อาหารแก้เครียดอร่อยดีมีประโยชน์

อาหารแก้เครียดอร่อยดีมีประโยชน์

อาหารแก้เครียดอร่อยดีมีประโยชน์

อาหารแก้เครียดอร่อยดีมีประโยชน์

วัยเรียน วัยทำงานอย่างเราๆ ทั้งเรียนทั้งทำงานติดต่อกันมา 5 วันมาหลายปี ไหนจะคะแนนสอบ ไหนจะถูกประเมินงานอีก คงจะทำให้หลายคนเครียดมากเลยใช่ไหม ถ้างั้นเรามาหาวิธีคลายเครียดง่ายๆ ด้วยการกินอาหารแก้เครียดกันดีกว่า

ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ และขนมปังโฮลวีท เป็นอาหารแก้เครียดที่ให้คาร์โบไฮเดรตประเภทที่ดีต่อร่างกาย มีผลต่อระดับพลังงาน และน้ำตาลในเลือด ช่วยทำให้เกิดการกระตือรือร้นในการทำงานของร่างกาย ทำให้การทำงานของสมองมีประสิทธิภาพสูง

อะโวคาโด โดยในอะโวคาโดมีวิตามินบี 9 ช่วยเรื่องผ่อนคลายความเมื่อยล้า ทำให้ผ่อนคลายความเครียดได้ดี

>> 9 ประโยชน์สุดยอดจาก “อะโวคาโด” ดีต่อสุขภาพของจริง

น้ำมันปลา มีไขมันในกลุ่มโอเมก้า 3 ช่วยทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองดีขึ้น และช่วยลดความเครียด ทำให้อารมณ์เยือกเย็นลง อาหารที่มีน้ำมันปลาสูง ได้แก่ ปลาทู ปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรล ปลาทูน่า และปลาแซลมอน

>> น้ำมันปลา กับข้อควรระวังในการบริโภค

ผลไม้ และพืชตระกูลถั่ว มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย คลายเครียด และต่อต้านสารที่เป็นพิษต่อร่างกายอีกด้วย

นม ไข่แดง จะมีวิตามินบีรวม ซึ่งมีบทบาทที่สำคัญในการให้พลังงานกับสมองและระบบประสาท เนื่องจากในขณะที่เครียดสมองต้องใช้พลังงานมหาศาล วิตามินบีในร่างกายจะถูกใช้หมดอย่างรวดเร็ว การเพิ่มวิตามินบีให้กับร่างกายเป็นการเติมสารอาหารที่จำเป็นให้แก่สมอง ทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า

>> ไข่แดง กินมากไม่ดีต่อสุขภาพจริงหรือ?

ส้ม และ ผลไม้รสเปรี้ยว มีแคลเซียม โปแทสเซียม วิตามินซี วิตามินเอ มากเป็นพิเศษ ช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างดี

แตงโม เป็นผลไม้ธาตุเย็น ที่มีอาจีนีน ช่วยให้หลอดเลือดขยายทำให้รู้สึกสดชื่น รู้สึกสดชื่น และเพลิดเพลินทุกครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

 …

กับดักอาหารสุขภาพสายเฮลตี้ก็พลาดได้ถ้าไม่ระวัง

กับดักอาหารสุขภาพสายเฮลตี้ก็พลาดได้ถ้าไม่ระวัง

กับดักอาหารสุขภาพสายเฮลตี้ก็พลาดได้ถ้าไม่ระวัง

กับดักอาหารสุขภาพสายเฮลตี้ก็พลาดได้ถ้าไม่ระวัง

กับดักอาหารสุขภาพสายเฮลตี้ก็พลาดได้ถ้าไม่ระวัง  ต้องยอมรับเลยค่ะว่ายุคนี้อะไรคลีนๆ ลีนๆ เฮลตี้ๆ มาแรงจริงๆ จะกินอะไรแต่ละทีก็ต้องนับแคลฯ หรือเลือกแต่เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าโลว์แฟต

แต่ผู้อ่านเคยหยิบสินค้านั้นๆ ขึ้นมาสำรวจจริงๆ จังๆ ก่อนจะจ่ายเงินซื้อบ้างไหมคะว่า มันเป็นเพื่อสุขภาพ “ของจริง” หรือ “ของปลอม” ไม่แน่นะคะ คุณอาจจะกำลังติด กับดักอาหารสุขภาพ อยู่ก็ได้

หมอผิง แพทย์หญิงธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-aging) กล่าวไว้ในหนังสือ 188 เคล็ดลับชะลอวัยสไตล์หมอผิง พิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริงว่า “การปะยี่ห้อว่า ชะลอวัย เฮลตี้ หรือโลว์แฟตนั้น เสมือนเป็นการเพิ่มมูลค่าและส่งเสริมการขายให้กับสินค้า”

นอกจากนี้หมอยังเขียนไว้ในบทความว่า  ถ้าเราออกทัวร์ร้านสะดวกซื้อ แล้วลองหยิบเครื่องดื่มที่ประกาศตัวว่า เพื่อสุขภาพทั้งหลายมาสำรวจข้อมูลโภชนาการ (Nutrition Facts) ด้านหลัง จะพบว่าหลายแบรนด์ด้วยกัน ที่แอบอัดน้ำตาลกันมาชนิดที่ว่า ไม่ยั้งมือ มีตั้งแต่ 15 กรัม ในขวดเล็กจิ๋วไปจนถึง 30 กรัม (นั่นมันตั้งหกช้อนชาเลยนะตัวเอ๊ง!!) เบาหวานเชื่อมยกขวดกันเลยทีเดียว

สาเหตุที่ผู้ผลิตชอบที่จะอัดน้ำตาลใส่ขวดขายให้ผู้ซื้ออย่างพวกเรานั้น หนึ่งก็คือเพื่อแต่งรสชาติให้ถูกลิ้นคนไทย และสองก็คือทำให้คนดื่มเกิดอาการ “Sugar High” หรือสุขสบายใจเกินเหตุจากน้ำตาล เมื่อเกิดอาการขึ้นหลังดื่มก็จะรู้สึกอยากดื่มน้ำยี่ห้อนั้นๆ อีก เพราะติดใจในอาการ High โดยไม่รู้ตัว

น้ำตาลที่ขึ้นสูงในกระแสเลือดจะไปกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนอินซูลิน ก่อให้เกิดการอักเสบซ่อนเร้นในร่างกาย เกิดอนุมูลอิสระที่ส่งผลให้ร่างกายเสื่อมโทรม และยังเกิดปฏิกิริยาไกลเคชั่น ซึ่งทำให้ผิวเหี่ยวเร็วอีกด้วย

ดังนั้นก่อนที่คุณจะเลือดหยิบจับอะไรมารับประทาน เพียงเพราะคิดว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพนั้น อย่าลืมสำรวจข้อมูลโภชนาการก่อนสักนิด ว่าโยเกิร์ตที่ว่าโลว์แฟต นมถั่วเหลืองที่่ว่าบำรุงกระดูก หรือน้ำผลไม้ที่่ว่ามีวิตามินซีสูงนั้น มีน้ำตาลแฝงอยู่กี่ตัน!!

ขอบคุณแหล่งที่มา https://goodlifeupdate.com

อาหารทานเล่นกินแล้วไม่อ้วน

อาหารทานเล่นกินแล้วไม่อ้วน

อาหารทานเล่นกินแล้วไม่อ้วน

อาหารทานเล่นกินแล้วไม่อ้วน

อาหารทานเล่นกินแล้วไม่อ้วน

สาวๆ ที่กำลังไดเอตหรือกลัวอ้วน การออกกำลังกายอย่างเดียวไม่ได้ช่วยทำให้น้ำหนักลดลงได้นะคะ เพราะสิ่งสำคัญที่จะต้องทำควบคู่กันไปก็คือการควบคุมอาหารไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเรื่องนี้สาวๆ อาจจะรู้กันอยู่แล้ว แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องยากมากเลยทีเดียว เพราะสาวๆ กับเรื่องการกินอาหารจุบจิบ กินของว่าง ของทานเล่น เป็นเรื่องที่ตัดขาดไม่ได้เลยทีเดียวจริงมั้ยคะ วันนี้ จึงมี อาหารที่กินเล่นๆ นอกจากจะไม่อ้วนแล้วยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพได้ มาบอกกันค่ะ

1. กรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ อาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน ที่จะช่วยใสการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ กินแล้วอิ่มอยู่ท้อง อีกทั้งโพรไบโอติกส์ที่มีในกรีกโยเกิร์ตยังช่วยแก้ปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อ แถมยังดีต่อระบบขับถ่าย ในขณะที่ให้แคลอรีต่ำ ซึ่งข้อนี้ก็ควรเลือกรสธรรมชาติและโลว์แคลอรี่ด้วยนะคะ

2. ถั่วชนิดต่าง ๆ  มีโปรตีนสูงและไฟเบอร์สูง ทำให้เมื่อกินเข้าไปจะรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น เช่น ถั่วดำเพียงครึ่งถ้วยก็มีปริมาณโปรตีนสูง 8 กรัม นอกจากนี้ถั่วยังมีไขมันต่ำ ทำให้สามารถรับประทานได้แบบไม่ต้องกลัวอ้วน ไฟเบอร์ในถั่วจะช่วยทำให้อิ่ม และร่างกายก็ไม่ต้องใช้พลังงานอย่างหนัก ในการเผาผลาญไฟเบอร์เหล่านี้อีกด้วย ที่สำคัญก็ไม่ควรกินถั่วทอด หรือถั่วคั่วเกลือนะคะ เพราะถั่วเหล่านี้จะแฝงไขมันและโซเดียมที่ทำให้อ้วนและออกอาการบวมได้ง่าย
3. ป๊อปคอร์น มีไฟเบอร์ค่อนข้างสูงพอตัวและยังจัดอยู่ในกลุ่มสแน็กแค­ลอรีต่ำ โดยป๊อปคอร์นประมาณ 3 ถ้วยตวงพูนๆ จะให้พลังงานประมาณ 150 กิโลแคลอรีเท่านั้น การเติมชีสเพิ่มลงไปสักหน่อยก็จะช่วยเติมวิตามิน B และไข
4. ดาร์กช็อกโกแลต ดาร์กช็อกโกแลตกินแล้วไม่อ้วน รวมทั้งช็อกโกแลตชนิดที่ผสมผงโกโก้เกิน 70% ด้วยเช่นกัน อีกทั้งช็อกโกแลตยังช่วยปรับอารมณ์ให้คงที่
5. ขนมปังโฮลวีท เป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรตที่ดี ขนมปังโฮลวีทหรือขนมปังโฮลเกรน ควรเลี่ยงขนมปังชนิดขัดขาว โดยขนมปังเหล่านี้ต้องไม่ทาแยม เนย หรือนม และจำกัดการกินไม่เกิน 2 แผ่นต่อมื้อเท่านั้นนะคะผลไม้
6. ผลไม้ ควรเลือกกินผลไม้ชนิดหวานน้อย เช่น กล้วย(ห่ามไม่สุกจัด) แตงโม สตรอว์เบอร์รี อะโวคาโด ส้ม ฝรั่ง แอปเปิล แก้วมังกร สับปะรด ผลไม้เหล่านี้กินแล้วไม่อ้วน อร่อยและให้คุณประโยชน์ต่างๆ มากมาย ที่สำคัญน้ำตาลที่ร่างกายได้รับจากผลไม้เหล่านี้ให้พลังงาน และยังช่วยให้ลดความอยากกินจุบจิบ จำพวกขนม นม เนย
7. กราโนลา ขนมธัญพืชอัดแท่งที่มีส่วนผสมของข้าวโอ๊ต ถั่วหลากชนิด และน้ำผึ้ง ซึ่งก็นับว่าเป็นอาหารว่างที่กินแล้วไม่อ้วน ที่ให้ไฟเบอร์ คาร์โบไฮเดรตชนิดดี และแหล่งของโปรตีน

8. กล้วยหอมปั่นโยเกิร์ต
เตรียม กล้วยหอม ครึ่งผล(ห่ามไม่สุกจัด) โยเกิร์ต ครึ่งถ้วย น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา น้ำแข็งครึ่งแก้ว นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ในเครื่องปั่นผลไม้ คุณก็จะได้สมูทตี้ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ ที่ดื่มแล้วหวานเย็นชื่นใจ ที่สำคัญไม่อ้วนด้วยค่ะ
9. ฟักทองอบกรอบเป็นของขบเคี้ยวที่ดีต่อสุขภาพและผิวพรรณ ไม่อ้วนด้วย ควรเลือกแบบอบนะคะไม่ใช่แบบทอด สามารถทำเองก็ได้ โดยเลือกฟักทองไทยมาฝานบางๆ แล้วเข้าไมโครเวฟประมาณ 10-15 นาที เสร็จแล้วก็คลุกเกลือ
10. สาหร่ายอบกรอบนอกจากจะอร่อยทานเพลินแล้ว ยังอุดมด้วยไฟเบอร์ และสารอาหารที่ดี ควรเลือกที่มีปริมาณเกลือน้อยๆ และเลือกชนิดอบไม่ใช่ทอดจะดีกว่า ข้าวโอ๊ตอบ-1
11. ข้าวโอ๊ตอบข้าวโอ๊ตเป็นธัญพืชที่ให้พลังงานสูงแต่ให้ไขมันที่ต่ำ มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เหมาะกับคนลดน้ำหนัก จะพองตัวได้ดีเมื่อผสมน้ำ กินแล้วอิ่มนานแต่ได้แคลอรีน้อย แถมมีไฟเบอร์สูง นมถั่วเหลือง-1
12. นมถั่วเหลืองเลือกสูตรไม่มีน้ำตาล น้ำเต้าหู้นั้นดี เพราะมีโปรตีนสูง เหมาะกับคนที่ไม่ดื่มนมวัวด้วย

เป็นอย่างไรบ้างคะ ของว่างกินได้ไม่อ้วนที่เราแนะนำกัน สาวๆ ลองเปลี่ยนวิธีรับประทานอาหารใหม่ จะสามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้นะคะ นอกจากนี้ไม่ลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญไม่เครียดและไม่หักโหมด้วยนะ เพื่อหุ่นสวยอย่างสุขภาพดีค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://kaijeaw.com

ทำไมก่อนกินควรอ่า

ทำไมก่อนกินควรอ่าน “ฉลากโภชนาการ” ก่อนทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาว-หวาน

ทำไมก่อนกินควรอ่าน “ฉลากโภชนาการ” หากเราเลือกซื้ออาหารที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูป ไม่ว่าจะเป็นอาหารคาว อาหารหวาน อาหารแห้ง ขนมคบเคี้ยวต่างๆ

ทำไมก่อนกินควรอ่าน “ฉลากโภชนาการ” อีกมากมาย ทั้งหมดที่จัดจำหน่ายในประเทศไทยตามร้านค้าต่างๆ ล้วนแล้วแต่มาพร้อมกับ “ฉลากโภชนาการ” ที่มีประโยชน์ต่อการเลือกซื้อเลือกหาอาหารให้เราได้เลือกก่อนทานได้มาก

ฉลากโภชนาการ คืออะไร?
ฉลากโภชนาการ เป็นฉลากที่บ่งบอกถึงรายละเอียดของส่วนประกอบในอาหารชนิดนั้นๆ รวมสารอาหาร และพลังงานที่เราจะได้รับหลังทานอาหารชนิดนั้นๆ เข้าไปในร่างกาย ดังนั้นฉลากโภชนาการจึงเป็นข้อมูลสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่รักสุขภาพ ที่อยากหลีกเลี่ยงส่วนประกอบของอาหารที่อาจทำร้ายร่างกาย ผู้ป่วยที่แพทย์สั่งให้ลด หรืองดการทานอาหารบางประเภท รวมทั้งผู้ที่แพ้อาหารบางชนิด ที่ควรส่องดูส่วนประกอบของอาหารชนิดนั้นๆ ก่อนซื้อมาทาน

ทำไมก่อนกินควรอ่า

ผู้ที่ควรใส่ใจอ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้ออาหารทานมากเป็นพิเศษ
ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันอุดตันเส้นเลือด เบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ และหลอดเลือด เป็นต้น

ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก

ผู้ที่แพ้อาหารบางชนิด
ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงส่วนประกอบของอาหารบางประเภท เช่น โรคเบาหวานหลีกเลี่ยงน้ำตาล โรคไต ความดันโลหิตสูงหลีกเลี่ยงโซเดียม และโรคหัวใจ และหลอดเลือดหลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ เป็นต้น ดังนั้นการอ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้ออาหารจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรทำให้ติดเป็นนิสัย

ฉลากโภชนาการ มีข้อมูลอะไรบ้าง?
สำนักงานคณะกรรมการอาหาร และยา หรือ อย. ระบุว่า การอ่านฉลากก่อนซื้อเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ได้รับอาหารสำเร็จรูป หรือกึ่งสำเร็จรูปตรงตามความต้องการเนื่องจากฉลากอาหารเป็นแหล่งข้อมูลพื้นฐานที่จะบอกว่าอาหารนั้นผลิตที่ใด มีส่วนประกอบ วิธีการปรุง การเก็บรักษาอย่างไร ผลิต และ/หรือหมดอายุเมื่อใด รวมถึงข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร คำเตือนที่ควรระวัง และที่สำคัญได้รับอนุญาตจาก อย.หรือไม่ โดยดูจากเลขสารบบอาหาร xx-x-xxxxx-y-yyyy ซึ่งจะมีตัวเลข 13 หลักอยู่ภายในกรอบเครื่องหมาย อย. อีกส่วนที่ผู้บริโภคควรให้ความสนใจเนื่องจากเป็นแหล่งข้อมูลที่จะช่วยให้เราดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม

วิธีอ่านฉลากโภชนาการ
1. ถ้าบริโภคอาหารตามปริมาณที่ระบุใน “หนึ่งหน่วยบริโภค” ก็จะได้รับพลังงาน และสารอาหารต่าง ๆ ตามข้อมูลที่แสดงใน “คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค”

2. ถ้าภาชนะบรรจุขนาดใหญ่ ไม่ควรบริโภคหมดในวันเดียว ควรสังเกต “จำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ” ด้วย ซึ่งจะมีข้อแนะนำว่าควรแบ่งบริโภคกี่ครั้ง และบริโภคตามข้อแนะนำที่ระบุไว้

3. ต้องการทราบว่าอาหารนั้นให้พลังงานเท่าไร และให้สารอาหารอะไรบ้าง อาทิ โปรตีน โซเดียม โคเลสเตอรอล ฯลฯ ในปริมาณเท่าไร ให้ดูที่ “คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค” โดยเมื่อบริโภคตามปริมาณที่ระบุไว้ในหนึ่งหน่วยบริโภคก็จะได้รับสารอาหารตามนั้น เช่น จากตัวอย่าง หนึ่งหน่วยบริโภค คือ 1/8 ซอง (25 กรัม) ถ้าบริโภคตามปริมาณดังกล่าวจะได้รับพลังงาน 210 กิโลแคลอรี

4. ต้องการทราบว่าบริโภคอาหารนั้นแล้วจะได้รับสารอาหาร อาทิ ไขมัน แคลเซียม ฯลฯ คิดเป็นร้อยละเท่าไรของปริมาณที่แนะนำให้คนไทยรับประทาน ให้ดูที่ “ร้อยละของปริมาณที่แนะนำต่อวัน”

สังเกต “หน่วยบริโภค” ให้ดีๆ
ทั้งนี้พบว่าผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือต้องการลดการบริโภคไขมัน โซเดียม โดยใช้ประโยชน์จากฉลากโภชนาการ มักเข้าใจผิดว่าเมื่อบริโภคอาหารนั้นหมดทั้งซอง หรือทั้งกล่อง จะได้รับพลังงานและสารอาหารเท่ากับจำนวนตัวเลขที่แสดงอยู่ใน “คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค” ซึ่งไม่แน่เสมอไป

โปรดสังเกต ”จำนวนหน่วยบริโภคต่อซอง หรือ ต่อกล่อง” ด้วย หากระบุตัวเลขมากกว่า 1 เช่น จากตัวอย่างระบุว่า “จำนวนหน่วยบริโภคต่อซอง : 8” ถ้าบริโภคหมดซองในครั้งเดียว ก็จะได้รับพลังงานและสารอาหารต่าง ๆ ถึง 8 เท่าของตัวเลขที่แสดงใน “คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค“

โดยหากบริโภคขนมซองที่แสดงเป็นตัวอย่างหมดทั้งซองจะได้พลังงานจากขนมซองนั้นถึง 1,680 กิโลแคลอรี ซึ่งถ้าเพิ่มการบริโภคขนมซองนี้โดยบริโภคหมดทั้งซองติดต่อกันเป็นเวลา 7 วัน ในขณะที่ยังคงบริโภคอาหารในปริมาณใกล้เคียงกับที่เคยบริโภค และมีกิจวัตรประจำวันเหมือนเช่นที่เคยปฏิบัติจะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นถึง 1.5 กิโลกรัม และหากบริโภคติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 1 เดือน น้ำหนักตัวจะขึ้นประมาณ 6 กิโลกรัม

ดังนั้นเมื่อมองเห็นอาหารที่มีบรรจุภัณฑ์ขนาดกลางและขนาดใหญ่แสดงตัวเลขพลังงาน ไขมัน โซเดียม ที่ดูน้อย อย่าเพิ่งตัดสินใจเลือกซื้อและบริโภคแบบเพลิดเพลินหมดทั้งซอง ควรต้องดูให้แน่ใจตามข้อมูลที่กล่าวไว้ข้างต้นด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นเคล็ดลับการเลือกซื้อดีๆ ที่ผู้รักสุขภาพควรบอกต่อกัน

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com