกันมาชนิดที่ว่า ไม่ยั้งมือ มีตั้งแต่ 15 กรัม ในขวดเล็กจิ๋วไปจนถึง 30 กรัม (นั่นมันตั้งหกช้อนชาเลยนะตัวเอ๊ง!!) เบาหวานเชื่อมยกขวดกันเลยทีเดียว

สาเหตุที่ผู้ผลิตชอบที่จะอัดน้ำตาลใส่ขวดขายให้ผู้ซื้ออย่างพวกเรานั้น หนึ่งก็คือเพื่อแต่งรสชาติให้ถูกลิ้นคนไทย และสองก็คือทำให้คนดื่มเกิดอาการ “Sugar High” หรือสุขสบายใจเกินเหตุจากน้ำตาล เมื่อเกิดอาการขึ้นหลังดื่มก็จะรู้สึกอยากดื่มน้ำยี่ห้อนั้นๆ อีก เพราะติดใจในอาการ High โดยไม่รู้ตัว

น้ำตาลที่ขึ้นสูงในกระแสเลือดจะไปกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนอินซูลิน ก่อให้เกิดการอักเสบซ่อนเร้นในร่างกาย เกิดอนุมูลอิสระที่ส่งผลให้ร่างกายเสื่อมโทรม และยังเกิดปฏิกิริยาไกลเคชั่น ซึ่งทำให้ผิวเหี่ยวเร็วอีกด้วย

ดังนั้นก่อนที่คุณจะเลือดหยิบจับอะไรมารับประทาน เพียงเพราะคิดว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพนั้น อย่าลืมสำรวจข้อมูลโภชนาการก่อนสักนิด ว่าโยเกิร์ตที่ว่าโลว์แฟต นมถั่วเหลืองที่่ว่าบำรุงกระดูก หรือน้ำผลไม้ที่่ว่ามีวิตามินซีสูงนั้น มีน้ำตาลแฝงอยู่กี่ตัน!!

ขอบคุณแหล่งที่มา https://goodlifeupdate.com

โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย

โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย

โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย

โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย

โทษของการดื่มชาที่มีผลต่อร่างกาย  เครื่องดื่มชา เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมในการดื่มเพื่อสุขภาพมาอย่างยาวนาน แต่รู้มั้ยคะว่านอกจากประโยชน์ของการดื่มชาแล้ว ชาก็ยังมีโทษพ่วงมาพร้อมด้วยเหมือนกัน

วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าโทษของการดื่มชามีอะไรบ้าง

จริงอยู่ที่การดื่มชาจะทำให้สุขภาพดี แต่หากดื่มปริมาณมากเกินไปก็ย่อมก่อให้เกิดโทษตามมาได้ โดยจะทำให้เป็นโรคนิ่วในไต เพราะจากงานวิจัยที่ระบุในวารสารทางการแพทย์ New England Journal of Medicine ว่า การดื่มชาดำเย็นมากๆ อาจเป็นต้นเหตุของอาการไตวายเฉียบพลัน เพราะชาดำมีสารออกซาเลทจำนวนมาก หากดื่มชาดำเป็นประจำอาจทำให้สารดังกล่าวเกิดการตกค้างและสะสมอยู่ในร่างกายจนนำมาสู่การเกิดโรคนิ่วในไตได้ในที่สุด ยิ่งหากใครเคยมีประวัติเป็นนิ่วมาก่อนควรต้องระวังเป็นอย่างดีเลยทีเดียวไม่เพียงเท่านั้นนะคะ ยังมีผลการรายงานที่ระบุว่า หนูทดลองที่ได้ดื่มชาเขียวเข้าไปในปริมาณ 2,500 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม โดยดื่มติดต่อกัน 5 วัน ภาวะตับมีการถูกทำลายลงไปเล็กน้อย อีกทั้งยังเกิดภาวะตับเป็นพิษหากดื่มชาเขียวในระหว่างที่ป่วยเป็นไข้ เพราะฉะนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่า การดื่มชาติดต่อกันเป็นเวลานานและการดื่มในปริมาณมากจะมีผลทำให้ตับถูกทำลายได้นั่นเอง

นอกจากนี้แล้ว ผู้ที่มีอาการท้องอืดบ่อย เด็ก ผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคไตและโรคหัวใจ ไม่ควรดื่มชาอย่างเด็ดขาด เพราะชาจะยิ่งกระตุ้นทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ

มีอาการนอนไม่หลับ

หลายคนที่ดื่มชาเข้าไป แล้วมักมีอาการนอนไม่หลับในตอนกลางคืน ซึ่งคุณอาจสงสัยว่าสาเหตุมาจากการดื่มชาหรือเปล่า? คำตอบก็คือ ใช่แล้วค่ะ เนื่องจากในชาก็มีคาเฟอีนอยู่มากพอสมควร มันจึงออกฤทธิ์ได้ไม่ต่างจากกาแฟเลยนั่นเอง ดังนั้น หากอยากดื่มชาโดยไม่รบกวนการนอนหลับ แนะนำให้สาวๆ หลีกเลี่ยงการดื่มในตอนเย็นและก่อนนอนจะดีที่สุด หรือหากช่วงไหนดื่มชาบ่อยแล้วมีอาการนอนไม่หลับติดๆ กัน ควรงดดื่มชาในช่วงนั้นไปก่อนเพื่อให้ร่างกายได้ทำการปรับตัวได้เองตามธรรมชาติ อาการนอนไม่หลับก็จะค่อยๆ หายไปค่ะ

ดื่มชาเขียวแล้วท้องผูก

หลายคนดื่มชาเขียวแล้วมีอาการท้องผูก สาเหตุก็มาจากสารแทนนินที่มีอยู่ในชาเขียวซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการท้องผูกนั่นเอง และสารดังกล่าวยังทำหน้าที่ยับยั้งการดูดซึมสารอาหารสำคัญอีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน เหล็กและโฟลิก เพราะฉะนั้น เพื่อป้องกันปัญหาท้องผูกตามมา แนะนำให้คุณหันมาดื่มชาเขียวแต่เพียงในปริมาณพอดี โดยดื่มวันละไม่ควรเกินกว่า 5 แก้ว ร่วมกับการดื่มน้ำให้มากๆ และกินอาหารที่มีกากใยสูง ก็จะช่วยปรับระบบขับถ่ายให้ทำงานคล่องตัวขึ้นได้แล้ว

และนี่ก็คือ โทษของการดื่มชา ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวหรือชาชนิดใดก็ตาม สาวๆ คนไหนไม่อยากมีปัญหาสุขภาพดังที่เรากล่าวไปก็พยายามหันมาดื่มบำรุงร่างกายอย่างเหมาะสมจะดีกว่าจ้า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

 …

ฟักแม้วลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้

ฟักแม้วลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้

ฟักแม้วลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้

 

ฟักแม้วลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้

ฟักแม้วลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ วันนี้เราจะมาเล่าถึงประสบการณ์ เกี่ยวกับฟักแม้ว ที่มีุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยง มะเร็งลำไส้ พร้อมแล้วไปอ่านกันเลย

หลังกลับจากญี่ปุ่นก็ถึงเวลาชดใช้กรรมของผู้เขียน เพราะมีงานกองรออยู่เพียบเลยค่ะ ซึ่งนอกจากจะต้องเร่งสะสางแล้ว ผู้เขียนต้องระมัดระวังสุขภาพของตัวเองด้วย เพราะเคยทำงานจนล้มป่วยมาแล้ว

เมื่อทำงานหนัก ร่างกายจะเริ่มฟ้องว่าต้องการพัก ประกอบกับผู้เขียนต้องการให้เวลากับคนในครอบครัว เนื่องจากเกิดความรู้สึกผิดที่แอบไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ จึงชวนกันไปพักผ่อนที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งน้าสาวของผู้เขียนมีกิจการรีสอร์ตอยู่ที่นั่น เลยพักฟรี อาหารฟรี แบบนี้ก็ไปโลดค่ะ

มีคำกล่าวว่า ถ้าไปนอนเขาค้อ 1 คืน อายุจะยืนขึ้นอีก 1 ปี ทำไมถึงกล่าวเช่นนั้น เพราะเขาค้อมีภูมิประเทศที่เป็นขุนเขาและมีอากาศดีมาก เปรียบเสมือนสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย แต่ผู้เขียนคิดว่า ดีกว่าไปเมืองนอก เพราะค่าใช้จ่ายถูก แถมอาหารยังถูกปากคนไทย เข้าตำราไทยเที่ยวไทย เงินทอง ไม่รั่วไหล ชาติไทยเจริญ

ผู้เขียนไปเขาค้อครั้งนี้พร้อมกับคุณหมอใกล้ตัวและลูกสาวคนเล็ก ซึ่งอยู่ในช่วงที่มหาวิทยาลัยปิด ให้พักผ่อน 7 วัน แต่กว่าจะเดินทางมาเจอกันที่บ้านก็เหลือเวลาแค่ 5 วัน และต้องรีบกลับไปเตรียมตัวเรียนหนังสือ ดังนั้นเราจึงต้องวางแผนใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่า

ส่วนลูกสาวคนโตเรียนจบแล้ว กำลังทำงาน จึงไม่สามารถลางานมาพักผ่อนกับครอบครัวได้ แน่นอนว่าเห็นอากาศดี ๆ แบบนี้ผู้เขียนจึงนำรถจักรยาน ไปปั่นที่เขาค้อด้วย เราใช้เวลาเดินทาง จากพิษณุโลกประมาณชั่วโมงครึ่งก็ถึงแล้วค่ะ เดี๋ยวนี้การเดินทางสะดวกมาก เนื่องจากเป็นถนนสี่เลน

เมื่อผู้เขียนเดินทางถึงที่พัก ก็ได้รับการต้อนรับจากน้าสาวเป็นอย่างดี เนื่องจากไม่ได้พบกันมานาน ประกอบกับมีลูกสาวมาด้วยจึงเป็นที่ชอบใจของคุณยายเล็ก เย็นนั้นเราขี่จักรยานออกไปเที่ยวรอบ ๆ รีสอร์ต ได้สัมผัสอากาศเย็นสบายเพราะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว แล้วก็กลับมากินอาหารเย็นด้วยเมนูที่ครอบครัวเราชื่นชอบคือ ผัดยอดฟักแม้วน้ำมันหอย ผัดลูกฟักแม้วใส่ไข่

คลิกเลข 2 เพื่ออ่านหน้าถัดไป
ท่านผู้อ่านคงชื่นชอบเมนูเหล่านี้เหมือนผู้เขียนนะคะ เพราะรสชาติอร่อย เย็นนั้นผู้เขียนเจริญอาหารเป็นพิเศษ เพราะได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่ดีมาก และกินอาหารร่วมกับครอบครัว ซึ่งมีรสชาติอร่อย แถมยังให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย

เนื่องจากฟักแม้วมีใยอาหารสูง จึงช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี อีกทั้งยังมีสารแอนติออกซิแดนต์ปริมาณสูงมาก เมื่อกินเข้าไป จะช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายและช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ฟักแม้ว

นอกจากฟักแม้วจะช่วยชะลอวัยแล้ว ยังช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง เพราะมีแคลเซียมสูง เหมาะสำหรับวัยทองที่มีความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุนอย่างยิ่ง

สารอาหารอื่น ๆ ที่น่าสนใจก็คือ มีวิตามินซีที่ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน และช่วยบำรุงผิวพรรณทำให้ผิวสวยผ่องใส เด้งดีค่ะ สรุปแล้วฟักแม้วเป็นผักที่เหมาะสำหรับการบริโภคในทุกกลุ่มอายุ เพราะมีทั้งคุณค่าทางสารอาหารและราคาไม่แพง

มื้อเย็นจบลงด้วยเสียงหัวเราะและความสุข ก่อนจากกันคืนนั้นผู้เขียนได้บอกแม่ครัวว่า พรุ่งนี้เช้าขอข้าวต้มเครื่องใส่ยอดฟักแม้วกับเห็ดหอม ซึ่งแค่คิดว่าจะได้กิน ใจก็อิ่มด้วยความสุขแล้วค่ะ

คืนนั้นหลับฝันดี เพราะท้องอิ่ม อากาศสบาย ไม่ต้องเปิดแอร์นอน สวัสดีค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://goodlifeupdate.com

ลดริ้วรอยด้วยวิธีธรรมชาติเห็นผลจริง

ลดริ้วรอยด้วยวิธีธรรมชาติเห็นผลจริง

ลดริ้วรอยด้วยวิธีธรรมชาติเห็นผลจริง

ลดริ้วรอยด้วยวิธีธรรมชาติเห็นผลจริง

ลดริ้วรอยด้วยวิธีธรรมชาติเห็นผลจริง   สาวๆ ส่วนใหญ่มักจะเจอกับปัญหาริ้วรอยก่อนวัย ซึ่งก็สร้างความกังวลได้มากทีเดียว

แต่รู้ไหมว่าเราสามารถลดริ้วรอยได้ง่ายๆ ด้วยวิธีธรรมชาติ ที่ทำแล้วได้ผลจริงโดยที่คุณแทบไม่ต้องศัลยกรรมเลย มาดูกันนะคะ ว่ามีวิธีไหนช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยได้บ้าง

1.นอนหงาย

การนอนหงายเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะช่วยชดลอการเกิดริ้วรอยและแก้ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยให้นอนหงายเป็นประจำ ไม่ว่าจะนอนเล่น หรือนอนหลับก็ตาม ส่วนการนอนคว่ำหรือนอนตะแคงควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะมีโอกาสที่หน้าจะไปโดนหรือเสียดสีกับหมอน จนทำให้เกิดริ้วรอยที่เกิดจากการกดทับได้นั่นเอง

2.มาสก์หน้าด้วยโยเกิร์ต

การมาสก์หน้าด้วยโยเกิร์ต ก็จะช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยได้ดีเช่นกัน โดยให้ใช้สูตรโยเกิร์ตธรรมชาติ 1 ช้อน น้ำผึ้ง 1 ช้อน น้ำส้มครึ่งช้อน กล้วยครึ่งลูก ผสมให้เข้ากันจากนั้นนำมาพอกทิ้งไว้บนใบหน้าประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นตามด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้ใบหน้าเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และกระชับรูขุมขนได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ที่โดนใจแค่ไหนต้องลองทำตามกันดู

3.ไม่เครียด

ในหนึ่งวันเราอาจเจอกับปัญหารอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเรื่องของการทำงานหรือปัญหาส่วนตัว ซึ่งล้วนก่อให้เกิดความเครียด ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ดังนั้นควรพยายามหลีกเลี่ยงความเครียดให้ได้มากที่สุด พยายามสร้างความผ่อนคลายอยู่เสมอ แล้วจะช่วยลดริ้วรอยได้อย่างแน่นอน

4.กินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ

อาหารบางชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยไปจากชั้นผิวของเราได้ เช่น ปลาทะเล ผัก ไข่ วอลนัท แตงโม สับปะรด แตงกวา และอาโวคาโด เป็นต้น แถมยังอุดมไปด้วยวิตามินที่จำเป็นต่อผิวอีกมากมาย ดังนั้นหากคุณทานอาหารเหล่านี้เป็นประจำ นอกจากจะช่วยลดริ้วรอยได้แล้ว ก็ยังทำให้ผิวสวยใส เนียนนุ่มอีกด้วย

5.ไม่สูบบุหรี่

บุหรี่นับเป็นภัยร้ายต่อผิวเป็นอันดับต้นๆ กันเลยทีเดียว ซึ่งจะสังเกตได้ว่า ผู้หญิงที่สูบบุหรี่จะมีริ้วรอยบนใบหน้าและดูแก่กว่าผู้หญิงวัยเดียวกันที่ไม่สูบบุหรี่ เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่อยากให้ปัญหาริ้วรอยมากวนใจ ก็ควรเลิกสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด รวมถึงพยายามหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ด้วยเช่นกัน

เห็นไหมว่าการลดริ้วรอยบนใบหน้าทำได้ไม่ยากเลย เพียงคุณทำตาม 5 ข้อที่แนะนำไปนี้ ปัญหาริ้วรอยก็จะหมดไปอย่างง่ายดาย โดยที่คุณไม่ต้องพึ่งการทำศัลยกรรมเลยทีเดียว แต่จะได้ผลลัพธ์ที่ดีมากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

อาหารทานเล่นกินแล้วไม่อ้วน

อาหารทานเล่นกินแล้วไม่อ้วน

อาหารทานเล่นกินแล้วไม่อ้วน

อาหารทานเล่นกินแล้วไม่อ้วน

อาหารทานเล่นกินแล้วไม่อ้วน

สาวๆ ที่กำลังไดเอตหรือกลัวอ้วน การออกกำลังกายอย่างเดียวไม่ได้ช่วยทำให้น้ำหนักลดลงได้นะคะ เพราะสิ่งสำคัญที่จะต้องทำควบคู่กันไปก็คือการควบคุมอาหารไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเรื่องนี้สาวๆ อาจจะรู้กันอยู่แล้ว แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องยากมากเลยทีเดียว เพราะสาวๆ กับเรื่องการกินอาหารจุบจิบ กินของว่าง ของทานเล่น เป็นเรื่องที่ตัดขาดไม่ได้เลยทีเดียวจริงมั้ยคะ วันนี้ จึงมี อาหารที่กินเล่นๆ นอกจากจะไม่อ้วนแล้วยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพได้ มาบอกกันค่ะ

1. กรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ อาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน ที่จะช่วยใสการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กินแล้วอิ่มอยู่ท้อง อีกทั้งโพรไบโอติกส์ที่มีในกรีกโยเกิร์ตยังช่วยแก้ปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อ แถมยังดีต่อระบบขับถ่าย ในขณะที่ให้แคลอรีต่ำ ซึ่งข้อนี้ก็ควรเลือกรสธรรมชาติและโลว์แคลอรี่ด้วยนะคะ

2. ถั่วชนิดต่าง ๆ  มีโปรตีนสูงและไฟเบอร์สูง ทำให้เมื่อกินเข้าไปจะรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น เช่น ถั่วดำเพียงครึ่งถ้วยก็มีปริมาณโปรตีนสูง 8 กรัม นอกจากนี้ถั่วยังมีไขมันต่ำ ทำให้สามารถรับประทานได้แบบไม่ต้องกลัวอ้วน ไฟเบอร์ในถั่วจะช่วยทำให้อิ่ม และร่างกายก็ไม่ต้องใช้พลังงานอย่างหนัก ในการเผาผลาญไฟเบอร์เหล่านี้อีกด้วย ที่สำคัญก็ไม่ควรกินถั่วทอด หรือถั่วคั่วเกลือนะคะ เพราะถั่วเหล่านี้จะแฝงไขมันและโซเดียมที่ทำให้อ้วนและออกอาการบวมได้ง่าย
3. ป๊อปคอร์น มีไฟเบอร์ค่อนข้างสูงพอตัวและยังจัดอยู่ในกลุ่มสแน็กแค­ลอรีต่ำ โดยป๊อปคอร์นประมาณ 3 ถ้วยตวงพูนๆ จะให้พลังงานประมาณ 150 กิโลแคลอรีเท่านั้น การเติมชีสเพิ่มลงไปสักหน่อยก็จะช่วยเติมวิตามิน B และไข
4. ดาร์กช็อกโกแลต ดาร์กช็อกโกแลตกินแล้วไม่อ้วน รวมทั้งช็อกโกแลตชนิดที่ผสมผงโกโก้เกิน 70% ด้วยเช่นกัน อีกทั้งช็อกโกแลตยังช่วยปรับอารมณ์ให้คงที่
5. ขนมปังโฮลวีท เป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรตที่ดี ขนมปังโฮลวีทหรือขนมปังโฮลเกรน ควรเลี่ยงขนมปังชนิดขัดขาว โดยขนมปังเหล่านี้ต้องไม่ทาแยม เนย หรือนม และจำกัดการกินไม่เกิน 2 แผ่นต่อมื้อเท่านั้นนะคะผลไม้
6. ผลไม้ ควรเลือกกินผลไม้ชนิดหวานน้อย เช่น กล้วย(ห่ามไม่สุกจัด) แตงโม สตรอว์เบอร์รี อะโวคาโด ส้ม ฝรั่ง แอปเปิล แก้วมังกร สับปะรด ผลไม้เหล่านี้กินแล้วไม่อ้วน อร่อยและให้คุณประโยชน์ต่างๆ มากมาย ที่สำคัญน้ำตาลที่ร่างกายได้รับจากผลไม้เหล่านี้ให้พลังงาน และยังช่วยให้ลดความอยากกินจุบจิบ จำพวกขนม นม เนย
7. กราโนลา ขนมธัญพืชอัดแท่งที่มีส่วนผสมของข้าวโอ๊ต ถั่วหลากชนิด และน้ำผึ้ง ซึ่งก็นับว่าเป็นอาหารว่างที่กินแล้วไม่อ้วน ที่ให้ไฟเบอร์ คาร์โบไฮเดรตชนิดดี และแหล่งของโปรตีน

8. กล้วยหอมปั่นโยเกิร์ต
เตรียม กล้วยหอม ครึ่งผล(ห่ามไม่สุกจัด) โยเกิร์ต ครึ่งถ้วย น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา น้ำแข็งครึ่งแก้ว นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ในเครื่องปั่นผลไม้ คุณก็จะได้สมูทตี้ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ ที่ดื่มแล้วหวานเย็นชื่นใจ ที่สำคัญไม่อ้วนด้วยค่ะ
9. ฟักทองอบกรอบเป็นของขบเคี้ยวที่ดีต่อสุขภาพและผิวพรรณ ไม่อ้วนด้วย ควรเลือกแบบอบนะคะไม่ใช่แบบทอด สามารถทำเองก็ได้ โดยเลือกฟักทองไทยมาฝานบางๆ แล้วเข้าไมโครเวฟประมาณ 10-15 นาที เสร็จแล้วก็คลุกเกลือ
10. สาหร่ายอบกรอบนอกจากจะอร่อยทานเพลินแล้ว ยังอุดมด้วยไฟเบอร์ และสารอาหารที่ดี ควรเลือกที่มีปริมาณเกลือน้อยๆ และเลือกชนิดอบไม่ใช่ทอดจะดีกว่า ข้าวโอ๊ตอบ-1
11. ข้าวโอ๊ตอบข้าวโอ๊ตเป็นธัญพืชที่ให้พลังงานสูงแต่ให้ไขมันที่ต่ำ มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เหมาะกับคนลดน้ำหนัก จะพองตัวได้ดีเมื่อผสมน้ำ กินแล้วอิ่มนานแต่ได้แคลอรีน้อย แถมมีไฟเบอร์สูง นมถั่วเหลือง-1
12. นมถั่วเหลืองเลือกสูตรไม่มีน้ำตาล น้ำเต้าหู้นั้นดี เพราะมีโปรตีนสูง เหมาะกับคนที่ไม่ดื่มนมวัวด้วย

เป็นอย่างไรบ้างคะ ของว่างกินได้ไม่อ้วนที่เราแนะนำกัน สาวๆ ลองเปลี่ยนวิธีรับประทานอาหารใหม่ จะสามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้นะคะ นอกจากนี้ไม่ลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญไม่เครียดและไม่หักโหมด้วยนะ เพื่อหุ่นสวยอย่างสุขภาพดีค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://kaijeaw.com