หอมจนอยากฟัด

หอมจนอยากฟัด 5 โลชั่นกลิ่นแป้งเด็ก ทาแล้วหนุ่มๆ อยากกอด

หอมจนอยากฟัด  การดูแลผิวถือเป็นเรื่องสำคัญที่สาวๆ อย่างเราไม่ควรละเลยนะคะ เพราะการที่เรามีผิวสวยจะแสดงออกได้ถึงการดูแลใส่ใจตัวเองนั่นเอง

หอมจนอยากฟัด การดูแลผิวถือเป็นเรื่องสำคัญที่สาวๆ อย่างเราไม่ควรละเลยนะคะ เพราะการที่เรามีผิวสวยจะแสดงออกได้ถึงการดูแลใส่ใจตัวเองนั่นเอง และการทาโลชั่นเป็นประจำถือเป็นการดูแลผิวของเราที่ดีอีกหนึ่งวิธีเลยค่ะ โลชั่นก็มีด้วยกันหลายกลิ่นเต็มไปหมด แต่สำหรับกลิ่นที่จะมาแนะนำวันนี้เชื่อว่าต้องถูกใจใครหลายคนแน่นอนกับกลิ่นแป้งเด็ก ที่ทำให้รู้สึกหอม สดชื่น น่าทะนุถนอม จะมีโลชั่นกลิ่นแป้งเด็กตัวไหนบ้างไปดูกันค่ะ

หอมจนอยากฟัด

เริ่มกันที่ตัวแรกกับโลชั่นกลิ่นแป้งเด็กจาก Etude ตัวนี้จริงๆ หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะตัวที่เป็นน้ำหอม เพราะรุ่นนี้ดังในเรื่องความหอมกลิ่นแป้งเด็กมากค่ะ ถ้าใช้โลชั่นตัวนี้คู่กับน้ำหอมจะทำให้ติดทนมากขึ้นและหอมมากขึ้นไปอีก หรือจะใช้แค่ตัวเดียวเดี่ยวๆ ก็ดีเช่นกัน โดยความหอมแป้งเด็กจะเป็นความหอมแบบอ่อนๆ ละมุนๆ กำลังน่ารัก หาซื้อได้ตามร้าน Etude ในประเทศไทย หรือจะพรีมาจากเกาหลีก็ได้จ้า

มาต่อกันที่โลชั่นจากแบรนด์ Dermapon ต้องบอกเลยว่าโลชั่นแบรนด์นี้เป็นอีกหนึ่งตัวที่มีราคาถูกและดีแถมยังจัดโปรโมชั่นค่อนข้างบ่อย ตัวเนื้อครีมมีความเข้มข้นเลยค่ะแต่พอทาแล้วรู้สึกบางเบาและซึมเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ กลิ่นมีความหอมแป้งเด็กชัดเจน แต่อาจจะไม่ติดทนเท่าไหร่ ให้ความชุ่นชื้นกับผิวได้ดีเลยทีเดียวค่ะ หาซื้อได้ง่ายตามห้างสรรพสินค้าแผนกซุปเปอร์ทั่วไปหรือตามวัตสันค่ะ

มากันที่อีกหนึ่งแบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอย่าง D-nee กันค่ะ แบรนด์นี้นี่ต้องบอกเลยว่าเด็กใช้ได้ผู้ใหญ่ใช้ดี มีความอ่อนโยนไม่ระคายเคืองต่อผิว ที่สำคัญคือกลิ่นหอมมากๆ ด้วยค่ะ เป็นโลชั่นที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ดี ช่วยให้ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น ราคาไม่แรงด้วยเมื่อเทียบกับปริมาณที่ได้ถือว่าคุ้มมากๆ สามารถหาซื้อได้ง่ายตามห้างสรรสินค้าตามแผนกซุปเปอร์ทั่วไป หรือ D-nee Shop ค่ะ

อย่าที่ทราบกันดีว่า Kodomo เป็นแบรนด์แป้งเด็กที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ดังนั้นแล้วตัวโลชั่นของเค้าจึงอ่อนโยนแต่ผิวมากๆ และยังมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ด้วย สำหรับใครที่ไม่ชอบความรู้สึกเหนียวเวลาทาโลชั่นตัวนี้ตอบโขทย์มาก เพราะเวลาใช้ตัวครีมจะเป็นเนื้อโลชั่น แต่พอทาแล้วเนื้อโลชั่นจะเปลี่ยนเป็นแป้งแถมยังซึมไวอีกด้วย ทำให้ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะเลยค่ะ หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป

สุดท้ายสำหรับโลชั่นสีชมพูน่ารักๆ แบรนด์ THE BAKERY ค่ะ ถือเป็นโลชั่นถูกและดีอีกหนึ่งตัวที่น่าตำมากๆ โลชั่นตัวนี้มีกลิ่นหอม ทาแล้วให้ความรู้สึกชุ่มชื่นผิว แถมยังสามารถกันแดดได้เล็กน้อย สำหรับผลิตภัณฑ์ในเซ็ท Born To Be Baby มีหลากหลายมากๆ แนะนำว่าถ้าใช้คู่กับตัวสบู่เหลวก็จะทำให้กลิ่นหอมขึ้นไปอีกค่ะ หาซื้อได้ง่ายตามร้าน Beauty Buffet สะดวกมากค่ะ

การทาโลชั่นเป็นสิ่งที่สาวๆ ไม่ควรละเลยนะคะ เพราะมันมีส่วนช่วยในการดูแลผิวของสาวๆ ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการทาโลชั่นจริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอทุกๆ วัน โดยเฉพาะช่วงเวลาหลังอาบน้ำ เพราะจะช่วยทำให้ผิวเราอ่อนนุ่มน่าสัมผัสขึ้นได้จริงๆ สำหรับใครที่ชอบกลิ่นแป้งเด็กหละก็อย่าลืมไปลองใช้โลชั่นทั้ง 5 ตัวนี้ดูนะคะ รับรองว่าคุณจะต้องติดใจแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

ขั้นตอนทาครีมบนใบหน้า

ขั้นตอนทาครีมบนใบหน้า อย่างถูกวิธี เพื่อการบำรุงอย่างได้ผล

ขั้นตอนทาครีมบนใบหน้า สาวๆ จ๋า นอกเหนือจากการดูแลหน้าตาตัวเองให้สวยใสด้วยอาหารการกิน การพักผ่อนและการออกกำลังกายแล้วนั้น สิ่งสำคัญที่จะลืมไม่ได้เลยคือการทาครีมบำรุงผิว

ขั้นตอนทาครีมบนใบหน้า สาวๆ จ๋า นอกเหนือจากการดูแลหน้าตาตัวเองให้สวยใสด้วยอาหารการกิน การพักผ่อนและการออกกำลังกายแล้วนั้น สิ่งสำคัญที่จะลืมไม่ได้เลยคือการทาครีมบำรุงผิว ซึ่งในวันนี้เรามีเคล็ดลับการทาครีมบำรุงผิวอย่างถูกวิธีเพื่อเสริมให้ออร่าความงามเปล่งประกายมากขึ้นมาแนะนำค่ะ ทำได้อย่างไรนั้น ตามมาดูกันเลยค่ะ

ขั้นตอนทาครีมบนใบหน้า

1.ความสะอาดบนผิวหน้าเป็นเรื่องสำคัญ

ควรล้างและทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดทุกครั้ง และอย่าลืมนะคะว่าต้องใช้ผ้าเนื้อนุ่มและสะอาดค่อยๆ ซับผิวหน้าให้แห้ง อย่าเช็ดถูด้วยความรุนแรงเพราะการเสียดสีจะทำให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้

2.ปริมาณของครีมต้องพอเหมาะ

ปริมาณของครีมที่ใช้ในแต่ละครั้งต้องพอเหมาะพอดี โดยประมาณ 1 ข้อนิ้วมือถือว่าเพียงพอและเหมาะสมต่อความต้องการของผิวหน้าที่สุด เพราะถ้าใช้น้อยเกินไปอาจไม่ได้ผล แต่ถ้าใช้มากเกินไปก็ทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุหนำซ้ำยังก่อให้เกิดความมันบนใบหน้าได้ด้วยค่ะ

3.แต้มครีมจำเพาะ 5 จุดบนใบหน้า

โดย 5 จุดบนใบหน้าที่เราควรแต้มครีมก็ได้แก่ หน้าผาก จมูก แก้มทั้งสองข้างและคางนะคะ แต้มแต่ละจุดในปริมาณที่เท่ากัน แต่อาจจะเน้นมากหน่อยในบริเวณพื้นที่ผิวที่มากกว่าส่วนอื่นๆ คือบริเวณแก้มทั้งสองข้าง

4.ทาครีมอย่างช้าๆ ให้ถ้วนทั่ว

โดยการใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนางทั้งสองค่อยๆ เกลี่ยเนื้อครีมอย่างเบามือ เนื่องจากผิวหน้าของเรานั้นคอนข้างบอบบาง ถ้าลงน้ำหนักมากออาจเป็นการสร้างริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยให้เกิดบนใบหน้าได้ การเกลี่ยครีมเริ่มจากบริเวณที่กว้างอย่างโหนกแก้มทั้งสองข้าง ให้เกลี่ยเริ่มจากส่วนกลางออกไปยังส่วนข้างๆ จากนั้นเกลี่ยไล่ตามแนวสันจมูก ใต้โพรงจมูกแล้วลงมายังคางและหน้าผาก อย่าลืมเว้นบริเวณรอบดวงตาซึ่งควรใช้อายครีมสำหรับการบำรุงนะคะ

5.อย่ามัวเผลอปล่อยให้รอบดวงตาหมองคล้ำ

โดยการใช้เนื้อครีมประมาณ 1 เมล็ดถั่วเขียวนะคะ และควรใช้ปลายนิ้วนางเท่านั้นในการเกลี่ยครีมโดยลงน้ำหนักอย่างเบามือให้มากที่สุด เริ่มจากการทาครีมไล่ไปตามแนวโครงกระดูกเบ้าตาจะเริ่มทาที่หัวตาหรือหางตาก่อนก็ได้ หลังจากนั้นค่อยๆ วนลูบไล้เนื้อครีมไปรอบๆ ดวงตา และควรทาวนไปในทิศทางเดียวกันทั้งสองข้างนะคะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ การทาครีมที่เราทำกันอยู่ในทุกวันนี้ถูกต้องตามวิธีที่กล่าวมาข้างต้นหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ ลองปรับเปลี่ยนและใส่ใจเพิ่มรายละเอียดดูสักนิดนะคะ เพื่อให้ครีมที่เราใช้เกิดประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างสูงสุดกับผิวของเราอย่างแท้จริง

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com