แตงกวาเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ จัดเป็นไม้เถาเลี้อย ลำต้นเลื้อยยาวประมาณ 3 เมตร มีมือเกาะม้วนงอเพื่อจับกับนั่งร้านหรือค้าง ลำต้นเป็นทรงเหลี่ยมมีขนปกคลุม ใบแตงกวามีลักษณะกลม ส่วนดอกของแตงกวาจะแยกเพศเป็นดอกตัวผู้และตัวเมียอยู่บนต้นเดียวกัน และผลของแตงกวาลักษณะเป็นทรงกระบอกปลายสอบ ความยาวขนาด 60 เซนติเมตร ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่มีสีเหลือง
ช่วยทำให้ผิวนุ่มนวล

น้ำที่มีอยู่ในแตงกวาจะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนที่มีผิวแห้งกร้าน หรือผิวไหม้จากแดด แตงกวาที่มีฤทธิ์เย็นจะช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนของผิว รวมทั้งช่วยคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว นอกจากนี้เอนไซม์อีเร็ปซินก็มีสรรพคุณช่วยย่อยเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ผลัดเซลล์ผิวใหม่ ส่งผลให้ผิวที่หยาบกร้านนิ่มนวลขึ้น

ชะลอวัยให้ผิว ลดผิวเหี่ยวย่น

สาเหตุที่ทำให้ผิวเหี่ยวย่นก่อนวัยมีอยู่หลายปัจจัยด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือการที่ผิวขาดน้ำ ขาดความยืดหยุ่น จนทำให้เซลล์ผิวเกิดการเหี่ยวย่นและริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้นคนที่ดื่มน้ำน้อยเป็นนิสัย จะลองเติมน้ำให้เซลล์ผิวด้วยแตงกวาก็ได้นะคะ

ป้องกันสิวและสิวหัวดำ

แตงกวามีฤทธิ์ขับของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งนอกจากการกินแตงกวาเพื่อคลีนร่างกายข้างในแล้ว การนำแตงกวามาพอกหน้ายังช่วยให้เอนไซม์และวิตามิน แร่ธาตุจากแตงกวาได้ทำความสะอาดผิวหน้า รวมทั้งบำรุงเซลล์ผิวให้แข็งแรง ลดโอกาสเกิดสิวและสิวหัวดำได้ด้วย

ลดถุงใต้ตา

ตื่นเช้ามาเจอกับถุงใต้ตาดำคล้ำ รีบนำแตงกวามาคั้นน้ำให้ได้ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำคั้นจากมันฝรั่ง 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันแล้วนำมาป้ายใต้ตาให้ทั่ว ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก ถุงใต้ตาก็จะยุบลง หรือถ้าวันไหนใช้สายตามาก ๆ ก็หั่นแตงกวาเป็นแว่น ๆ แล้วโปะลงบนเปลือกตาเลย แตงกวาจะช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้าของดวงตาได้ค่ะ

บำรุงเล็บและผม

ในแตงกวามีซิลิกาและกำมะถันที่เป็นสารสำคัญในการบำรุงดูแลเส้นผมและเล็บของสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี…

ผลแอปเปิ้ล+น้ำผึ้ง

บำรุงผิวหน้าแก้รอยสิว ด้วยสูตรผลแอปเปิ้ล ผสม น้ำผึ้

ผลแอปเปิ้ล+น้ำผึ้ง สิวคือปัญหากลุ้มอกกลุ้มใจของวัยรุ่นทุกคน ร้อยอีกทั้งร้อยวิตกกังวลกันตั้งแต่เริ่มเป็น กระทั่งตั้งตารอคอยว่าเมื่อใดจะหาย ที่ร้ายกว่านั้น เป็น บางบุคคลใจร้อนไปบีบ แกะ เสียจนถึงเป็นมากกว่าเดิม ทิ้งรอยแผลไว้ให้มองต่างหน้าอีกเป็นเดือนๆ

ผู้ใดกันแน่ที่กำลังกลุ้มใจเรื่องรอยแผลจากสิว วันนี้ทดลองใช้ผลแอปเปิ้ลเขียวรสเปรี้ยวๆหวานที่อุดมด้วยวิตามินบำรุงผิว ประสานพลังกับน้ำผึ้งที่มีสารฆ่าเชื้อโรคตามธรรมชาติเป็นตัวช่วยเหลือกันจ้ะ

ขั้นแรกจำต้องล้างหน้าล้างตาให้สะอาด ดูดซึมให้แห้ง หลังจากนั้นใช้เนื้อผลแอปเปิ้ลเขียวครึ่งผล ผสมกับน้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ บดรวมกันอย่างละเอียดเนียนกลมกลืน ทาให้ทั่วบริเวณใบหน้า ย้ำเป็นพิเศษรอบๆที่เป็นแผลเป็น ทิ้งเอาไว้ 20 นาที แล้วล้างออก

สูตรนี้ทำเป็นทุกเมื่อเชื่อวัน นอกเหนือจากการที่จะช่วยทำให้รอยสิวเบาๆจางลงแล้ว ยังช่วยบำรุงรักษาผิวแล้วก็คุ้มครองป้องกันไม่ให้สิวกลับมากวนโอ๊ยได้ด้วย…

รักษาสิวอักเสบ

ปัญหาของผิวหน้า ฟื้นฟูผิว สูตรมาร์คหน้ารักษาสิวอักเสบ

รักษาสิวอักเสบ ต้นตำลึงคุณประโยชน์ของตำลึงนั้นมีล้นหลามช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนั้นยังมีสาระต่อผิวหน้าของพวกเราโดยที่ตำลึงสามารถ ช่วยทำให้ผิวหน้าขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ มองเต่งตึงผุดผ่อง ช่วยลดอาการแพ้อาการอักเสบของผิวหนัง ช่วยลดอาการสิวอักเสบอีกทั้งช่วงเวลาสำหรับการเป็นรวมทั้งความร้ายแรงของการเป็นสิวสามารถรักษาโรคผิวหนังต่างๆได้อีกด้วยเนื่องจากว่า ตำลึงอุดมไปด้วยวิตามิน แร่และก็สารอาหารต่างๆยกตัวอย่างเช่น วิตามินเอ บี1 บี2 บี3 ซี แคลเซียม โพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส เหล็ก โปรตีนเบต้าแคโรทีน ซึ่งสารสำคัญของตำลึง สรุปเนื้อหาได้ดังต่อไปนี้

ส่วนประกอบ

1. ใบตำลึงสด 1 กำมือ
2. น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำที่สะอาด 1 ถ้วยตวง

เครื่องมือและก็ภาชนะสำหรับในการจัดแจง

1. ช้อนหรือทัพพี ใช้สำหรับผสมตำรับ 1 คัน
2. ช้อนตวง ใช้สำหรับตวงส่วนประกอบ 1 คัน
3. ถ้วยชามขนาดปานกลาง ใช้สำหรับผสม 1 ใบ
4. เครื่องปั่น 1 ชุด

รักษาสิวอักเสบ ใบตำลึง สามารถแก้ปัญหานี้ได้

แนวทางการทำ

1. นำใบตำลึงสดล้างให้สะอาด
2. นำไปใส่เครื่องปั่น เพิ่มเติมน้ำแล้วก็น้ำผึ้งที่ตวงไว้ลงไปผสม ปั่นอย่างระมัดระวัง
3. หลังจากนั้นเอาครีมมาพอกทาที่บริเวณใบหน้า หรือรอบๆที่เป็นสิวอักเสบให้ทั่ว ทิ้งเอาไว้ราวๆ 20 นาที
4. ล้างออกโดยใช้น้ำสะอาด ทำบ่อยเป็นประจำทุกเมื่อเชื่อวัน แล้วจะรู้สึกได้ว่าสิวอักเสบนั้นจะเบาๆยุบลงแล้วก็เลือนหายไป และก็บริเวณใบหน้าของพวกเรานั้นจะผ่องใส กลับมาดูดีดังที่เคย…

สูตรพอกหน้าน้ำผึ้ง

บำรุงผิวขาวกระจ่างขาวสวยใส สูตรพอกหน้าน้ำผึ้ง นุ่มชุ่มชื้นอย่างมีสุขภาพดีแน่นอน

สูตรพอกหน้าน้ำผึ้ง การพอกหน้าด้วยสูตรหน้าใสอยู่เป็นประจำ ด้วยเหตุว่าการทาครีมที่เอาไว้สำหรับดูแลผิวสิ่งเดียวบางทีอาจยังไม่พอ วันนี้เลยจับสูตรหน้าใสจากธรรมชาติมาฝาก

สูตรน้ำผึ้ง + มะขามเปียก

ปกติแล้ว ผู้หญิงโดยมากชอบรู้จักกันดีกับสูตรมะขามเปียกขัดผิว แล้วก็ในที่นี้พวกเราจะยังคงใช้สูตรมะขามเปียกขัดผิวอย่างที่เคย แต่ว่าเพิ่มเติมอีกได้แก่การใช้น้ำผึ้งโดยเอามาผสมกัน เพื่อเพิ่มเติมคุณประโยชน์ทางสารอาหารให้แก่ผิวเพิ่มมากขึ้น เพียงแค่คั้นน้ำมะขามแฉะแบบข้นๆแล้วหลังจากนั้นเอามาผสมน้ำผึ้ง แล้วเอามาทาลงบนผิวหน้า พอกหน้าทิ้งเอาไว้ราวๆ 20-30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ผิวหน้าก็จะขาวกระจ่างขาวใส ถ้าหากหมั่นทำบ่อยเป็นประจำอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ผิวขาวใสอย่างพิจารณาได้แน่ๆ

สูตรน้ำผึ้ง + น้ำมะนาว

อีกหนึ่งสูตรหน้าใสที่มีคุณค่าแก่ผู้หญิงทุกคนเช่นเดียวกัน โดยเหตุนี้ ผู้หญิงใครที่มีผิวหน้าหมองคล้ำ ต้องการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกอย่างสุภาพ เพื่อเปิดเผยผิวใหม่ที่ขาวกระจ่างขาวสวยใสมากกว่า สามารถใช้สูตรนี้ได้เลย เพียงแค่บีบน้ำมะนาว 1/2 ด้าน ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ คนจะกว่าจะเข้ากันแล้วเอามาพอกผิวหน้า ปลดปล่อยไว้ราว 20-30 นาที แล้วล้างหน้าล้างตาให้สะอาด

สูตรพอกหน้าน้ำผึ้ง ผิวหน้าสวยเนียนใสและขาวปิ๊ง

 

สูตรน้ำผึ้ง + ขมิ้น

สาวคนไหนที่มีผดผื่นขึ้นบนบริเวณใบหน้า ต้องการรักษาให้หายเร็ว จำต้องสูตรนี้เลย เพราะว่าพวกเราจะใช้ผงขมิ้นสำหรับในการพอกหน้าร่วมกับน้ำผึ้ง ซึ่งผงขมิ้นนั้นมีคุณประโยชน์ช่วยลดอาการผื่นผื่นคันได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยทำลายเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังรวมทั้งสมานผิว เพียงเท่านี้ก็กล่าวลาปัญหาผิวดังกล่าวไปได้เลย แค่นำผงขมิ้นบางส่วนมาผสมกับน้ำผึ้ง แล้วเอามาพอกหน้า ปลดปล่อยไว้โดยประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างหน้าล้างตาให้สะอาด

สูตรน้ำผึ้ง + กล้วย

สูตรพอกหน้านี้ เหมาะกับสาวที่มีผิวหน้าแห้งหยาบมากเป็นพิเศษ และก็หากอยากได้เติมเต็มความชื้นให้ผิวหน้า บอกเลยสูตรนี้ช่วยได้แน่ๆ ขั้นตอนการทำเป็น ให้นำกล้วยครึ่งลูกมาบดอย่างละเอียด ผสมน้ำผึ้งลงไป 1-2 ช้อนโต๊ะคนจนเข้ากัน แล้วเอามาพอกหน้าจนถึงทั่ว ปล่อยทิ้งเอาไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ทำเป็นประจำได้ทุกวัน…

รักษาสิว

แนวทางง่ายๆให้คุณผู้หญิงรักษาสิว พร้อมกันกับการมีประจำเดือน

รักษาสิว คุณผู้หญิงที่อยู่ในตอนก่อนมีรอบเดือน นอกเหนือจากการที่จะจะต้องประจันหน้ากับสภาวะปรวนแปรทางอารมณ์แล้ว บางรายก็บางครั้งก็อาจจะจำเป็นต้องเผชิญกับ สิวเจ้ากรรม ที่ผุดมากยิ่งขึ้นวนจิตใจอยู่บ่อย มีแนวทางไหนบ้างนั้นมาดูกันเลย

1.แต่งหน้าให้น้อยเข้าไว้ และก็ล้างหน้าล้างตาให้สะอาดมากยิ่งขึ้น

ในตอนที่ผู้หญิงเป็นสิวก่อนหรือระหว่างมีเมนส์ ควรจะแต่งหน้าทาปากให้ลดน้อยลง คนไหนกันแน่ที่ลงเมคอัพหนามากเสมอๆ เดี๋ยวนี้ขอให้หลีกเลี่ยงก่อน เพราะว่าอาจก่อให้สิวใหม่ผุดขึ้นมาได้อย่างง่ายดายนอกเหนือจากนี้ควรจะล้างหน้าล้างตาให้สะอาดเยอะขึ้นเรื่อยๆกว่าเดิม ด้วยการใช้คลีนเซอร์ที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก ด้วยเหตุว่าจะสามารถกำจัดคราบ เครื่องแต่งหน้า แล้วก็มลพิษหลงเหลือได้สะอาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้มีสิวใหม่อย่างเห็นผลมากขึ้นเรื่อยๆด้วย

2.หลบหลีกการสครับผิวหน้า

ทราบไหมว่าตอนมีรอบเดือน ผิวหน้าผู้หญิงจะไวต่อแสงตะวันเป็นอย่างมาก ฉะนั้นสิ่งที่ควรจะหลบหลีกเลยก็คือ การขัดเช็ดหรือสครับผิวหน้า ด้วยเหตุว่าอาจจะก่อให้ผิวของคุณบางลงกว่าเดิม เป็นต้นเหตุทำให้สิวใหม่มาเยี่ยมได้ง่ายมากยิ่งกว่าเดิม

3.กินน้ำเยอะกว่าปกติ

ผู้หญิงที่ไม่ค่อยกินน้ำ ควรจะหันมากินน้ำกันให้เพิ่มมากขึ้นในตอนที่มีสิว เพราะเหตุว่าน้ำจะเข้าไปหล่อเลี้ยงผิวพรรณตามส่วนต่างๆให้มีความชื้นมากเพิ่มขึ้น ทั้งยังยังช่วยเหลือระบบการไหลเวียนของโลหิตได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งนับว่าเป็นสาเหตุที่จะช่วยทำให้ปรับสมดุลร่างกายตอนมีระดูของคุณผู้หญิงได้

4.เปลี่ยนชุดที่นอนหมอนมุ้งใหม่

ผ้าสำหรับปูที่นอน ผ้าที่มีไว้เพื่อห่ม ปลอกที่เอาไว้สำหรับใส่หมอน ที่ใช้มาครู่หนึ่งแล้ว อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีฝุ่นละอองหรือเชื้อโรคเกาะอยู่ ผู้หญิงที่ต้องการให้สิวหายเร็วจึงควรเอาใจใส่ความสะอาดของชุดที่นอนหมอนมุ้งเป็นพิเศษ ด้วยเหตุผลดังกล่าวควรจะแปลงใหม่ยกชุดในตอนที่กำลังเป็นสิว เพื่อช่วยลดอัตราการเกิดสิวใหม่ แล้วก็เพื่อรักษาให้สิวเก่าหายได้เร็วมากขึ้น

5.ลดขนมหวาน ก่อนมีรอบ 3-4 วัน

ศัตรูตัวฉกาจที่จะทำให้ในตอนก่อนมีระดูเป็นสิวได้ง่ายเป็น ขนมหวาน หรือของกินที่มีส่วนผสมของน้ำตาลในจำนวนสูง ดังเช่นว่า เค้ก, บิงซู อื่นๆอีกมากมาย เพราะว่าน้ำตาลที่สูงขึ้นจะเข้าไปเพิ่มอินซูลินภายในร่างกาย ทำให้ผลิตสิวออกมามากยิ่งกว่าเดิม ด้วยเหตุผลดังกล่าวตอนก่อนมีระดูผู้หญิงจำเป็นที่จะต้องงดเว้นของกินจำพวกนี้ไปก่อน เพื่อให้มีความปลอดภัยของผิวหน้า…

ไขความลับ

เลือกโทนสีลิปสติก

ไขความลับ สาวๆเลือกสีลิปสติก ให้เป๊ะปังกับตนเอง

สาวผิวขาว

อันที่จริงแล้วข้อห้ามสำหรับในการใช้สีของคุณค่อนจะมีน้อยมาก เนื่องจากว่าเป็นสาวผิวขาวก็เลยดูราวกับว่าจะลงสีอะไรก็เข้าไปหมด แม้กระทั้งสีชมพูนม ที่สาวผิวสีอื่นๆชอบทาแล้วไม่รอด แม้กระนั้นคุณกลับทาแล้วแจ่มใสสวยสุดๆโดยเหตุนั้นสิ่งที่คุณน่าจะพิจารณาถึงก่อนที่จะซื้อลิปสักแท่งก็คือ ความเข้มแล้วก็ความอ่อนของสี เนื่องจากถ้าเกิดคุณเลือกลิปโทนอ่อนเกินความจำเป็นโน่นอาจจะส่งผลให้หน้าของคุณซีดเผือดจนกระทั่งมองเจ็บป่วย แม้กระนั้นถ้าหากว่าคุณเลือกสีที่เข้มกระทั่งเกินความจำเป็นอย่างสีแดงเลือดหมู โน่นก็อาจจะก่อให้ปากของคุณลอยเด่นอยู่เพียงแค่ส่วนเดียว

สาวผิวขาวเหลือง

โทนสีลิปสติกที่เหมาะสมกับคุณเป็นสีโทนส้มก้อนอิฐ สีชมพูอมน้ำตาล สีบานเย็น ถ้าหากเลือกสีพวกนี้มารับรองว่าไม่ผิดหวัง รวมทั้งยิ่งจะช่วยขับสีผิวของคุณให้มองผุดผ่อง มีออร่าสะดุดตาขึ้น แต่ว่าเนื่องจากว่าอันเดอร์โทรผิวของคุณเป็นสีเหลือง ด้วยเหตุนี้ควรจะหลบหลีกสีชมพูนม สีนู้ด หรือสีซีดจางทั้งหลายแหล่ เพราะว่าโน่นจะมีผลให้คุณมองเจ็บไข้และไม่กระปรี้กระเปร่าเลย

สาวผิวสองสี

เนื่องจากว่าคุณเป็นสาวผิวสองสี จะว่าขาวก็ไม่ใช่ จะว่าคล้ำก็ไม่ใช่ ด้วยความจ้าครึ่งหนึ่งนี้ก็เลยทำให้ท่านสามารถเลือกเฉดสีลิปได้หลายเฉด แถมยังเป็นผิวสีที่แต่งหน้าทาปากขึ้นสุดๆด้วย ด้วยเหตุดังกล่าวเมื่อคุณได้ลิปมา แค่เพียงคุณทดลองปรับการแต่งหน้าทาปากให้เหมาะสมกับสีลิปนั้นๆการันตีว่ายังยังไงคุณก็กำเนิด แม้กระนั้นหากว่าจะให้ชี้แนะสีที่ทาแล้วปังสุดๆก็คงเป็นสีแดงสด สีดอกกุหลาบ หรือสีแดงส้ม

สาวผิวสีคล้ำ

จำเป็นต้องสารภาพว่าข้อจำกัดของสาวผิวสีแก่ค่อนจะมากมายว่าสาวผิวสีอื่นอยู่สักนิดสักหน่อย แต่ว่าอย่าได้ห่วงใยจ้ะ เนื่องจากคุณมีสีผิวที่งามเด่นกว่าคนใดกันแน่ ด้วยเหตุนั้นการแมทช์คู่กับสีลิปที่เด่นอย่างสีน้ำตาล หรือสีแดงเข้ม เป็นอะไรที่จะทำให้ท่านกำเนิดรวมทั้งสะดุดตาสุดๆแม้ถูกใจสีอื่นๆให้เพียรพยายามเลือกโทนสีที่เข้มและไม่สว่าง การันตีทาแล้วรอดแน่ๆ

ไขความลับ สาวๆการซื้อลิปสติกลองบนปาก

ไขความลับ

ทางแก้ ถ้าลิปสติกที่ซื้อมาไม่เข้ากันตนเอง

สำหรับผู้หญิงที่ซื้อลิปมามาแล้ว แต่ทาแล้วมองไม่เข้ากันตนเองเสียเลย อย่ามัวแต่นั่งเสียดายเงินที่จ่ายไปจ้ะ พวกเราจำต้องมาหาทางแก้ ซึ่งอย่างเดียวที่จะช่วยคุณได้ซึ่งก็คือเมคอัพจ้ะ เสนอแนะให้ทดลองปรับการแต่งหน้าทาปากให้กับสีลิปของคุณมากเพิ่มขึ้น โดยภายหลังจากลงรองพื้นบนหน้าเสร็จ ลำดับต่อไปที่ควรทำก็คือการทาลิปสติก เพื่อเป็นการระบุแนวทางของการแต่งตาและก็แก้ม จะได้รับรู้ว่าพวกเราน่าจะลงส่วนนั้นๆค่อยหรือหนัก หรือสีใดที่พวกเราควรที่จะเลือกใช้เพื่อกับลิป แนวทางนี้จะช่วยทำให้เมคอัพของคุณกับสีลิปมากเพิ่มขึ้น และก็โน่นจะก่อให้ลิปซีดๆหรือลิปสีสด ไม่คือปัญหาเมื่ออยู่บนบริเวณใบหน้าของคุณ…

แนวทางทาลิปสติคสไตล์เกาหลี

แนวทางทาลิปสติคสไตล์เกาหลี ดูแล้วเป็นธรรมชาติ สร้างปากให้อวบอิ่ม

แนวทางทาลิปสติคสไตล์เกาหลี ดูแล้วเป็นธรรมชาติ สร้างปากให้อวบอิ่ม

แบบที่1 ใช้ลิปเพียงแต่สีเดียวสำหรับเพื่อการทา โดยจะเน้นย้ำการเบลนด์ขอบปากให้เบลอๆกระจายๆซึ่งจะนิยมใช้วิธีการแบบนี้กับลิปสีแก่ นอกเหนือจากการที่จะทำให้หน้ามองไม่ดุและไม่จัดจ้ากระทั่งเกินความจำเป็น ยังช่วยให้ปากมองเจ้าเนื้ออิ่มแบบธรรมชาติด้วย

แนวทางทาลิปสติคสไตล์เกาหลี

แนวทางทาลิปสติคสไตล์เกาหลี กระบวนการเลือกลิปเนื้อแมท

กระบวนการทา

เริ่มจากการเลือกลิปที่เป็นเนื้อแมท ทาลงไปกระทั่งแทบเต็มริมฝีปาก จากนั้นเบาๆใช้นิ้วเกลี่ยลิปให้ออกไปถึงขอบปาก โดยลากไปตามรูปปากหรือบางทีก็อาจจะเกินจากขอบปากไปได้หน่อยเดียว เพียงเท่านี้ก็จะได้ริมฝีปากเบาๆเบลอๆแล้ว

แบบที่2 ทาแบบไล่สี โดยบางครั้งก็อาจจะใช้ลิปเพียงแต่ 1สี หรือจะใช้ 2สีที่ไล่เฉดกันก็ได้ ซึ่งวิธีแบบนี้จะก่อให้ปากของคุณมองน่าจูบสุดๆเนื่องจากการไล่สีจะก่อให้ปากมองมีมิติ โดยปากบนจะมองเป็นกระจับ ส่วนปากข้างล่างจะมองอ้วนอิ่ม รวมทั้งมุมปากจะมองเอาขึ้น

วิธีการทา

ของการทาแบบไล่สีจะมีขั้นตอนมากยิ่งกว่าแบบแรกสักนิด แต่ว่าการันตีว่าผลที่ได้จำเป็นต้องชอบใจคุณแน่นอน

แบบที่3 ไล่สีปากแล้วก็ลงกลอสทับ แนวทางลักษณะนี้จะมีผลให้ริมฝีปากของคุณอ่อนอย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งมองชุ่มฉ่ำน้ำสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง เหมาะสมกับวันที่อยากได้ลุคแบ๊วๆ

มีวิธีการทาชนิดเดียวกับการทาลิปสติคแบบไล่สีธรรมดาเลย แต่ว่าจะมีการลงกลอสทับในขั้นตอนสุดท้าย โดยไม่เสนอแนะให้ทากลอสโดยการขว้างดแรงๆเนื่องจากอาจจะก่อให้สีลิปที่พวกเราลงไว้ก่อนหน้าเปื้อนได้ แนวทางก็คือจุ่มกลอสให้เปียกแฉะแปรง แล้วก็เบาๆกดลงบนริมฝีปากกระทั่งมองชุ่มฉ่ำ บางครั้งอาจจะทากลอสเลยถูกใจปากมาหน่อยเพื่อทำให้ปากมองชุ่มฉ่ำมากเพิ่มขึ้น…

อีสุกอีใส ที่มากับฤดูหนาว อันตรายถึงชีวิต

อีสุกอีใส ที่มากับฤดูหนาว อันตรายถึงชีวิต

อีสุกอีใส ที่มากับฤดูหนาว อันตรายถึงชีวิต

นอกเหนือจากโรคไข้หวัด โรคไข้หวัดใหญ่ โรคหัด โรคหัดเยอรมันแล้ว โรคสุกใสเป็นอีกโรคหนึ่งที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าหนาวนี้เช่นกัน บางท่านอาจไม่คุ้นว่าโรคสุกใสคืออะไร แต่ถ้าพูดว่า “อีสุกอีใส” ก็คงพอจะคุ้นหูกันมากกว่า สมัยก่อนโรคนี้ยังไม่มีทางป้องกัน แต่ปัจจุบันมีวัคซีนช่วยป้องกันให้เราปลอดภัยจากโรคนี้ได้ เรามาทำความรู้จักโรคสุกใสกันนะคะ

 อันตรายถึงชีวิต

โรคไข้สุกใส

โรคอีสุกอีใสหรือไข้สุกใส ส่วนใหญ่เกิดกับเด็กเล็ก วัยรุ่น จนถึงวัยหนุ่มสาว แต่ถ้าเป็นในผู้ใหญ่แล้วมักจะมีอาการรุนแรงและมีโรคแทรกซ้อนมากกว่าในเด็ก เมื่อปี พ.ศ. 2553 สำนักระบาดวิทยาได้รับรายงานโรคสุกใสจำนวน 49,189 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 77.22 ต่อประชากรหนึ่งแสนคน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมามีรายงานผู้เสียชีวิตปีละ 1 ถึง 3 ราย สาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากมีโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ และ/หรือ ตับอักเสบรุนแรง การระบาดมักพบในช่วงต้นปีตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน

โรคไข้สุกใสเกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ วาริเซลลา หรือ ฮิวแมนเฮอร์ปี่ไวรัส ชนิดที่ 3 ซึ่งเป็นเชื้อเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคงูสวัด ไวรัสชนิดนี้ติดต่อโดยการหายใจ ไอ จามรดกัน หรือการสัมผัสถูกตุ่มแผลสุกใสหรืองูสวัดโดยตรง หรือสัมผัสถูกของใช้ เช่น ที่นอน ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม ที่เปื้อนตุ่มแผลของผู้ป่วย

อาการ

เมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายแล้วจะใช้เวลาประมาณ 10 ถึง 20 วันจึงจะเริ่มมีอาการ เช่น ไข้ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่นำมาก่อน ต่อมาจึงเริ่มมีผื่นแดงที่อาจเกิดขึ้นพร้อมกับวันที่เริ่มมีไข้ หรือ 1 วันหลังจากมีไข้ จะเป็นผื่นแดงราบก่อนแล้วจึงเปลี่ยนกลายเป็นตุ่มนูนมีน้ำใสอยู่ภายในและมีอาการคัน ตุ่มน้ำใสนี้มักเริ่มขึ้นที่หนังศีรษะตามไรผมก่อนแล้วจึงลามไปที่ใบหน้า แผ่นหลัง ลำตัว แขนและขา ทยอยขึ้นเต็มที่ภายใน 4 วัน บางคนอาจมีตุ่มแผลขึ้นในช่องปาก ทำให้เจ็บคอ ลิ้นเปื่อย ปากเปื่อย อีกลักษณะที่สำคัญคือตุ่มนูนใสนี้มักจะไม่ขึ้นพร้อมกันทั่วร่างกาย ดั้งนั้นจึงพบว่าบางที่ขึ้นเป็นผื่นแดงราบ ในขณะที่อวัยวะส่วนอื่นขึ้นเป็นตุ่มนูนใส หรือบางที่เป็นตุ่มหนอง หรือบางที่ผื่นสุกที่เริ่มตกสะเก็ด เป็นที่มาของชื่ออีสุกอีใส

การรักษาและวิธีปฏิบัติตัว

1. ผู้ที่เป็นโรคไข้สุกใสส่วนมากจะหายเองได้ แต่ต้องระวังอย่าให้เกิดโรคแทรกซ้อน

2. โรคไข้สุกใสไม่มียาต้านไวรัส ดังนั้นการดูแลรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ เช่น เช็ดตัวลดไข้ ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ กินยาลดไข้เฉพาะพาราเซตามอลเท่านั้น ห้ามกินยาลดไข้ชนิดแอสไพริน เนื่องจากทำให้ตับอักเสบรุนแรงได้

3. ควรตัดเล็บให้สั้น หลีกเลี่ยงการแกะเกาตุ่มคันสุกใส เพราะนอกจากจะกลายเป็นแผลเป็นที่รักษายากแล้ว ยังทำให้ติดเชื้อ แบคทีเรียที่อยู่ในเล็บและผิวหนังจนเกิดโรคผิวหนังแทรกซ้อนได้ นอกจากนี้เชื้อแบคทีเรียดังกล่าวอาจแพร่เข้าสู่กระแสเลือดไปยัง อวัยวะต่างๆ เช่นที่ปอดจนเกิดฝีในปอดได้

4. รับประทานอาหารได้ตามปกติ ทั้งเนื้อนมไข่ เพื่อให้ร่างกายเสริมสร้างภูมิต้านทานต่อโรค แต่ควรลดอาหารรสจัดถ้ามีแผลในปาก

5. โดยทั่วไปอาการไข้สุกใสจะค่อยๆ ทุเลาได้เองภายใน 1 ถึง 3 อาทิตย์ ในระยะนี้ให้ระวังโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้เช่น แก้วหู อักเสบ ปอดอักเสบ ตับอักเสบ หรือ ติดเชื้อในสมอง ดังนั้นเมื่อมีอาการปวดหู หรือไอ หายใจเหนื่อย เจ็บหน้าอก หรือ ตาเหลืองตัว เหลือง (ดีซ่าน) หรือ ปวดศีรษะมาก ซึมลง ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาเพิ่มเติม

 อันตรายถึงชีวิต

การป้องกัน

1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยโรคสุกใสโดยตรง
2. ไม่ควรใช้ของร่วมกับผู้ป่วย เช่น ผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ช้อน จาน ชาม ฯลฯ
3. ควรทำร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
4. ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคสุกใส โดยสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป และฉีดกระตุ้นซ้ำอีกครั้งเมื่อเด็กอายุ 4 ถึง 6 ขวบ ปัจจุบัน มีวัคซีนรวมของสุกใสและหัด หัดเยอรมัน คางทูม ทำให้ถูกฉีดวัคซีนน้อยครั้งลง…

ความงามเวียดนาม

ความงามเวียดนาม จากเหนือจรดใต้ ความหลากหลายทางธรรมชาติ

ความงามเวียดนาม จากเหนือจรดใต้ ความหลากหลายทางธรรมชาติ

ความงามเวียดนาม

เวียดนาม เป็นประเทศที่มีธรรมชาติสวยๆ เยอะมากจริงๆ และด้วยภูมิประเทศที่ทอดตัวยาวลงมาตั้งแต่เหนือจรดใต้ ทำให้มีความหลากหลายทางธรรมชาติ ที่บางทีอาจจะนึกไม่ถึงเลยว่าทั้งหมดนี้อยู่ในประเทศเดียวกัน และนอกจากธรรมชาติแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมงดงามน่าชมมากมาย บาคาร่า

ขึ้นเหนือไปซาปา เมืองแห่งลมหนาว สายหมอก และดอกไม้ สัมผัสกับนาขั้นบันไดที่สวยที่สุด ท่ามกลางธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ พร้อมกับวิถีชีวิตของขาวเขาแห่งเวียดนาม

ความงามเวียดนาม

ไปฮานอย ล่องอ่าวฮาลอง ชมความงดงามของมรดกโลกทางธรรมชาติ เต็มไปด้วยเกาะหินปูนเกาะเล็กเกาะน้อยมากมาย

ความงามเวียดนาม

ชมความงดงามของพระราชวังโบราณที่ เว้ กับความสวยงามสุดวิจิตรบรรจง

ความงามเวียดนาม

เยือนเมืองฮอยอัน ที่มีเขตเมืองเก่ามรดกโลก ด้วยเหตุผลว่าเป็นตัวอย่างของเมืองท่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราจะเห็นการผสมผสานทางวัฒนธรรมของเวียดนาม-ญี่ปุ่น ผ่านอาคารบ้านเรือน และสะพานที่สวยงาม

ความงามเวียดนาม

ต่อกันที่ดานัง นั่งกระเช้าสู่ยอดเขาบานาฮิลล์ ดื่มด่ำไปกับวิวทิวทัศน์ของเมืองบนความสูงถึง 5,810 เมตร ชื่นชมกับสุดยอดทิวทัศน์ในแบบพาโนรามา

ความงามเวียดนาม

ดานัง ยังได้ชื่อว่ามีทะเลที่สวยที่สุดของเวียดนาม หาดทรายขาว น้ำสีฟ้า กับบรรยากาศริมชายหาดที่เห็นแล้วโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

ความงามเวียดนาม

ใครจะเชื่อว่า ที่เวียดนามจะมีทะเลทรายกันด้วย มีทั้งทะเลทรายขาว ทะเลทรายแดง แบบที่ไม่ต้องไปไกลถึงซาฮาร่า แค่ มุยเน่ ก็เจอแล้ว

ความงามเวียดนาม

ในขณะเดียวกัน ห่างจากมุยเน่ไปไม่ไกล ที่ดาลัด ก็จะมีดอกไม้เมืองหนาวสวยงามให้เราได้ชื่นชมในบรรยากาศสุดโรแมนติก

ความงามเวียดนาม

สัมผัสกลิ่นอายฝรั่งเศสที่โฮจิมินห์ ความงามที่สร้างไว้เมื่อครั้งที่ยังถูกครอบครองโดยฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์นอร์ทเธอดาม ทำเนียบประธานาธิบดี ไปรษณีย์กลาง ฯลฯ ล้วนสวยงามน่าชมไปทั้งหมด

ความงามเวียดนาม

ความงามเวียดนาม

ใส่สวย

สกินนี่ยีนส์ แฟชั่นยอดฮิต ใส่สวย แต่อาจส่งผลร้ายต่อจุดซ่อนเร้น

สกินนี่ยีนส์ แฟชั่นยอดฮิต ใส่สวย แต่อาจส่งผลร้ายต่อจุดซ่อนเร้น

สกินนี่ยีนส์ แฟชั่นยอดฮิต ใส่สวย แต่อาจส่งผลร้ายต่อจุดซ่อนเร้น

ใส่สวย

สกินนี่ยีนส์ แฟชั่นกางเกงยีนส์ผู้หญิงสุดเปรี้ยวแซ่บที่สาว ๆ หลายคนชอบสวมใส่ แต่จุดซ่อนเร้นอันบอบบางของเราอาจไม่ถูกใจสิ่งนี้ เป็นเพราะอะไร มาหาคำตอบกัน บาคาร่า

 

แฟชั่นกางเกงยีนส์คือไอเทมที่ได้รับความนิยมตลอดกาล ยิ่งเป็นกางเกงสไตล์รัดรูปอย่าง “สกินนี่ยีนส์” ด้วยแล้ว สาว ๆ หลายคนคงถูกใจกันใหญ่ เพราะมีรูปทรงที่สวยงาม แถมความรัดแน่นของมันยังทำให้เราดูหุ่นดีขึ้นได้เป็นกอง แต่รู้หรือไม่ว่าความรัดรูปของกางเกงยีนส์เหล่านี้อาจทำลายจุดซ่อนเร้นอันแสนจะบอบบางได้มากกว่าที่คิด

เนื่องจากกางเกงยีนส์เป็นผ้าเนื้อหนาไม่ค่อยระบายอากาศเท่าที่ควร จนผู้เชี่ยวชาญหลายคนต้องออกมาเตือนถึง อันตรายจากการใส่สกินนี่ยีนส์ กันอยู่บ่อย ๆ ซึ่งกางเกงรัดรูปแบบนี้จะส่งผลเสียต่อสาว ๆ ได้อย่างไรนั้น วันนี้กระปุกดอทคอมหาคำตอบมาให้แล้ว มีอะไรน่าเป็นห่วงบ้าง มาดูกันเลย

ใส่สวย

1. ผิวบริเวณจุดซ่อนเร้นเกิดสีดำคล้ำ

ใส่แค่กางเกงยีนส์ปกติไม่ต้องรัดรูปก็ทำให้น้องสาวของเราโดนเสียดสีมากพออยู่แล้ว หากใส่เป็นสกินนี่ยีนส์ฟิตเปรี๊ยะก็ยิ่งทำร้ายผิวตรงจุดนั้นเข้าไปอีก นอกจากจะแสบผิวเพราะเกิดการเสียดสี นานวันเข้าก็อาจเกิดความคล้ำอย่างถาวรเลยก็ได้ ดังนั้น ถ้าอยากรักษาผิวจุดซ่อนเร้นให้ดูเนียนสวย ควรสลับมาใส่กางเกงที่เนื้อผ้านิ่มและไม่รัดเกินไปดีกว่านะคะสาว ๆ

2. เชื้อราในช่องคลอด

มีผู้หญิงมากถึง 3 ใน 4 คนที่พบว่าเป็นเชื้อราในช่องคลอด โดยพวกเธอเหล่านี้จะมีอาการเจ็บหรือแสบช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์ เมื่อปัสสาวะก็รู้สึกเจ็บ บางครั้งแผลอาจบวมขึ้นและติดเชื้อขั้นรุนแรง เพื่อเป็นการป้องกันตั้งแต่ต้น หลังจากปัสสาวะหรืออาบน้ำเสร็จควรเช็ดจุดซ่อนเร้นให้แห้งสนิท สวมกางเกงในผ้านิ่มและมีขนาดหลวมแบบพอเหมาะจะช่วยได้มาก

3. ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

ผู้ที่ป่วยด้วยอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ มักจะมีอาการปวดปัสสาวะบ่อยแบบอั้นไม่อยู่ แต่พอเข้าห้องน้ำไปขับถ่ายกลับเจ็บแสบหรือปัสสาวะไม่ออก สาเหตุเกิดจากท่อปัสสาวะสั้น, จุดซ่อนเร้นมีความชื้น รวมไปถึงการสวมใส่สกินนี่ยีนส์หรือกางเกงที่รัดเกินไป ทำให้เชื้อโรคจากช่องคลอดและทวารหนักปนเปื้อนทางเดินปัสสาวะได้นั่นเอง

4. เจ็บช่องคลอด

อาการเจ็บช่องคลอด (Vulvodynia) เกิดขึ้นได้ในผู้หญิงเกือบทุกช่วงวัย ทำให้รู้สึกปวดบริเวณโดยรอบช่องคลอด แสบร้อน และคันตรงช่องคลอด แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเป็นเพราะอะไร แต่ถ้าพบหรือสงสัยว่าตนเองมีอาการเจ็บช่องคลอด ควรเลี่ยงการใส่สกินนี่ยีนส์ กางเกงรัดรูปผ้าหนา แล้วหันมาใส่กางเกงผ้าฝ้ายบางเบาแทน

5. ประจำเดือนไหลไม่สะดวก

ช่วงที่สาว ๆ เป็นประจำเดือน ควรหลีกเลี่ยงการใส่สกินนี่ยีนส์ไปเลยจะดีที่สุด เพราะความรัดรูปของมันจะทำให้อาการปวดท้องจากประจำเดือนแย่ลง และเลือดที่ไหลออกมาก็ไม่สะดวกมากพอ จนอาจเกิดการตกค้างหรือเป็นประจำเดือนไหลกะปริบกะปรอยได้

สำหรับ สกินนี่ยีนส์ ถึงแม้จะเป็นแฟชั่นที่สวยและอินเทรนด์ก็จริง แต่สาว ๆ ต้องเสี่ยงกับผลข้างเคียงหลายโรค แถมยังทำให้จุดซ่อนเร้นคล้ำขึ้นอีกต่างหาก ทางที่ดีควรเลี่ยงการใส่สกินนี่ยีนส์หลายวันติดกัน แล้วหันมาสวมกางเกงเนื้อผ้าสบาย ๆ ในบางวันแทนจะดีกว่า รับรองว่าโรคภัยไม่ถามหา ผิวขาหนีบและช่องคลอดก็ไม่คล้ำอีกด้วย…