5 วิธีป้องกันแดด เผยผิวสวย โดยไม่ต้องง้อครีมแสงแดดกับผิว

5 วิธีป้องกันแดด โดยเฉพาะแสงแดดในประเทศไทย ที่มีความร้อนระอุก พร้อมที่จะแผดเผาผิวได้ตลอดเวลา การทาครีมกันแดด

5 วิธีป้องกันแดด จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีที่สุดก็ว่าได้ที่จะช่วยปกป้องผิวของคุณจากแสงแดด แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบความเหนอะหนะของครีม หรือมักลืมทาครีมอยู่บ่อยๆ วันนี้จึงมีวิธีการปกป้องผิวคุณจากแสงแดดมาบอกให้ได้รู้กัน ซึ่งจะมีวิธีใดบ้างนั่นลองมาติดตามกันดู

5 วิธีป้องกันแดด

1.กลางร่มเวลาอยู่กลางแจ้ง

ถือว่าเป็นไอเท็มที่มีกันทุกบ้านก็ว่าได้ นอกจากจะใช้กันฝนได้แล้ว ร่มทั่วไปที่ใช้งานกันอยู่ยังสามารถกันแสงแดดได้ถึง 77% และยิ่งหากร่มดังกล่าวที่แบบที่ออกแบบมาให้กัน UV ด้วยแล้ว จะทำให้สามารถปกป้องผิวของคุณจากแสงแดดได้ถึง 99% เลยทีเดียว

2.สวมเสื้อผ้าที่ป้องกันแสง UV

สวมเสื้อผ้าที่ป้องกันแสง UV ปัจจุบันมีเสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติคือช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ออกมาวางจำหน่ายให้ได้เลือกใช้อยู่ ซึ่งการสวมใส่เสื้อผ้าประเภทนี้กก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยปกป้องผิวคุณจากแสงแดดได้ แต่สำหรับใครที่ไม่มีเสื้อผ้าที่มีคุณสมบัตินี้ ก็ให้เลือกใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดผิวนิดหนึ่ง หลีกเลี่ยงการใส่สายเดี่ยวหรือเสื้อชีฟอง ที่อาจจะทำให้แสงแดดทะลุเข้ามายังผิวด้วย

3.ใส่ถุงแขน

แขนเป็นบริเวณที่ต้องสัมผัสกับแสงแดดแบบจังๆ อยู่บ่อยครั้ง และยิ่งใครที่ไม่ชอบครีมกันแดดหรือใครที่ชอบใส่เสื้อแขนสั้น ถุงแขนเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะปกป้องแขนของคุณจากแสงแดดได้ เมื่อรู้ว่าต้องออกไปเผชิญกับแสงแดด ควรหาถุงแขนมาสวมใส่เพื่อป้องกันแดดกันด้วย

4.หลบอยู่แต่ในที่ร่ม

หากวันใดที่ลืมทาครีมกันแดด แล้วกลัวผิวจะเสีย ก็ควรจะอยู่แต่ในที่ร่ม หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด ซึ่งวิธีนี่อาจจะทำได้ยากพอสมควรสำหรับคนที่ต้องทำงานกลางแจ้งก็ยากที่จะหลีกเลี่ยง

5.เลือกกินสู้แดด

ในอาหารบางประเภทจะมีส่วนช่วยฟื้นฟูการถูกทำลายของผิวจากแสงแดด และยังช่วยปกป้องผิวจากแดดได้อีกด้วย ซึ่งก็ได้แก่ มะเขือเทศ บร็อคโคลี่ ปลา อัลมอนด์ ชาเขียว ผักผลไม้ที่มีสีเขียวและสีส้ม เป็นต้น

จากวิธีการทั้งหมดที่ได้กล่าวไปในข้างต้น เป็นวิธีช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำลายจากแดดได้มากเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละวิธีก็ล้วนแล้วแต่ง่าย อยากให้ทุกท่านได้ลองนำไปใช้กันดู รับรองได้ว่าได้ผลอย่างแน่นอน หมดกังวลปัญหาผิวไหม้จากแดดได้เลย

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

รวม 10 มาสก์มือคุณภาพ

รวม 10 มาสก์มือคุณภาพ ไอเทมใหม่มาแรงบำรุงผิวได้ใช่กัน

รวม 10 มาสก์มือคุณภาพ ใครจะไปคิดไปฝันว่าเดี่ยวนี้เราจะมีมาสก์มือ หรือ Hand Mask ออกมาวางขายให้สาวๆ ที่รักการบำรุงผิวได้ใช่กัน ปัจจุบันมีหลากหลายยี่ห้อมาทั้งฝั่งตะวันตก และตะวันออก มาสก์มือนี้จะช่วยให้มือของสาวๆ นุ่มชุ่มชื่น

รวม 10 มาสก์มือคุณภาพ และยังทำให้มือของคุณไม่เหี่ยวอีกด้วย ใครที่ไม่เคยบำรุงมือเลยลองเอามาเทียบกับหน้าคุณดูสิค่ะ จะเห็นว่ามันไม่มีชีวิตชีวาแค่ไหน ขอแนะนำให้มาสก์มือของคุณด่วนๆ ก่อนที่มือจะเหี่ยวไปมากว่านี้

รวม 10 มาสก์มือคุณภาพ

1 BeautyBio Upper Hand Brightening Hand Crepe Corrector Patches

สารสกัดจากรูปดอกไม้ และมาสก์นุ่มเหมือนวุ้น สร้างสภาพแวดผิวมือให้กลับมาชุ่มชื่นอีกครั้ง ซึ่งผนึกไปด้วยสารอาหารที่ผิวมือต้องการยังเต็มไปด้วยคอลลาเจน และกรดอะมิโน กรด hyaluronic เพื่อให้ความชุ่มชื้นและการผลัดสีผิวเพื่อกลับเป็นเม็ดสีเดิม

2 Starskin Hollywood Hand Model Nourishing Double-Layer Hand Mask Gloves

มาสก์มือนี้เต็มไปด้วยเซรั่ม และมือคุณยังเพลิดเพลินไปกับคุณค่าทางโภชนาการที่ผิวจะได้รับอย่างเต็มที่ เช่น น้ำมันพฤกษศาสตร์ และ เนยเชียบัตเตอร์ และน้ำผลไม้ ที่ช่วยให้มือคุณกลับมาสวยงามอีกครั้งและหอมสดชื่นอีกด้วย

3 Dermovia Dry Mask Agefix Waterless Hand Mask

เป็นเทคโนโลยีก้าวล้ำที่จะทำให้มือของคุณชุ่มชื่นยาวนาน 70 % – 80 % ของมือคนปกติยิ่งใครที่ทำงานในห้องแอร์หรือที่มีอากาศเย็นรับรองมือคุณยังจะนุ่ม และชุ่มชื่นอยู่ตลาดเวลา

4 Sephora Collection Hand Mask in Avocado

ผสมด้วยสารสกัดจากอะโวคาโดเพื่อให้ความนุ่มนวลและความชุ่มชื่นอย่างเข้มข้นเพื่อให้คุณสามารถพกติดตัวไปกับชีวิตของคุณขณะที่พวกเขากำลังเดินทาง เป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ และราคายังไม่แพงอีกด้วย

5 Karuna Age-Defying+ Hand Mask

เพลิดเพลินไปกับเซรั่มในมาสก์ที่เต็มไปด้วยกรดไกลโคลิกและแลคติคเพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวขณะที่สารบำรุงผิวเช่นกรดไฮยาลูโรนิลและเชียบัตเตอร์ช่วยคืนความชุ่มชื่น นอกจากนี้ยังมี arbutin ซึ่งเป็นสารเพิ่มการป้องกันในการลดความเสียหายของดวงอาทิตย์

Advertisement
6 Dr. Jart+ Dermask Hand Hydrating Mask

เทคโนโลยีเทอร์โมเทอร์เทอร์ ช่วยในการเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าให้กับผิว คุณจะรู้สึกถึงความนุ่มนวล เหมาะสำหรับฤดูหนาวที่หนาว

7 Nanette de Gaspé Youth Revealed Hand Mask

มาในรูปแบบของมือเพื่อให้สารกระตุ้นและ emollients เข้าสู่ผิวด้วยการนวดพื้นผิวของผลิตภัณฑ์อย่างอ่อนโยน หลังจากใช้ครั้งเดียวผู้ใช้เห็นรอยยับลดลง 20%

8 Oh K! Violet Flower Intense Moisture Hand Mask

มาในรูปแบบของมือเพื่อให้สารกระตุ้นและ emollients เข้าสู่ผิวด้วยการนวดพื้นผิวของผลิตภัณฑ์อย่างอ่อนโยน หลังจากใช้ครั้งเดียวผู้ใช้เห็นรอยยับลดลง 20%

9 Aveeno Repairing CICA Hand Mask With Prebiotic Oat and Shea Butter

มาสก์มือแบบเกาหลีเหล่านี้ใช้พลังของสารสกัดจากดอกสีม่วงเพื่อให้ความชุ่มชื่นแก่มือ ไม่ว่าอากาศจะแห้ง ความชื่นต่ำแค่ไหนมือคุณก็ยังจะนุ่มอยู่ตลอดเวลา

10 Nails Inc Thirsty Hands Super Hydrating Hand Mask

ให้ความรู้สึกน่าหลงใหลเช่นเดียวกับใบม็อบเทอร์ร่าที่พิมพ์ลงบนถุงมือเหล่านี้คือสารสกัดจากพืชเชียบัทเทอร์และวิตามินอีที่ใช้ในการบำรุงผิวที่บอบบางอย่างอ่อนโยน

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

รวมไอเดีย เมกอัพ สีเหลืองสุดจี๊ด สวยแซ่บไม่จำเจจะขาวหรือเข้ม

รวมไอเดีย เมกอัพ สีเหลืองสุดจี๊ด ถ้าพูดถึงการแต่งหน้าที่เป็นสีเหลือง สาวๆ หลายคนคงจะตกใจกันไม่น้อยถ้าจะให้หยิบสีเหลืองขึ้นมาแต่งแต้มบนใบหน้า

รวมไอเดีย เมกอัพ สีเหลืองสุดจี๊ด เพราะเป็นสีที่ไม่ค่อยมีใครนำมาแต่งกัน แต่วันนี้เรามีลุคการแต่งหน้าโทนสีเหลืองมาให้สาวๆ ดูกันค่ะ ว่าจริงๆ

รวมไอเดีย

แล้วเจ้าสีเหลืองเนี่ยสามารถครีเอทลุกการแต่งหน้าได้อย่างหลากหลาย ต่อให้ผิวของสาวๆ

จะขาวหรือเข้ม จะสายฝอหรือสายเกาก็ไม่ต้องเป็นกังวล สามารถเอาสีเหลืองไปแต่งแต้มบนหน้าได้ แถมแต่งออกมาแล้วยังดูเปรี้ยวแซ่บไม่จำเจอีกด้วยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

หอมจนอยากฟัด

หอมจนอยากฟัด 5 โลชั่นกลิ่นแป้งเด็ก ทาแล้วหนุ่มๆ อยากกอด

หอมจนอยากฟัด  การดูแลผิวถือเป็นเรื่องสำคัญที่สาวๆ อย่างเราไม่ควรละเลยนะคะ เพราะการที่เรามีผิวสวยจะแสดงออกได้ถึงการดูแลใส่ใจตัวเองนั่นเอง

หอมจนอยากฟัด การดูแลผิวถือเป็นเรื่องสำคัญที่สาวๆ อย่างเราไม่ควรละเลยนะคะ เพราะการที่เรามีผิวสวยจะแสดงออกได้ถึงการดูแลใส่ใจตัวเองนั่นเอง และการทาโลชั่นเป็นประจำถือเป็นการดูแลผิวของเราที่ดีอีกหนึ่งวิธีเลยค่ะ โลชั่นก็มีด้วยกันหลายกลิ่นเต็มไปหมด แต่สำหรับกลิ่นที่จะมาแนะนำวันนี้เชื่อว่าต้องถูกใจใครหลายคนแน่นอนกับกลิ่นแป้งเด็ก ที่ทำให้รู้สึกหอม สดชื่น น่าทะนุถนอม จะมีโลชั่นกลิ่นแป้งเด็กตัวไหนบ้างไปดูกันค่ะ

หอมจนอยากฟัด

เริ่มกันที่ตัวแรกกับโลชั่นกลิ่นแป้งเด็กจาก Etude ตัวนี้จริงๆ หลายคนคงคุ้นหน้าคุ้นตากันมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะตัวที่เป็นน้ำหอม เพราะรุ่นนี้ดังในเรื่องความหอมกลิ่นแป้งเด็กมากค่ะ ถ้าใช้โลชั่นตัวนี้คู่กับน้ำหอมจะทำให้ติดทนมากขึ้นและหอมมากขึ้นไปอีก หรือจะใช้แค่ตัวเดียวเดี่ยวๆ ก็ดีเช่นกัน โดยความหอมแป้งเด็กจะเป็นความหอมแบบอ่อนๆ ละมุนๆ กำลังน่ารัก หาซื้อได้ตามร้าน Etude ในประเทศไทย หรือจะพรีมาจากเกาหลีก็ได้จ้า

มาต่อกันที่โลชั่นจากแบรนด์ Dermapon ต้องบอกเลยว่าโลชั่นแบรนด์นี้เป็นอีกหนึ่งตัวที่มีราคาถูกและดีแถมยังจัดโปรโมชั่นค่อนข้างบ่อย ตัวเนื้อครีมมีความเข้มข้นเลยค่ะแต่พอทาแล้วรู้สึกบางเบาและซึมเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ กลิ่นมีความหอมแป้งเด็กชัดเจน แต่อาจจะไม่ติดทนเท่าไหร่ ให้ความชุ่นชื้นกับผิวได้ดีเลยทีเดียวค่ะ หาซื้อได้ง่ายตามห้างสรรพสินค้าแผนกซุปเปอร์ทั่วไปหรือตามวัตสันค่ะ

มากันที่อีกหนึ่งแบรนด์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอย่าง D-nee กันค่ะ แบรนด์นี้นี่ต้องบอกเลยว่าเด็กใช้ได้ผู้ใหญ่ใช้ดี มีความอ่อนโยนไม่ระคายเคืองต่อผิว ที่สำคัญคือกลิ่นหอมมากๆ ด้วยค่ะ เป็นโลชั่นที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ดี ช่วยให้ผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น ราคาไม่แรงด้วยเมื่อเทียบกับปริมาณที่ได้ถือว่าคุ้มมากๆ สามารถหาซื้อได้ง่ายตามห้างสรรสินค้าตามแผนกซุปเปอร์ทั่วไป หรือ D-nee Shop ค่ะ

อย่าที่ทราบกันดีว่า Kodomo เป็นแบรนด์แป้งเด็กที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ดังนั้นแล้วตัวโลชั่นของเค้าจึงอ่อนโยนแต่ผิวมากๆ และยังมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ด้วย สำหรับใครที่ไม่ชอบความรู้สึกเหนียวเวลาทาโลชั่นตัวนี้ตอบโขทย์มาก เพราะเวลาใช้ตัวครีมจะเป็นเนื้อโลชั่น แต่พอทาแล้วเนื้อโลชั่นจะเปลี่ยนเป็นแป้งแถมยังซึมไวอีกด้วย ทำให้ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะเลยค่ะ หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป

สุดท้ายสำหรับโลชั่นสีชมพูน่ารักๆ แบรนด์ THE BAKERY ค่ะ ถือเป็นโลชั่นถูกและดีอีกหนึ่งตัวที่น่าตำมากๆ โลชั่นตัวนี้มีกลิ่นหอม ทาแล้วให้ความรู้สึกชุ่มชื่นผิว แถมยังสามารถกันแดดได้เล็กน้อย สำหรับผลิตภัณฑ์ในเซ็ท Born To Be Baby มีหลากหลายมากๆ แนะนำว่าถ้าใช้คู่กับตัวสบู่เหลวก็จะทำให้กลิ่นหอมขึ้นไปอีกค่ะ หาซื้อได้ง่ายตามร้าน Beauty Buffet สะดวกมากค่ะ

การทาโลชั่นเป็นสิ่งที่สาวๆ ไม่ควรละเลยนะคะ เพราะมันมีส่วนช่วยในการดูแลผิวของสาวๆ ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการทาโลชั่นจริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างสม่ำเสมอทุกๆ วัน โดยเฉพาะช่วงเวลาหลังอาบน้ำ เพราะจะช่วยทำให้ผิวเราอ่อนนุ่มน่าสัมผัสขึ้นได้จริงๆ สำหรับใครที่ชอบกลิ่นแป้งเด็กหละก็อย่าลืมไปลองใช้โลชั่นทั้ง 5 ตัวนี้ดูนะคะ รับรองว่าคุณจะต้องติดใจแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

4 วิธีดูแลผิวช่วงหน้าหนาว ไม่อยากผิวแห้งแตกไปดูกันว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

4 วิธีดูแลผิวช่วงหน้าหนาว ฤดูหนาวมักมาพร้อมกับปัญหาผิวแห้งแตกเป็นขุย และขาดความชุ่มชื้นจึงมีวิธีการดูแลผิวหน้าผิวกายในช่วงหน้าหนาวนี้มาฝากกัน ไม่อยากผิวแห้งแตกไปดูกันว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

4 วิธีดูแลผิวช่วงหน้าหนาว

1. หลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น
ข้อเสียของการอาบน้ำอุ่นในช่วงหน้าหนาวนั้น จะทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้นมากขึ้น ฉะนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่น และอาบน้ำที่มีอุณหภูมิปกติแทน แต่ในกรณีที่ชอบอาบน้ำอุ่นอยู่แล้ว หรืออากาศในช่วงนั้นหนาวจัดเย็นจัดจริงๆ และเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นไม่ได้ แนะนำว่าให้ใช้เวลาในการอาบน้ำอุ่นเพียงแค่ 5-10 นาที แล้วรีบทาโลชั่นที่มีมอยซ์เจอไรเซอร์เข้มข้นทันที เพื่อช่วยเก็บกักความชื้นของผิว หลังจากอาบน้ำทุกครั้ง

4 วิธีดูแลผิวช่วงหน้าหนาว
2. ดูแลผิวหน้าและผิวกาย ด้วยการทาโลชั่นที่ให้ความชุ่มชื้น
ในช่วงหน้าหนาว ผิวจะมีความบอบบางมากกว่าปกติ ดังนั้นจึงต้องใส่ใจในการเลือกโลชั่นมาบำรุงผิวให้เหมาะกับผิวและสภาพอากาศ โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นสูตรอ่อนโยน และช่วยทำให้ผิวกับกักความชุ่มชื้นเอาไว้ได้นานขึ้น ซึ่งแนะนำว่าอย่าเลือกผลิตภัณฑ์มาบำรุงผิวหลายตัวมากเกินไป เพราะอาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองจากสารเคมีได้ รวมถึงยิ่งทำให้ผิวถูกทำร้ายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

3. หมั่นทาริมฝีปากด้วยลิปมันหรือลิปบาล์ม
ในหน้าหนาวที่มีลมเย็นพัดผ่าน ความชื้นจากริมฝีปากจะถูกอากาศดูดออกไป กลายเป็นตัวทำลายความยืดหยุ่นของเซลล์ จึงมีผลทำให้ริมฝีปากขาดความชุ่มชื้น ทำให้ผิวบริเวณริมฝีปากแห้งและแตกได้ ดังนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดของการดูแลริมฝีปากในช่วงหน้าหนาว นั่นก็คือการทาลิปมันหรือลิปบาล์ม เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปาก และป้องกันไม่ให้ริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
การดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ร่างกายและผิวได้ ดังนั้นวิธีป้องกันผิวแห้งอย่างง่ายๆ ก็คือการหมั่นจิบน้ำทีละนิด เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำและเพื่อผิวที่ชุ่มชื้น ประโยชน์ของน้ำยังมีส่วนช่วยในการลำเลียงสารไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายไม่ว่าจะเป็นเหงื่อ หรือปัสสาวะ ยังช่วยให้อุจระไม่แข็งจนเกินไป นอกจากนี้น้ำยังช่วยในการปรับสมดุลภายในร่างกายอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

ปิดใต้ตาคล้ำด้วยลิปสติก

ปิดใต้ตาคล้ำด้วยลิปสติก ไม่พึ่งคอนซีลเลอร์ ทำเองได้ไม่ยาก

ปิดใต้ตาคล้ำด้วยลิปสติก การที่จะทำให้รอยคล้ำใต้ตาของเรานั้นหายไปเลยเป็นเรื่องยาก ถึงจะใช้อายครีมดีๆ ก็ยังต้องใช้เวลานาน ประกอบกับการที่เราต้องทำงานตอนดึก

ปิดใต้ตาคล้ำด้วยลิปสติก การที่จะทำให้รอยคล้ำใต้ตาของเรานั้นหายไปเลยเป็นเรื่องยาก ถึงจะใช้อายครีมดีๆ ก็ยังต้องใช้เวลานาน ประกอบกับการที่เราต้องทำงานตอนดึก ปาร์ตี้

หรือเป็นภูมิแพ้ก็ทำให้ตาเรากลับมาคล้ำดำได้ทุกเมื่อ หลายๆ ครั้งเราก็ต้องพึ่งเมคอัพในการทำให้มันจางหายไปแต่การใช้คอนซีลเลอร์มากๆ บางทีมันหนาเกินไป และตกล่องอยู่บ่อยๆ แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะครั้งนี้จะไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์กลบให้หนา แต่จะเปลี่ยนมาใช้ลิปสติกที่สาวๆ มีในการทำให้รอยคล้ำหายไป

ปิดใต้ตาคล้ำด้วยลิปสติก
ขั้นตอนการปิดใต้ตาคล้ำด้วยลิปสติก
ขั้นตอนที่ 1: ก่อนที่คุณจะลงรองพื้นให้ทาลิปสติกสีแดง โดยการปาดลิปสติกในบริเวณใต้ตาคล้ำดำของคุณไม่ต้องหนามาก จากนั้นใช้มือเกลี่ยให้เนียน หรือใช้มือแตะๆ บริเวณใต้ตาเท่านั้น

ผิวใต้ตาคล่ำอ่อนๆ
ลิปสติก Shade: แดงกับโทนสีชมพู

ผิวใต้ตาคล่ำปานกลาง
ลิปสติก Shade: Purplish Red

ผิวใต้ตาคล่ำดำ
ลิปสติก Shade: Coral / Orangey Red

ใครที่มีปัญหาระดับไหนก็ลองเลือกสีลิปที่ตรงกับรอยคล้ำนั้นนะคะ เพื่อใต้ตาสว่างใส

ขั้นตอนที่ 2: จากนั้นให้คุณทับด้วยรองพื้น หรือคอนซีลเลอร์ทาให้ทั่วใบหน้า และใต้ตาที่ลงลิปสติกไว้ เกลียให้เนียนโดยใช้ฟองน้ำ แปรง หรือมือก็ได้ โดยเน้นไปที่ใต้ตาค่อยๆ เกลียจนกว่าสีแดงจะถูกซ่อนไว้อย่างสมบูรณ์จนเป็นสีผิวที่เข้ากับหน้าของเรา

ขั้นตอนที่ 3: ลงแป้งฝุ่นให้ทั่วใบหน้า และใต้ตาที่เราลงลิปสติกไว้ เพื่อซับความมันส่วนเกินออกจากผิว จากนั้นสาวๆ ก็แต่งหน้าตามปกติได้เลยค่ะ

ไม่ยากเลยค่ะ และมันยังสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีอีกด้วยในการทำให้ใต้ตาคล้ำหายไปลองไปทำกันดูนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

สวยรุ่งพุ่งกว่าเดิม ! 3 ดาราสาวตาหวาน ยืดอกรับ ศัลยกรรมตารอบสอง

สวยรุ่งพุ่งกว่าเดิม ! สวยไม่ปิด สำหรับ 3 ดาราสาวที่มีปัญหาเรื่องตา ตัดสินใจขึ้นเขียงแก้ชั้นตารอบ 2

สวยรุ่งพุ่งกว่าเดิม ! ยอมรับเลยนะคะว่า การทำตาสองชั้น กลายเป็นศัลยกรรมติดอันดับต้นๆ ของสาวไทยและคนเอเชีย แต่ส่วนมากจะไม่จบที่รอบเดียว จะเกิดปัญหาปมไหมที่ทำไว้หลุดบ้างหรือบางคนไม่ชอบใจในชั้นตาที่ทำไปแล้วจนต้องตัดสินใจแก้อีกรอบ

แต่ละคนมีปัญหาที่ต่างกันในการศัลยกรรมตารอบ 2 งานนี้จะมีใครบ้างและปัญหาที่ว่าจะมาจากอะไร ตามมาดูกันค่ะ

สวยรุ่งพุ่งกว่าเดิม

เริ่นต้นกันที่ ยิปโซ อริย์กันตา ที่สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับแหนๆ เมื่อออกมาเปิดใจในรายการคุยแซ่บ Show เรื่องทำศัลยกรรมตารอบ 2 หลังจากที่เคยมีปัญหาชั้นตาไม่เท่ากัน และตัดสินใจเร็วไปในการทำศัลยกรรม ผลที่ออกมาเลยไม่ใช่สไตล์ เพราะที่จริงเธอก็ชอบตาหมวยๆ เพียงแค่อยากแก้ไขชั้นตาที่ไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด ผลที่ได้หลังทำรอบแรกตาโตกว่าที่คิด ดูหน้าตัวเองในกระจกมันไม่ชอบ จากนั้นเลยทำรอบ 2 ได้ดวงตาคู่สวย ถูกใจ สวยเข้าที่ เรียกความหมวยอินเตอร์กลับมาได้อย่างลงตัว

สวยรุ่งพุ่งกว่าเดิม

มาถึง เต้ย จรินทร์พร สวยใสไม่ปิดบัง ยอมรับแบบตรงๆ ว่าไปทำตารอบ 2 หลังจากที่ไปทำมาครั้งแรกเมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้วหลุดไปเลยไปทำใหม่ ด้วยวิธีการทำจะเป็นการเย็บเล็กๆ ทำมาแล้วก็จะเหมือนก่อน เพราะก่อนหน้านี้ติดสติกเกอร์ตา 2 ชั้นมาตลอด หลังจากทำแล้วงานรุ่งไม่มีร่วง สวยแบ๊วขึ้นไปอีก

สวยรุ่งพุ่งกว่าเดิม

ปิดท้ายด้วย หญิงแย้ นนทพร เพิ่งกลับมาจากบินตรงไปศัลยกรรมดวงตาที่ประเทศเกาหลีมาได้ 4 เดือน สร้างความฮือฮากันไปทั่วโซเชียลกับการกรีดผิวหนังที่มาปกคลุมดวงตาออกไปเพื่อให้ตาโตขึ้น ผลที่ได้หลังทำดวงตาโตขึ้นมาก ชั้นตาเห็นชัด สวยเข้าที่พร้อมเฉิดฉายได้ทุกพื้นที่เลยค่ะคุณขา

ใครที่คิดจะทำศัลยกรรม ต้องทำใจเลยนะคะ ว่าอาจจะไม่ได้จบแค่รอบเดียว ถ้าทำแล้วสวยไม่ต้องแก้ก็โชคดีไป แต่ถ้าพลาดมาเมื่อไหร่ อาจจะร้องไห้ไปทั้งชีวิต อย่างไรแล้วต้องเลือกผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมความงาม เพื่อความปลอดภัยและความสวยที่จะได้มาจากการศัลยกรรม

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ขั้นตอนทาครีมบนใบหน้า

ขั้นตอนทาครีมบนใบหน้า อย่างถูกวิธี เพื่อการบำรุงอย่างได้ผล

ขั้นตอนทาครีมบนใบหน้า สาวๆ จ๋า นอกเหนือจากการดูแลหน้าตาตัวเองให้สวยใสด้วยอาหารการกิน การพักผ่อนและการออกกำลังกายแล้วนั้น สิ่งสำคัญที่จะลืมไม่ได้เลยคือการทาครีมบำรุงผิว

ขั้นตอนทาครีมบนใบหน้า สาวๆ จ๋า นอกเหนือจากการดูแลหน้าตาตัวเองให้สวยใสด้วยอาหารการกิน การพักผ่อนและการออกกำลังกายแล้วนั้น สิ่งสำคัญที่จะลืมไม่ได้เลยคือการทาครีมบำรุงผิว ซึ่งในวันนี้เรามีเคล็ดลับการทาครีมบำรุงผิวอย่างถูกวิธีเพื่อเสริมให้ออร่าความงามเปล่งประกายมากขึ้นมาแนะนำค่ะ ทำได้อย่างไรนั้น ตามมาดูกันเลยค่ะ

ขั้นตอนทาครีมบนใบหน้า

1.ความสะอาดบนผิวหน้าเป็นเรื่องสำคัญ

ควรล้างและทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดทุกครั้ง และอย่าลืมนะคะว่าต้องใช้ผ้าเนื้อนุ่มและสะอาดค่อยๆ ซับผิวหน้าให้แห้ง อย่าเช็ดถูด้วยความรุนแรงเพราะการเสียดสีจะทำให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้

2.ปริมาณของครีมต้องพอเหมาะ

ปริมาณของครีมที่ใช้ในแต่ละครั้งต้องพอเหมาะพอดี โดยประมาณ 1 ข้อนิ้วมือถือว่าเพียงพอและเหมาะสมต่อความต้องการของผิวหน้าที่สุด เพราะถ้าใช้น้อยเกินไปอาจไม่ได้ผล แต่ถ้าใช้มากเกินไปก็ทำให้สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุหนำซ้ำยังก่อให้เกิดความมันบนใบหน้าได้ด้วยค่ะ

3.แต้มครีมจำเพาะ 5 จุดบนใบหน้า

โดย 5 จุดบนใบหน้าที่เราควรแต้มครีมก็ได้แก่ หน้าผาก จมูก แก้มทั้งสองข้างและคางนะคะ แต้มแต่ละจุดในปริมาณที่เท่ากัน แต่อาจจะเน้นมากหน่อยในบริเวณพื้นที่ผิวที่มากกว่าส่วนอื่นๆ คือบริเวณแก้มทั้งสองข้าง

4.ทาครีมอย่างช้าๆ ให้ถ้วนทั่ว

โดยการใช้ปลายนิ้วกลางและนิ้วนางทั้งสองค่อยๆ เกลี่ยเนื้อครีมอย่างเบามือ เนื่องจากผิวหน้าของเรานั้นคอนข้างบอบบาง ถ้าลงน้ำหนักมากออาจเป็นการสร้างริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัยให้เกิดบนใบหน้าได้ การเกลี่ยครีมเริ่มจากบริเวณที่กว้างอย่างโหนกแก้มทั้งสองข้าง ให้เกลี่ยเริ่มจากส่วนกลางออกไปยังส่วนข้างๆ จากนั้นเกลี่ยไล่ตามแนวสันจมูก ใต้โพรงจมูกแล้วลงมายังคางและหน้าผาก อย่าลืมเว้นบริเวณรอบดวงตาซึ่งควรใช้อายครีมสำหรับการบำรุงนะคะ

5.อย่ามัวเผลอปล่อยให้รอบดวงตาหมองคล้ำ

โดยการใช้เนื้อครีมประมาณ 1 เมล็ดถั่วเขียวนะคะ และควรใช้ปลายนิ้วนางเท่านั้นในการเกลี่ยครีมโดยลงน้ำหนักอย่างเบามือให้มากที่สุด เริ่มจากการทาครีมไล่ไปตามแนวโครงกระดูกเบ้าตาจะเริ่มทาที่หัวตาหรือหางตาก่อนก็ได้ หลังจากนั้นค่อยๆ วนลูบไล้เนื้อครีมไปรอบๆ ดวงตา และควรทาวนไปในทิศทางเดียวกันทั้งสองข้างนะคะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ การทาครีมที่เราทำกันอยู่ในทุกวันนี้ถูกต้องตามวิธีที่กล่าวมาข้างต้นหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ ลองปรับเปลี่ยนและใส่ใจเพิ่มรายละเอียดดูสักนิดนะคะ เพื่อให้ครีมที่เราใช้เกิดประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างสูงสุดกับผิวของเราอย่างแท้จริง

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

4 กฎการเลือกรองเท้า

4 กฎการเลือกรองเท้า เจ้าสาวแบบซีทรูปักลูกไม้ให้สวยเป๊ะปัง

4 กฎการเลือกรองเท้า ช่วงนี้รองเท้าเจ้าสาวแบบซีทรูปักลูกไม้กำลังมาแรง สาวๆ หลายคนที่กำลังจะแต่งงานก็คงจะมีเล็งๆ รองเท้าเจ้าสาวสไตล์นี้กันเอาไว้บ้าง

4 กฎการเลือกรองเท้า ช่วงนี้รองเท้าเจ้าสาวแบบซีทรูปักลูกไม้กำลังมาแรง สาวๆ หลายคนที่กำลังจะแต่งงานก็คงจะมีเล็งๆ รองเท้าเจ้าสาวสไตล์นี้กันเอาไว้บ้างใช่ไหมล่ะคะ แต่ก็อย่างว่านั้นหละค่ะ ขึ้นชื่อว่าซีทรูต่อให้ปักลูกไม้เพิ่มความหวาน

แต่ก็ยังเป็นงานเปลือยเท้าที่เจ้าสาวจะต้องเจออยู่ดี เพราะฉะนั้นการที่เราจะเลือกใส่รองเท้าเจ้าสาวแบบซีทรูให้ดูมั่นใจ ใส่แล้วสวย เพิ่มความขายาว และดูเซ็กซี่เบาๆ ด้วยนั้น อาจจะต้องเช็คก่อนว่ารองเท้าในแบบที่คุณจะเลือกใส่นั้น อยู่ในลิสต์เหล่านี้หรือเปล่า…

1. เลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับลักษณะของปลายเท้า

ก่อนอื่นเราต้องรู้ก่อนค่ะ ว่าตัวเองเหมาะสมกับรองเท้าแบบไหน สไตล์ไหน จะได้หารองเท้าที่ใส่ได้พอดี ไม่รัดปลายเท้า จะได้ใส่แล้วดูมั่นใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ ว่าถ้าเราเป็นเจ้าสาวที่ปลายเท้าเล็กไม่ได้เรียวยาวจะใส่ร้องเท้าแบบซีทรูไม่สวย เพราะตอนนี้รองเท้าแบบซีทรูเรียบหรูหรือปักลูกไม้ก็มีให้เลือกหลากหลายแบบเต็มไปหมดเลยล่ะ

4 กฎการเลือกรองเท้า

2. เลือกที่เหมาะสมกับชุดแต่งงาน

ชุดแต่งงานก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งของการเลือกรองเท้า ที่เจ้าสาวอาจจะคิดว่ามันจะไปสำคัญอะไร เพราะยังไงก็ใส่ชุดเจ้าสาวยาวจรดปลายเท้าอยู่ดี แต่อย่าลืมนะคะว่า เจ้าสาวบางคนก็ไม่ได้ใส่แค่ Wedding Drees อย่างเดียวแต่อาจจะยังมีชุดไทย ชุดอาฟเตอร์ปาร์ตี้

ชุดพิธียกน้ำชา ทีบางทีชุดเจ้าสาวก็ลูกไม้อีก การเลือกรองเท้าเจ้าสาวแบบซีทรูที่ปักด้วยลูกไม้อีกอาจจะไปแย่งซีนและดูเยอะจนเกินไป หรือถ้าใครเซฟงบ ใส่รองเท้าคู่เดียวแต่ใส่หลายชุด รองเท้าบางดีไซน์ก็อาจจะไม่เข้ากับชุดอื่นก็ได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องระวังด้วยเหมือนกัน

4 กฎการเลือกรองเท้า
3. ดูแลความสะอาดและทาเล็บเท้าให้สวยงาม

อันนี้จัดเป็นเรื่องสำคัญวาระหนึ่งของเจ้าสาวเลยล่ะคะ เพราะว่าถ้าคุณเลือกที่จะใส่รองเท้าแบบซีทรูแล้วล่ะก็ ยังไงก็ต้องดูแลเล็บเท้าและทาเล็บมาให้ดีก่อน ก่อนที่จะเปลือยเท้าสวยๆ ให้คนอื่นได้เห็น ทีนี้พอเท้าสะอาด เล็บสวยแล้ว จะใส่รองเท้าแบบไหนสไตล์ไหนก็สวย มั่นใจ ทำให้ดูเซ็กซีเบาๆ ได้แล้ว

4 กฎการเลือกรองเท้า

4. ต้องใส่สบาย ไม่สูงเกินไปหรือสูงเกินกว่าเจ้าบ่าว

เจ้าสาวที่มีรูปร่างเล็กสามารถที่จะเลือกใส่รองเท้าเจ้าสาวแบบไหนก็ได้ค่ะที่ช่วยให้คุณดูสูงระหง แต่เจ้าสาวที่มีรูปร่างผอมสูงนี่ควรจะเลือกใส่รองเท้าที่ไม่สูงกว่าเจ้าบ่าวของคุณเองนะคะ และถ้าจะให้ดี ต้องเป็นรองเท้าที่คุณสามารถสวมใส่ได้ตลอดทั้งวัน ใส่สบาย ไม่สูงหรือคับไปด้วย

และนี้ก็เป็นทริคง่ายๆ ที่เรานำมาฝากกัน ใครอยากใส่รองเท้าแบบซีทรูปักลูกไม้สวยๆ ก็ลองนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้กันดูนะคะ รับรองว่าช่วยให้คุณว่าที่เจ้าสาวทั้งหลาย ตามหารองเท้าเจ้าสาว “ที่ใช่” ใส่แล้วมั่นใจให้กับตัวเองได้อย่างแน่นอน

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

3 ท่าออกกำลังกาย

3 ท่าออกกำลังกาย เปลี่ยนหน้าอกไข่ดาว เป็น สาวไซส์ C

3 ท่าออกกำลังกาย เคยไหมมองคนหุ่นดีๆ แล้วอยากได้หุ่นแบบนี้บ้าง

3 ท่าออกกำลังกาย เคยไหมมองคนหุ่นดีๆ แล้วอยากได้หุ่นแบบนี้บ้าง แต่พอออกกำลังกายจริงจัง สัดส่วนก็ลดลงทุกอย่าง รวมทั้งหน้าอกหน้าใจด้วย ทำให้บางครั้งหมดความมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้า

ทำอย่างไรดีจะเปลี่ยนหน้าอกไข่ดาว ให้เป็นสาวไซส์ C โดยไม่ต้องพึ่งการศัลยกรรม Sanook! Women มี 3 ท่าออกกำลังกายอัพไซส์ A เป็น C มาแนะนำ

3 ท่าออกกำลังกาย
1. Wall Push Ups
– ยืนหันหน้าเข้ากำแพง
– ยกมือขึ้นให้อยู่ระดับไหล่
– ทิ้งน้ำหนักลง และ งอข้อศอก
– ทำแบบนี้ 5 ครั้ง และทำทั้งหมด 3 เซ็ต

2. Adapted Push Ups
– คุกเข่า วางมือไว้กับพื้น
– ยกขาขึ้นไขว้กัน
– ทิ้งน้ำหนักลงกับพื้น
– ทำ 5 ครั้งเท่ากับ 1 เซ็ต ทำทั้งหมด 3 เซ็ต

3. Chest Dips
– ใช้มือค้ำลำตัวกับเก้าอี้
– จากนั้นกดสะโพกลง 5 ครั้ง
– ทำทั้งหมด 3 เซ็ต

ใครอยากอัพเป็นคัพ C ลองทำตามดู

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com