ซาวน่า

ซาวน่า หลังที่ฟิตเนสมีประโยชน์ หรือให้โทษต่อร่างกายกันแน่?

ซาวน่า หลังออกกำลังกายที่ฟิตเนส หลายคนอาจจะเคยใช้บริการซาวน่าก่อนอาบน้ำ ห้องซาวน่าจะเป็นห้องที่บุรอบๆ ด้วยไม้ มีหินร้อนๆ

ซาวน่า ที่ทำให้อุณหภูมิในห้องร้อนระอุ เราเข้าไปนั่งในห้องซาวน่าจนรู้สึกผิวหนังร้อน จากนั้นก็ออกมาอาบน้ำ เหงื่อที่ไหลออกมาขณะซาวน่าทำให้ใครหลายคนรู้สึกสบายตัว แต่จริงๆ แล้ววัตถุประสงค์ของซาวน่าคืออะไร มีประโยชน์จริง หรือมีอันตรายหรือไม่ มาหาคำตอบกัน

ซาวน่า

ประโยชน์ของซาวน่า

ตามปกติแล้วในห้องซาวน่าที่วางหินร้อนๆ เอาไว้ จะทำให้อุณหภูมิในห้องโดยรวมอยู่ที่ราวๆ 32-45 องศาเซลเซียส ทำให้คนที่เข้าไปในห้องซาวน่าสามารถเหงื่อออกได้ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป และอาจไม่ทันรู้ตัวว่าเหงื่อออก เพราะอากาศที่ร้อน และแห้งในห้องซาวน่าเรียกเหงื่อผ่านผิวหนังออกมา และแห้งไปกับอากาศภายในห้องแทบจะทันที อุณหภูมิบนผิวหนังจะร้อนอยู่ที่ราวๆ 37-40 องศาเซลเซียส

อุณหภูมิบนผิวที่เปลี่ยนไปเป็นสิ่งที่เราพอสังเกต หรือรู้สึกได้ แต่สิ่งที่เราอาจไม่ทันรู้สึกตัว คือ การเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้นราว 30% หัวใจสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายมากขึ้น รวมถึงผิวหนังที่แดงขึ้นจากการสูบฉีดของเลือดที่มากขึ้น หัวใจจะยังทำงานหนักไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะออกมาจากห้องซาวน่า เมื่อร่างกายสัมผัสกับอุณหภูมินอกห้องที่เย็นขึ้น

ซาวน่า ปลอดภัยหรือไม่?

ซาวน่าเป็นบริการที่ขึ้นชื่อในเมืองหนาวอย่างฟินแลนด์ ดังนั้นงานวิจัยที่เกี่ยวกับซาวน่าส่วนใหญ่มาจากฟินแลนด์ นักวิจัยทำสำรวจร่างกายของผู้ที่เป็นโรคหัวใจในเมืองเฮลซิงกิจำนวณ 1,631 คน หลังจากเข้ารับบริการซาวน่า ในช่วงเวลา 16 เดือน พบว่ามีเพียง 1.8% เท่านั้นที่มีอาการโรคหัวใจกำเริบขณะใช้บริการซาวน่าเป็นเวลา 3 ชั่วโมง นอกจากนี้ในการทดลองที่แคนาดา ให้ผู้ป่วยโรคหัวใจจำนวณ 16 คนใช้บริการซาวน่า 15 นาทีแล้วมาทดสอบหัวใจด้วยการวิ่งบนลู่วิ่ง พบว่าไม่มีผู้ป่วยรายได้ที่มีอาการของโรคหัวใจกำเริบ

ซาวน่ามีความปลอดภัยต่อคนทั่วไปที่สุขภาพดี รวมถึงผู้ป่วยที่ดูเหมือนจะมีความเสี่ยง (แต่ไม่มี) อย่างผู้ป่วยโรคหัวใจ (ที่มีอาการอยู่ในระดับที่คงที่) งานวิจัยจากญี่ปุ่นยังยืนยันอีกว่า การใช้บริการซาวน่าเป็นประจำ ยังช่วยให้การทำงานของหลอดเลือดดีขึ้นในผู้ป่วยที่หัวใจมีปัญหาการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคหัวใจยังคงต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการซาวน่า เพื่อศึกษาความเสี่ยง หรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในแต่ละบุคคลที่อาจมีสุขภาพที่แตกต่างกันไป

ซาวน่ายังมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ เช่น ลดอาการคันยุบยิบในผู้ป่วยที่มีอาการคันผิวหนังได้ (ความร้อนจากห้องซาวน่าไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง และปอด) และสำหรับประโยชน์จากการไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้น ในบางรายอาจทำให้รู้สึกผิวสุขภาพดีขึ้นตามมาด้วย

ใช้บริการซาวน่าอย่างไรให้ปลอดภัย?

  1. ใช้บริการซาวน่าในช่วงที่ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี ไม่อยู่ในสภาวะอ่อนเพลีย ขาดอาหาร มีไข้ เป็นหวัด และอื่นๆ (หากมีโรคประจำตัว ควรอยู่ในระดับอาการคงที่ ควบคุมได้ และควรปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับบริการ)
  2. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนใช้บริการซาวน่า
  3. ออกกำลังกายก่อนเข้าบริการซาวน่า โดยอาจจะเดินหรือวิ่ง 30 นาที เดินหรือวิ่งขึ้นลงบันได 3-4 ครั้งโดยไม่หยุด ให้หัวใจได้ออกกำลังเล็กน้อย แต่ผู้ป่วยโรคหัวใจไม่ควรออกกำลังกายหนักเกินไป
  4. ระมัดระวังไม่ปรับอุณหภูมิของห้องซาวน่าสูงจนเกินไป ให้อยู่ในระดับที่ร้อน แต่พอทนไหว
  5. สามารถใช้เวลาในห้องซาวน่าได้ตั้งแต่ 5-20 นาที แต่หากรู้สึกหน้ามืด ตาลาย จะเป็นลม ควรรีบออกมาก่อน
  6. นั่งอยู่ด้านนอกห้องซาวน่าจนกว่าผิวหนัง และร่างกายโดยรวมปรับให้เข้ากับอากาศภายนอกห้องซาวน่าได้ก่อน แล้วค่อยเข้าไปอาบน้ำ
  7. จิบน้ำช้าๆ 2-4 แก้วหลังเข้ารับบริการซาวน่า เพื่อทดแทนเหงื่อที่เสียไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

คืนความเฟิร์มให้หุ่น

คืนความเฟิร์มให้หุ่น! 4 ท่าออกกำลังกาย สร้างซิกแพคสวยๆ ได้ภายใน 4 สัปดาห์

คืนความเฟิร์มให้หุ่น! 4 ท่าออกกำลังกาย สร้างซิกแพคสวยๆ ได้ภายใน 4 สัปดาห์

คืนความเฟิร์มให้หุ่น! 4 ท่าออกกำลังกาย สร้างซิกแพคสวยๆ ได้ภายใน 4 สัปดาห์

ท่าออกกำลังกาย

คิดเหมือนกันป้ะ ว่าผู้หญิงที่มีซิกแพคนี่นอกจากจะดูสุขภาพดี แล้วยังแอบเซ็กซี่เบาๆ ด้วยนะ จึงไม่แปลกอะไร ที่สาวๆ จะลุกขึ้นมาเข้าฟิตเนส ดูแลหุ่น รักษารูปร่างให้ดูดีอยู่เสมอ ก็แหม…ยุคนี้มันยุคเฮลตี้นะ จะมามั่วกินแล้วนอนได้ไง แบบนั้นก็อ้วนตายพอดี วันนี้เราเลยมี 4 ท่าออกกำลังกายสร้างซิกแพค มาแชร์ให้ลองทำตาม ถ้าคุณอยากมีซิกแพคสวยๆ แล้วล่ะก็ อย่ารอช้า ตามมาโล้ดดดดด

5 ท่าออกกำลังกาย ด้วย ยางยืด บริหารกล้ามเนื้อหลังและกระชับท้องแขนค่ะ

 

1. ท่า Plank

ท่าออกกำลังกาย สร้างซิกแพค

ท่านี้จะคล้ายๆ กับท่าวิดพื้น แต่จะต่างกันตรงที่ ให้คุณใช้ลำแขนตั้งแต่ช่วงมือ ไปจนถึงศอก วางราบไปกับพื้นแล้วยกตัวขึ้น ให้ขนานไปกับพื้น ดังรูป

 

2. ท่า Side Plank

ท่าออกกำลังกาย ท่า Backwards Push-Ups

ท่านี้ให้วางแขนข้างใดข้างหนึ่งราบไปกับพื้น ตั้งแต่ช่วงมือจนถึงศอก แล้วยกตกตัวให้ขนานไปกับพื้น ส่วนมือข้างที่ไม่ได้ทำให้ยกขึ้นเหนือศีรษะ ท่านี้ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากนะคะ เพราะจะมีแขนเพียงข้างเดียว ที่รับน้ำหนักตัวของคุณอยู่

 

3. ท่า Backwards Push-Ups

ท่าออกกำลังกาย ท่า Sit-Ups

ท่านี้ใช้มือทั้ง 2 ข้างวางไปกับพื้น พร้อมกับขาทั้ง 2 ข้าง โดยหันหน้าออกจากพื้น แล้วค่อยๆ ยกตัวขึ้น โดยใช้แรงส่งจากมือและศอกของเรา

 

4. ท่า Sit-Ups

ท่าออกกำลังกายสร้างซิกแพค

ท่านี้เป็นท่าพื้นฐานที่หลายๆ คนคงรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว คุณสามารถนอนลงไปกับพื้น แล้วค่อยๆ ขยับร่างกายให้ขึ้นมา พร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

เชื่อสิว่า…ถ้าคุณทำตามนี้ ภายใน 4 สัปดาห์ คุณจะเริ่มเห็นความแตกต่างของร่างกาย กล้ามเนื้อหน้าท้อง จะขึ้นมาให้เห็นแบบเบาๆ แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าจะกินอะไรก็ได้ตามใจปาก เพราะถือว่าออกกำลังกายแล้วนะ แบบนั้นคงไม่มีวันผอมได้หรอก คุณจะต้องทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร ทานแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ส่วนใครที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกาย แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ลองทำตามตารางนี้ดูนะคะ รับรองว่าคุณจะได้หุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มกลับมาแน่นอนค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา  https://women.mthai.com

 …