วิธีทำให้ดูเด็ก

วิธีทำให้ดูเด็ก กับการเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดูเด็กตลอดกาล

วิธีทำให้ดูเด็ก ถ้าเกิดต้องการสวยใสราวกับตอนสาวๆจำเป็นต้องประพฤติตามนาฬิกาชีวภาพ

คงจะไม่มีใครอยากเป็น “ป้า” ที่ใบหน้าไปไวกว่าอายุ แต่ว่าทราบไหมว่าไม่มีความจำเป็นต้องไปฉีดนั่น ดึงนี้หรอกนะ เนื่องจากว่าพวกเราก็มองเด็กได้แบบไม่ต้องแอ๊บนิดหน่อยเดียว

06.00 น. WAKE UP

ลืมความเลื่อมใสไม่ถูกๆที่ว่ายิ่งนอนนานหน้ายิ่งเด็กไปได้เลย พญ. ลูกหญิงกานต์ รุจิพัฒนกุล กล่าวว่า หากต้องการสุขภาพแข็งแรง และก็มองอ่อนกว่าวัย คุณจำต้องดำรงชีวิตให้ตรงตามนาฬิกาชีวภาพ (Biological Clock) ซึ่ง 6 นาฬิการุ่งเช้านี่แหละเป็นในเวลาที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับเพื่อการยืนขึ้นจากเตียง

06.00-06.30 น. EXERCISE

กระตุ้นให้โลหิตไหลเวียนไปเลี้ยงเซลล์ผิวหนังพร้อมเสริมความอ่อนวัยให้หัวใจ (Young at Heart) ด้วยการออกกำลังแบบแอโรบิกที่มีการขยับเขยื้อนของกล้ามผูกใหญ่ตลอด ได้แก่ เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน กระโจนเชือกสัก 30 นาที (อย่างต่ำ 150 นาที) ต่ออาทิตย์

Note : บางทีก็อาจจะรองท้องก่อนบริหารร่างกายนิดหน่อยด้วยกล้วย 1 ผล หรือนมถั่วเหลืองจืดชืด 1 แก้วก็ได้

06.30-07.30 น. BREAKFAST

ถ้าต้องการมองเด็กและก็ต้องการคุมน้ำหนัก มื้อตอนเช้าสำคัญมากที่สุด รวมทั้งควรมีสารอาหารครบ เป็น มีแป้งเชิงซ้อนที่ดี เป็นต้นว่า ข้าวซ้อมมือ ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีต มีโปรตีนที่ดี ดังเช่นว่า ไข่ต้มหรือลวก นมถั่วเหลือง มีผักผลไม้ และก็ยังบางครั้งอาจจะเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระจากน้ำมะเขือเทศ หรือน้ำมะนาวที่คั้นสด แล้วก็จำต้องไม่เพิ่มน้ำตาลด้วย

07.30-08.00 น. SKIN CARE

ขั้นตอนสำหรับในการดูแลใบหน้าให้อ่อนวัยจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่การล้างหน้าล้างตาที่ถูก เลือกโฟมที่ใช้สำหรับล้างหน้าให้เหมาะสมกับภาวะผิว รวมทั้งถ้าคุณเป็นผู้ที่ผิวแห้งมากมาย แพทย์เสนอแนะว่า เวลาเช้าเพียงแค่ล้างด้วยน้ำกินก็พอเพียง ส่วนคนที่ซึ่งมีผิวเป็นแบบผิวมันเป็นสิวง่าย ก็บางครั้งอาจจะเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์ แล้วต่อจากนั้น และก็ตามด้วยมอยส์พบไรเซอร์ตามภาวะผิว และก็ที่จำเป็นมากเลยก็คือครีมที่เอาไว้สำหรับป้องกันแสงแดดที่มีค่า SPF30 (เป็นต้นไป) แล้วก็จะต้องมีค่า PA+++

08.00-12.00 น. KEEP ACTIVE

ช่วงที่การทำงานระหว่างวันอย่านั่งต่อเนื่องกันนานๆเนื่องจากว่ามีการเรียนพบว่า การนั่งนานๆจะเพิ่มการเสี่ยงของโรคหัวใจได้เพียรพยายามหาช่องทางยืนขึ้นเดินไปเดินมา อาทิเช่น ไปทำสำเนา ไปหารืองาน นอกจากนั้น สำหรับสาวออฟฟิศที่จำเป็นต้องนั่งดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดวัน แพทย์ก็เสนอแนะให้กำหนดเวลาเลยว่า ทุกๆ20 นาทีคุณต้องพักสายตา โดยการมองไปไกลๆโดยยิ่งไปกว่านั้นดูต้นไม้ หรือบรรยากาศธรรมชาติสีเขียวๆสัก 20 วินาทีเป็นขั้นต่ำ

Caution : การเดินขึ้นบันไดเป็นเลิศกิจกรรมแอ็กหนฟ เพิ่มการเผาไหม้ แต่ว่าแพทย์เตือนว่า “อย่าเดินลงบันได” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณใส่ส้นสูง เพราะว่าน้ำหนักจะไปโหลดที่หัวเข่าและก็ข้อเท้า ทำให้ท่านปวดเมื่อแก่ขึ้น

12.00-13.00 น. LUNCH

ถึงเวลารับประทานก็จำเป็นต้องรับประทานให้ตามกำหนด โดยอาหารเที่ยงก็ควรจะมีแป้งเชิงซ้อนอย่างข้าวซ้อมมือ แล้วก็โปรตีนที่ดี เป็นต้นว่า เนื้อปลา ซึ่งปรุงโดยการนึ่งหรือต้ม รวมทั้งมีผักหรือผลไม้เพื่อได้สารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์

Say No ! : กาแฟแสนแพงอีกทั้งลาเต้ ค้างปูสิโน่ หรือเฉลียงมแก้วโปรด ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้ท่านขาดทุนทั้งหมด เพราะเหตุว่ามีแต่ว่าพลังงานจากน้ำตาล และก็เมื่อคุณได้รับพลังงานมากจนเกินไป การเผาที่เกิดขึ้นจะมีผลให้กำเนิดอนุมูลอสิระซึ่งเป็นตัวการรีบความแก่ ถ้าอยากได้คาเฟอีนมากมายระตุ้นให้ตื่นตัว พร้อมได้ประโยชน์อย่างเต็มเปี่ยมเลือกชาเขียวร้อนๆหรือกาแฟดำจะเยี่ยมที่สุด

13.00-17.00 น. STRETCHING

ขณะที่กำลังทำงาน นอกเหนือจากที่จะจำต้อง Keep Active แล้ว ควรจะเพิ่มการยืดดูหมิ่นเหยียดหยาม เพื่อคุ้มครองการปวดกล้ามคอกล้ามเนื้อสะบัก ที่พวกเราเรียกว่า Office Syndrome ด้วย รวมทั้งแม้คุณรู้สึกหิวขณะที่กำลังทำงาน ก็บางทีอาจรับประทานอาหารว่างคือผลไม้ที่รสไม่หวาน ดังเช่น ฝรั่ง แอปเปิล ฯลฯ

17.00-19.00 น. DINNER

มื้อในที่สุดของวันน่าจะจบลงก่อนหนึ่งทุ่มตรงเพื่อคุ้มครองป้องกันปัญหาด้านสุขภาพที่มาพร้อมด้วยการกินดึกดื่น ตัวอย่างเช่น กรดไหลย้อน แล้วก็เมื่อคุณอายุยงเยอะขึ้นเรื่อยๆการเผาก็จะต่ำลง หากต้องการรักษาหุ่น แพทย์เสนอแนะให้ท่านรับประทานอาหารเย็นแต่ว่าน้อย “บากบั่นรับประทานแป้งให้ต่ำที่สุด เน้นย้ำเป็นผักกับโปรตีนที่ดี และไม่ต้องกลัวว่าคุณจะขาดคาร์โบไฮเดรต ด้วยเหตุว่าถึงแม้ว่าจะคุณอดข้าวเลย ในผักรวมทั้งผลไม้ก็มีคาร์โบไฮเดรตอยู่”

Party Time : จริงๆถ้าหากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรจะหลีกเลี่ยง เนื่องจากแอลกอฮอล์เป็นตัวการที่จะทำให้ท่านแก่จากข้างในได้เร็ว แม้กระนั้นถ้าเกิดจะดื่มแล้วไม่ต้องการที่จะอยากแก่เร็ว ผู้หญิงห้ามเกิน 1 เสิร์ฟ ยกตัวอย่างเช่น เหล้าองุ่น 1 แก้ว หรือเบียร์สด 1 กระป๋อง ส่วนชายหนุ่มๆก็ไม่สมควรจะเกิน 2 เสิร์ฟ

19.00-19.30 น. CLEAN YOUR RACE

อย่าปลดปล่อยเมคอัพไว้บนหน้าข้ามคืน แพทย์กล่าวว่า “การนอนในขณะที่มีเครื่องแต่งตัวนี่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะว่าจะมีผลให้รูขุมขนกว้าง เครื่องแต่งหน้าอุตันตามรูขุมขน ด้วยเหตุดังกล่าว จำต้องล้างเครื่องแต่งหน้าให้สะอาด แล้วทามอยส์พบไรเซอร์ ผิวจะได้ไม่แห้ง”

Stop ! : คนใดกันแน่ที่ทำเป็นนิสัยทาแป้งก่อนนอนเลิกไปได้แล้ว ด้วยเหตุว่านี่แหละเป็นต้นเหตุของการอุดตัน

19.30-20.00 น. LET’S RELAX

คลายความเครียดที่สะสมมาตลอดวันด้วยการเล่นโยคะหรือนั่งสมาธิสักนิด เพราะเหตุว่าฮอร์โมนความเคร่งเครียดที่สะสมอยู่ เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ท่านนอนไม่ดี เมื่อนอนไม่ดี ฮอร์โมนต่างๆที่จะออกมาซ่อมบำรุงร่างกายก็จะดำเนินงานได้ไม่ดี เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แก่เร็ว

20.00-21.00 น. SHUT DOWN

ตั้งแต่สองทุ่มเป็นต้นไป เครื่องมืออิเล็กทรอนิกทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน เกือบจะเล็ตน่าจะถูกปิดลง “งดเว้นแชทหรือเล่นเกมก่อนนอน เพราะเหตุว่าแสงสว่างจากเครื่องมือเหล่านี้จะทำการกระตุ้นให้ท่านตื่น ทำให้นอนไม่ค่อยหลับหรือหลับฝันร้าย” แพทย์กล่าว

22.00 น. GO TO BED

สิ่งจำเป็นที่สุดสำหรับความอ่อนวัยก็คือ “อย่านอนดึกดื่น” แพทย์ผิงชี้ว่า “ผู้ที่นอนดึกดื่นจะหน้าเด็กยาก เพราะว่าปัญหาขอบตาคล้ำ ตาบวม ตาเหี่ยวเฉา จะมาเยี่ยมถึงที่เหมาะสำคัญในช่วงเวลาที่พวกเรานอนก็เป็นช่วงๆที่ Growth Hormone หรือฮอร์โมนที่ความเยาว์วัยจะออกมาซ่อมร่างกายอีกด้วย”…

ผิวขาวสวยกระจ่างขาวใสด้วย 5 สูตรขัดผิวจากกากกาแฟ

สูตรขัดผิวจากกากกาแฟ ผิวขาวสวยกระจ่างขาวใสด้วย

ทุกคนอาจจะเคยรับรู้กับประโยคที่ว่า ดื่มกาแฟแล้วทำให้แก่ ขอนำเสนอเสนออีกด้านหนึ่งของกาแฟจ้ะ ใช่ว่ามันจะมีผลให้แก่เร็วเป็นสิ่งเดียว เจ้าเม็ดกาแฟที่ผ่านการชงแล้วอย่าง “กากกาแฟ” มีคุณประโยชน์ต่อผิวของพวกเรามากมายๆ สูตรขัดผิวจากกากกาแฟ

ไปดู 5 สูตรขัดผิวสวยจากกากกาแฟ

สูตรที่ 1 กากกาแฟ 1 ถ้วยตวง เกลือป่นหยาบ 1 1/2 ถ้วยตวง น้ำมันที่สกัดจากมะพร้าว 1 ถ้วยตวง และก็น้ำมะนาว 5-15 หยด

ให้ผสมกากกาแฟกับเกลือป่นหยาบจนถึงเหมาะดี ใส่น้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะพร้าวแล้วก็น้ำมะนาวตามลงไป คนจะกว่าจะเข้ากัน ใส่เก็บเอาไว้ภายในโหลที่เป็นแก้วปิดฝาให้สนิท เวลาขัดผิวก็แบ่งมาใช้ได้บ่อยครั้งตามอยาก จะสามารถช่วยในการกำจัดคราบสิ่งสกปรกบนผิวให้สะอาด ขาวเนียน ผ่องใส

สูตรที่ 2 กากกาแฟ 1 ถ้วยตวง โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วยตวง มะขามแฉะ 1/2 ถ้วยตวง น้ำผึ้ง 1/2 ถ้วยตวง รวมทั้งน้ำกินน้อย

ผสมโยเกิร์ต มะขามแฉะ น้ำผึ้ง รวมทั้งน้ำกินจนกระทั่งเหมาะดีก่อน แล้วก็เลยเพิ่มเติมกากกาแฟตามลงไปผสมจนกระทั่งเหมาะ แล้วก็ใช้พอกเรียกตัวให้ทั่ว ทิ้งเอาไว้ราวๆ 15-20 นาที หรือจนกระทั่งแห้ง ก็ขัดตัวไปกับการล้างออก จะช่วยกำจัดคราบไคลรวมทั้งเซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดออกได้ง่าย ยืนยันกาแฟขัดผิวสวยใสสูตรนี้ทำให้ผิวขาวใสขึ้นทันตา

สูตรที่ 3 กากกาแฟบด 2 ช้อนโต๊ะ ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ นมสดหรือโยเกิร์ต 3 ช้อนโต๊ะ และก็น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

ผสมส่วนประกอบทั้งหมดทั้งปวงให้เหมาะเอามาพอกให้ทั่วบริเวณใบหน้า หรือหากจะพอกตัวให้เพิ่มปริมาณส่วนประกอบได้ตามสมควร ต่อจากนั้นทิ้งเอาไว้ 15-20 นาที ขณะล้างออกก็ให้ขัดเบาๆไปด้วย จะช่วยทำให้บริเวณใบหน้าแล้วก็ผิวพรรณเปียกชื้น เบาๆขาวขึ้น ขัดผิวสวยใสด้วยกาแฟสูตรนี้ถ้าเกิดทำหลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้วจะเป็นข้าวเช้าชั้นหนึ่งสำหรับในการช่วยกระตุ้นความมีชีวิตชีวาให้แก่ผิว

สูตรที่ 4 กากกาแฟ 1 ถ้วยตวง รวมทั้งน้ำอุ่น 1 ถ้วยตวง

ผสมกันไปจนกว่าจะเข้ากันแล้วก็ใช้ขัดตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัญหาเซลลูไลต์ให้ถูเบาๆรอบๆที่เป็นราวๆ 10 นาที อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องกัน 1 เดือน รับประกันว่าขัดผิวสวยด้วยกากกาแฟสูตรนี้ เจ้าเซลลูไลต์ที่อยู่กับพวกเรามานานจะเบาๆหายไปได้

สูตรที่ 5 กากกาแฟ 1 ถ้วยตวง โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วยตวง รวมทั้งผงขมิ้น 2 ช้อนโต๊ะ

นำส่วนประกอบทั้งผองมาคนจะกว่าจะเข้ากัน แล้วก็ใช้ถูให้ทั่วตัว พอกทิ้งเอาไว้ 20 นาที ก็เลยล้างออกโดยการใช้นำที่สะอาด ผิวพรรณจะสะอาดรวมทั้งเนียนนุ่ม หรือจะใช้ขัดผิวหน้ารอบๆสิวเสี้ยนหรือที่สิวขึ้นง่าย ทิ้งเอาไว้ 20-30 นาที ล้างออกด้วยน้ำ ควรจะทาครีมหรือโลชั่นบำรุงโดยทันทีเพื่อปกป้องผิวแห้ง…

อาการแพ้ลิปสติก

5 ทางแก้อาการแพ้ลิปสติก ทำอย่างนี้สิ เห็นผลแน่นอน

อาการแพ้ลิปสติก ซึ่งก็ทำให้ขาดความเชื่อมั่นในตนเองได้อย่างมากมาย แต่ว่าก็ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ปัญหาเสมอ ด้วยเหตุว่าพวกเรามี 5 ข้อแนะนำสำหรับการขจัดปัญหาเมื่อ แพ้ลิปสติก มาฝากกันดังต่อไปนี้แล้วจ้ะ

1.อย่าดึง แกะ หรือเลียริมฝีปาก
ในผู้ที่กำเนิดอาการแพ้ลิป กระทั่งทำให้ปากแห้ง ผิวหลุดลอกเป็นเกล็ด ต้องระวังอย่าแกะ ดึง หรือเลียริมฝีปากเด็ดขาด เพราะว่าโน่นก็จะยิ่งทำให้มีการเกิดการอักเสบมากยิ่งกว่าเดิม แล้วก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการรับเชื้ออีกด้วย ทางที่ดีควรจะดูแลริมฝีปากให้เปียกชื้นอยู่เป็นประจำและก็หลีกเลี่ยงการสัมผัสริมฝีปากไปเลยจะเยี่ยมที่สุด

อาการแพ้ลิปสติก

2.ทาลิปสติคบาล์มหรือลิปมันคุณลักษณะของลิปบาล์มและก็ลิปมันเป็น บำรุงริมฝีปาก ทำให้ปากเปียกชื้น คุ้มครองปากแห้ง แตก ซึ่งจะช่วยไขปัญหาการแพ้ลิปได้อย่างดีเยี่ยม โดยชี้แนะให้ทาเสมอๆวันละ 2 ครั้ง รุ่งเช้า-เย็น แล้วจะช่วยทำให้ริมฝีปากของคุณกลับมามองงามเนียนนุ่มอย่างเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย

3.กินน้ำแล้วก็รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์
การกินน้ำที่พอเพียงจะช่วยรักษาความชื้นให้แก่ริมฝีปาก และก็ช่วยขับพิษที่ได้รับจากลิปออกมาจากร่างกาย ยิ่งกว่านั้นการกินอาหารที่มีสาระยังช่วยฟื้นฟูริมฝีปากที่มีปัญหาได้ ดังเช่นว่า การทานผลไม้จำพวกเบอปรี่ ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยคุ้มครองป้องกันผิว แล้วก็ทำให้ริมฝีปากเปียกชื้นขึ้น ส่วนการกินน้ำแครอทที่มีเบต้าแคโรทีนสูง ก็ช่วยให้ปากนุ่มเปียกชื้นได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมาดื่มน้ำให้เป็นจำนวนมากแล้วรับประทานอาหารที่มากคุณประโยชน์เพื่อแก้อาการแพ้ลิปกันเลยดีกว่า

4.เลือกใช้สีอ่อนๆ
การเลือกใช้ลิปในครั้งถัดมาชี้แนะว่า ควรที่จะเลือกลิปสีอ่อนๆเนื่องจากลิปสีผ่องใสได้แก่ สีแดง มักทำให้ผู้ใช้กำเนิดอาการแพ้ได้มากกว่าการเลือกใช้ลิปสีอ่อน ซึ่งจะช่วยทำให้ผู้ใช้เสี่ยงกับอาการแพ้ลดลง ยิ่งกว่านั้นควรจะเลี่ยงการซื้อลิปที่ใส่น้ำหอม และก็สารกันเสีย ซึ่งเป็นสารเคมีที่ทำให้ผู้ใช้ได้โอกาสแพ้ลิปมากขึ้นเรื่อยๆ

5.หารือหมอ
อาการแพ้ที่เกิดขึ้นบางทีอาจจำเป็นต้องใช้ยาช่วย จำเป็นจะต้องรีบไปพบหมอหากพบว่ามีลักษณะห่วยลง ซึ่งหมอบางทีอาจจ่ายยาใช้ภายนอกนระงับความเจ็บ ยาใช้ภายนอกนแก้แพ้คลอเฟนิรามีน หรือยาใช้ภายนอกตรีโนโลนสำหรับทาริมฝีปากภายนอก ดังนี้ควรจะปฏิบัติตามข้อแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด เพื่อหายจากอาการแพ้เร็วที่สุด

การดูแลและรักษาริมฝีปากข้างหลังกำเนิดอาการแพ้นั้น ควรจะย้ำเรื่องความสะอาด การดูแลริมฝีปากอย่างทะนุถนอม รวมทั้งจำต้องไม่ลืมเลือนว่าควรจะเลือกซื้อลิปที่ตามมาตรฐาน เหมาะสมกับภาวะผิว เพื่อเป็นการป้องกันและไม่ให้มีการแพ้อีกนั่นเอง

 

แหล่งที่มา.. https://www.sanook.com/women/154013/

ใช้สเปรย์ทำอาหาร

ใช้สเปรย์ทำอาหาร เพื่อให้ยาทาเล็บแห้งเร็วขึ้น เคล็ดลับความงาม หาง่าย ทำได้เอง

ใช้สเปรย์ทำอาหาร ผู้คนจากทั่วโลกมักยอมที่จะเสียเงินจำนวนมาก เพื่อทำให้ตัวเองดูสวยงามให้เร็วและมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่สิ่งที่คนเหล่านี้มักจะลืม

ใช้สเปรย์ทำอาหาร ก็คือ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่หาได้ในบ้าน หรือเพียงแค่เคล็ดลับบางอย่างก็ทำให้คุณดูดีขึ้นได้แล้ว เราจึงได้รวบรวมเคล็ดลับและเทคนิคที่จะช่วยให้คุณสวย และมั่นใจได้โดยไม่ต้องเสียทรัพย์จนหมดตัว มาแชร์กัน

ใช้สเปรย์ทำอาหาร

ฉีดสเปรย์น้ำมันสำหรับทำอาหารลงบนเล็บที่ทาแล้วใกล้จะแห้ง ช่วยให้เล็บได้รับการรปกป้องอีกชั้นหนึ่ง และทำให้แห้งเร็วขึ้นอีกด้วยนะ ทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออก อย่างไรก็ตามคุณยังสามารถหาสเปรย์อื่นๆ ที่สามารถหาได้ในห้องครัวของคุณซึ่งสามารถให้ผลเหมือนกันเช่นสเปรย์น้ำมันก็ได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://women.mthai.com/

ไม่รู้ไม่ได้ ! ตัวช่วยสำคัญที่ทำให้คิ้วเรียงสวย และดูเป็นธรรมชาติ

ไม่รู้ไม่ได้ เดี๋ยวนี่สาวๆ ให้ความสำคัญกับคิ้วมากขึ้น ถ้าจะพูดว่ายุคนี้คือยุคคิ้วแบบธรรมชาติก็ไม่ผิด

ไม่รู้ไม่ได้ ไม่ว่าจะคิ้วสายฝอ หรือคิ้วสายเกา ทุกคนจะเน้นธรรมชาติ ไม่เขียนให้ดูรู้ว่าเขียน หรือ เป็นบล็อกสำเร็จจนเกินไป และที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการเขียนแบบให้เห็นขนคิ้วที่ชัดเรียงเส้นสวย วันนี้เลยจะพาไปดูว่ามีตัวช่วยอะไรบ้างที่จะทำให้คิ้วสวยเป็นธรรมชาติ

ไม่รู้ไม่ได้

1.มาสคาร่าปัดคิ้ว

กลายเป็นสิ่งที่สาวๆ สมัยนี้ขาดไม่ได้ เพราะการทำสีผมของแต่ละคนนั้นมันช่างสวยงาม และการจะย้อมคิ้วมันคงจะลำบากเกินไปมาสคาร่าปัดคิ้วจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการเปลี่ยนสีคิ้วและทำให้คิ้วเรียงสวย

2.เชรั่มช่วยเพิ่มความดกของคิ้ว

ถือเป็นอะไรที่ใหม่มากๆ เดี๋ยวนี้มีเซรั่มปลูกขนคิ้วแล้วนะคะรู้ยัง เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีคิ้ว หรือ คิ้วบางซึ้งอยู่ในกลุ่มยาตัวเดียวกับผม หาซื้อได้ง่ายมากๆ ในปัจจุบัน

3.เจลปัดคิ้ว

เคยเห็นกันใช่ไหมคะกับช่างแต่งหน้าดาราหลายๆ คน เวลาเขียนคิ้วออกมาจะดูสวยเป็นทำธรรชาติ และขนคิ้วดาราแต่ละคนคือ เป็นเส้นตั้งสวย เหมือนไม่ได้เขียนเลย

4.เทคนิคการต่อขนคิ้ว

ตอนนี้ที่อเมริกามีนวัตกรรมการต่อขนคิ้วแล้วนะคะ โดยใช้ขนสังเคราะห์และกาวพิเศษในการติดขนแต่ละเส้นลงไปที่ขนคิ้วแบบเส้นต่อเส้น และยังอยู่ได้นานมากๆ แต่ใครที่อยากจะทำอาจจะต้องบินไปไกลหน่อยนะคะ แต่คงจะเข้ามาในไทยเร็วๆ นี้ค่ะ

5.การสักคิ้ว 6 มิติ

เป็นอะไรที่ใครๆ สมัยนี้นิยมทำกันมากมาย และช่างในเมืองไทยหลายๆ คนเก่งและชำนาญการมากๆ สักแบบเหมือนคิ้วจริงทุกประการใครที่อยากทำบางควรศึกษาข้อมูลดีๆ นะคะเพราะมีหลายร้านที่ทำแล้วดีจริงอะไรจริง

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

5 เทคนิค

5 เทคนิค สำหรับคนอยากผอม แค่กินถูกวิธีก็ผอมได้เสริมเพื่อกระชับสัดส่วน

5 เทคนิค ต้องควบคุมการกินเป็นสำคัญแล้วออกกำลังกายเสริมเพื่อกระชับสัดส่วน วิธีการกินอาหารเพื่อการลดน้ำหนักนั้นมีหลากหลายวิธีและไม่ได้ยาก

5 เทคนิค เพียงแค่เรารู้วิธีที่ถูกต้องเท่านั้น และในบทความนี้จะมาเผยเทคนิคกินอาหารยังไงให้ผอม

5 เทคนิค

1.อย่าลืมทานอาหารเช้าเด็ดขาด

อาหารเช้าเป็นอาหารที่สำคัญที่สุดการรับประทานอาหารเช้าที่เหมาะสม จะช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบเผาผลาญทำงานได้อย่างเป็นปกติ สาวๆหลายคน งดอาหารเช้า นอกจากจะเพิ่มการกินที่ไม่จำเป็นในมื้อกลางวันและมื้อเย็นแล้วยังทำให้ระบบย่อยและระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่ดี ส่งผลให้อ้วนง่ายกว่าเดิม

2.กินอาหารน้อยๆแต่เน้นกินบ่อยๆ

การกินอาหารทีละน้อยๆจะช่วยให้กระเพาะไม่ขยายใหญ่มากจนเกินไป และหากคุณหิว ให้รับประทานอาหารเพิ่ม แต่ให้กินทีละน้อยๆและเคี้ยวอาหารอย่างช้าๆ หลีกเลี่ยงการกินมื้อหนักๆเพียงมื้อเดียว เพราะนอกจากระบบเผาผลาญจะเสียแล้วยังอาจทำให้กระเพาะขยายใหญ่ขึ้นได้

3.ควบคุมปริมาณ ใช้จานใบเล็ก

เป็นการหนุนหัวข้อก่อนหน้า เพราะต้องควบคุมการรับประทานอาหารน้อยๆ แต่ให้รับประทานบ่อยๆ เลือกจานใบเล็กๆพอเหมาะจะช่วยให้เรารับประทานอาหารที่ไม่มากเกินไป อย่ามัวติดกับดักของความเสียดาย เพราะกับดักนี้มันจะให้การลดน้ำหนักไม่ได้ผล

4.ลดคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาล เพิ่มโปรตีน ผักและผลไม้

หากเราไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายมาก วิธีลดน้ำหนักที่ดีที่สุดคือการลดคาร์โบไฮเดรต ลดน้ำตาล และเพิ่มโปรตีน ผัก และผลไม้ในการกินอาหารแต่ละมื้อ เช่น จากการกินข้าวขาวเปลี่ยนมาเป็นข้าวกล้องหรือข้าวไม่ขัดสี กินอาหารที่ไม่ต้องปรุงเพิ่มเยอะ ลดเกลือและน้ำตาล เพิ่มการกินโปรตีนเช่น อกไก่ ปลา หรือเนื้อไม่ตอดมัน เสริมด้วยผักและผลไม้ และทานอาหารให้ครบทุกมื้อ เน้นมื้อเช้า เพียงแค่นี้รับรองว่า 1เดือนคุณจะเห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจอย่างแน่นอน วิธีนี้จะได้ผลดีที่สุดหากคุณบวกการออกกำลังกายอีกอย่างน้อยวันละ 5- 10 นาที

5.ค่อยๆเคี้ยวให้ละเอียดอย่ากินเร็ว

การเคี้ยวอาหารมีผลต่อปริมาณการกินอาหาร การกินอาหารช้าๆและเคี้ยวให้ละเอียดจะช่วยให้กระเพาะทำงานสบายๆและช่วยให้เราอิ่มเร็วขึ้นด้วย การกินอาหารเร็วเกินไปพอรู้สึกอิ่ม สักพักเราจะเริ่มจุกเพราะอาหารที่กินยังไปไม่ถึงกระเพาะส่งผลให้เรากินอาหารมากเกินไปและอ้วนเร็วขึ้น

การกินอาหารเพื่อลดน้ำหนัก วิธีที่ดีที่สุดคือการควบคุมปริมาณการกินอาหารคุมแป้ง น้ำตาลและเกลือ การลดน้ำหนักที่ได้ผลดีและยืนยาวต้องเพิ่มการออกกำลังกาย และอย่าลืมห้ามอดอาหาร เพราะจะทำให้เราหิวมากเกินไปและอาจกินมากกว่าเดิมได้

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com  

5 วิธีป้องกันแดด เผยผิวสวย โดยไม่ต้องง้อครีมแสงแดดกับผิว

5 วิธีป้องกันแดด โดยเฉพาะแสงแดดในประเทศไทย ที่มีความร้อนระอุก พร้อมที่จะแผดเผาผิวได้ตลอดเวลา การทาครีมกันแดด

5 วิธีป้องกันแดด จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดีที่สุดก็ว่าได้ที่จะช่วยปกป้องผิวของคุณจากแสงแดด แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบความเหนอะหนะของครีม หรือมักลืมทาครีมอยู่บ่อยๆ วันนี้จึงมีวิธีการปกป้องผิวคุณจากแสงแดดมาบอกให้ได้รู้กัน ซึ่งจะมีวิธีใดบ้างนั่นลองมาติดตามกันดู

5 วิธีป้องกันแดด

1.กลางร่มเวลาอยู่กลางแจ้ง

ถือว่าเป็นไอเท็มที่มีกันทุกบ้านก็ว่าได้ นอกจากจะใช้กันฝนได้แล้ว ร่มทั่วไปที่ใช้งานกันอยู่ยังสามารถกันแสงแดดได้ถึง 77% และยิ่งหากร่มดังกล่าวที่แบบที่ออกแบบมาให้กัน UV ด้วยแล้ว จะทำให้สามารถปกป้องผิวของคุณจากแสงแดดได้ถึง 99% เลยทีเดียว

2.สวมเสื้อผ้าที่ป้องกันแสง UV

สวมเสื้อผ้าที่ป้องกันแสง UV ปัจจุบันมีเสื้อผ้าที่มีคุณสมบัติคือช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV ออกมาวางจำหน่ายให้ได้เลือกใช้อยู่ ซึ่งการสวมใส่เสื้อผ้าประเภทนี้กก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยปกป้องผิวคุณจากแสงแดดได้ แต่สำหรับใครที่ไม่มีเสื้อผ้าที่มีคุณสมบัตินี้ ก็ให้เลือกใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดผิวนิดหนึ่ง หลีกเลี่ยงการใส่สายเดี่ยวหรือเสื้อชีฟอง ที่อาจจะทำให้แสงแดดทะลุเข้ามายังผิวด้วย

3.ใส่ถุงแขน

แขนเป็นบริเวณที่ต้องสัมผัสกับแสงแดดแบบจังๆ อยู่บ่อยครั้ง และยิ่งใครที่ไม่ชอบครีมกันแดดหรือใครที่ชอบใส่เสื้อแขนสั้น ถุงแขนเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะปกป้องแขนของคุณจากแสงแดดได้ เมื่อรู้ว่าต้องออกไปเผชิญกับแสงแดด ควรหาถุงแขนมาสวมใส่เพื่อป้องกันแดดกันด้วย

4.หลบอยู่แต่ในที่ร่ม

หากวันใดที่ลืมทาครีมกันแดด แล้วกลัวผิวจะเสีย ก็ควรจะอยู่แต่ในที่ร่ม หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด ซึ่งวิธีนี่อาจจะทำได้ยากพอสมควรสำหรับคนที่ต้องทำงานกลางแจ้งก็ยากที่จะหลีกเลี่ยง

5.เลือกกินสู้แดด

ในอาหารบางประเภทจะมีส่วนช่วยฟื้นฟูการถูกทำลายของผิวจากแสงแดด และยังช่วยปกป้องผิวจากแดดได้อีกด้วย ซึ่งก็ได้แก่ มะเขือเทศ บร็อคโคลี่ ปลา อัลมอนด์ ชาเขียว ผักผลไม้ที่มีสีเขียวและสีส้ม เป็นต้น

จากวิธีการทั้งหมดที่ได้กล่าวไปในข้างต้น เป็นวิธีช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำลายจากแดดได้มากเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละวิธีก็ล้วนแล้วแต่ง่าย อยากให้ทุกท่านได้ลองนำไปใช้กันดู รับรองได้ว่าได้ผลอย่างแน่นอน หมดกังวลปัญหาผิวไหม้จากแดดได้เลย

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

6 วิธีกำจัดขนใต้วงแขน

6 วิธีกำจัดขนใต้วงแขน การกำจัดขนใต้วงแขน ส่วนใหญ่จะทำเพื่อความสวยงาม

6 วิธีกำจัดขนใต้วงแขน การกำจัดขนใต้วงแขน ส่วนใหญ่จะทำเพื่อความสวยงามและรักษาความสะอาด

6 วิธีกำจัดขนใต้วงแขน การกำจัดขนแต่ละวิธีล้วนมีข้อดี ข้อจำกัด และผลลัพธ์หลังการทำแตกต่างกันไป โดยวิธีที่นิยมใช้กันในปัจจุบันนั้น มีดังต่อไปนี้

6 วิธีกำจัดขนใต้วงแขน
1. ถอน
การถอนเป็นวิธีที่ค่อนข้างสะดวกไม่ยุ่งยาก และสามารถทำเองได้ที่บ้าน แต่มักจะใช้เวลานานในแต่ละครั้ง เพราะใช้การกำจัดขนด้วยแหนบ โดยจะรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อยหรือบวมแดงบริเวณที่ถอนชั่วคราว รวมทั้งเสี่ยงเกิดขนคุดได้ หากดึงเส้นขนขาดจากกัน ซึ่งการถอนควรดึงเส้นขนบริเวณโคน เพื่อไม่ให้ขาดออกจากกัน ผลลัพธ์หลังการทำจะคงอยู่ประมาณ 2-3 สัปดาห์เท่านั้น เส้นขนก็จะงอกขึ้นมาใหม่แล้ว

2. โกน
การโกนเป็นการกำจัดขนแบบชั่วคราว โดยใช้มีดโกนหรือเครื่องโกนขนไฟฟ้า ซึ่งในผู้ชายจะนิยมใช้วิธีนี้กำจัดขนบริเวณใบหน้า (โกนหนวด) ส่วนผู้หญิงมักจะใช้กับการโกนขนบริเวณใต้วงแขน ขา หรือบริเวณจุดซ่อนเร้น ซึ่งการโกนนั้นควรโกนตามแนวขน และให้ผิวบริเวณนั้นเปียกเล็กน้อย เพื่อช่วยให้ขนไม่แข็งจนเกินไปและโกนได้ง่ายขึ้น สำหรับการโกนขนบริเวณที่ผิวบอบบาง ควรใช้ครีมโกนขนร่วมด้วยเพื่อป้องกันการระคายเคือง ทั้งนี้หลังการโกนอาจทำให้เกิดผื่นแดง ตุ่มนูน มีขนคุด เกิดรอยบาด หรือติดเชื้อจากใบมีดโกนได้

3. ใช้ครีมกำจัดขน
การใช้ครีมกำจัดขนนั้น เป็นวิธีทีค่อนข้างสะดวกและไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด โดยสารเคมีในครีมกำจัดขนนั้น จะไปปรับเปลี่ยนโครงสร้างโปรตีนของเส้นขน ที่อยู่เหนือผิวหนังให้อ่อนยุ่ยและเช็ดออกได้ง่าย ซึ่งส่วนผสมของครีมแต่ละยี่ห้อจะแตกต่างกันออกไป ก่อนใช้จึงควรอ่านฉลากบนผลิตภัณฑ์ให้ละเอียดทุกครั้ง สำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางหรือเคยมีอาการแพ้ ควรลองทดสอบก่อนใช้โดยป้ายครีมปริมาณเล็กน้อยลงบนผิวหนัง ข้อเสียหรือผลข้างเคียงสำหรับการใช้ครีมกำจัดขนก็คือ ในบางรายอาจมีอาการแพ้ระคายเคือง หรือแสบร้อนที่ผิวหนัง รวมทั้งอาจใช้ไม่ได้ผลกับผู้ที่มีขนหยาบ

4. แวกซ์
การแวกซ์เป็นการกำจัดขนอีกวิธีที่ช่วยถอนขนออกมาทั้งเส้น ส่วนใหญ่เป็นการแวกซ์ร้อน ซึ่งจะใช้ขี้ผึ้งอุ่นๆ ป้ายผิวบริเวณที่ต้องการกำจัดขน และวางทับด้วยแถบผ้าขนาดเล็กด้านบน เมื่อขี้ผึ้งแห้งจึงดึงแถบผ้าออกอย่างรวดเร็ว ทำให้เส้นขนหลุดติดมากับผ้า นอกจากนี้ยังมีการแวกซ์อีกประเภทที่เรียกว่าแวกซ์เย็น เป็นรูปแบบแผ่นแปะสำเร็จรูปพร้อมใช้งานได้ทันที โดยจะทำเองที่บ้านหรือใช้บริการตามสถานเสริมความงามก็ได้ การแวกซ์จะช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น แต่ทั้งนี้อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย และมักเกิดรอยแดงหรือตุ่มนูนหลังทำ

5. เลเซอร์
การเลเซอร์ขนเป็นวิธีที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ และให้ผลระยะยาวแต่มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง การกำจัดขนด้วยเลเซอร์นั้นจะยิงแสงเลเซอร์ไปที่รูขุมขน เพื่อให้ความร้อนช่วยทำลายและยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นขน ซึ่งมักได้ผลดีกับคนที่มีผิวขาวและมีเส้นขนสีดำ เนื่องจากแสงเลเซอร์จะจับเม็ดสีเมลานินในเส้นขนสีดำได้มากกว่า ทั้งนี้หลังเลเซอร์อาจมีรอยแดงและเกิดการอักเสบของผิวหนังได้ ซึ่งควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดในช่วงแรก

6. ใช้กระแสไฟฟ้า
การกำจัดขนด้วยกระแสไฟฟ้า เป็นวิธีการกำจัดขนระยะยาวเช่นเดียวกับการเลเซอร์ และมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงเช่นกัน โดยการกำจัดขนด้วยกระแสไฟฟ้านั้นจะใช้อุปกรณ์คล้ายเข็มขนาดเล็ก สอดลงไปในรูขุมขนแล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าทำลายรากขน ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนานและทำให้รู้สึกเจ็บปวดมาก ผลข้างเคียงสำหรับบางรายอาจมีขนขึ้นใหม่ ผิวแห้ง ผิวตกสะเก็ด และเกิดการอักเสบ หรือติดเชื้อจากการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ถูกสุขลักษณะได้ ฉะนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนทำ และทำกับผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้เท่านั้น

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

เคล็ดลับลดเอว “เพ็ญพักตร์ ศิริกุล” สาวสองพันปี กับเอว 26 นิ้ว

เคล็ดลับลดเอว เป็นหนึ่งสาวสองพันปีที่มีความสวย แกร่ง และมุมมองชีวิตในแง่บวกอีกคนที่น่าชื่นชมของวงการ สำหรับ ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล

เคล็ดลับลดเอว เป็นหนึ่งสาวสองพันปีที่มีความสวย แกร่ง และมุมมองชีวิตในแง่บวกอีกคนที่น่าชื่นชมของวงการ สำหรับ ต่าย เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ตัวแม่รุ่นใหญ่ที่โด่งดังตั้งแต่รุ่นแม่ รุ่นป้า จนมาถึงยุคนี้ก็ยังมีสาวๆ หลายคนยอมรับเลยว่า ต่าย เพ็ญพักตร์

เคล็ดลับลดเอว

เป็นนักแสดงที่มีความสามารถและรูปร่างที่เซี๊ยะมาก ขนาดสาวๆ ยังต้องอาย ไม่ว่าจะเป็นบิกินี่ตัวจิ๋วโชว์เรือนร่างหรือจะใส่ กางเกงยีนส์ขายาว ที่คุ้นตามาตั้งแต่เข้าวงการ จนถึงตอนนี้อายุ 57 จะ 60 แล้ว ยังสวยไม่สร่างรักษารูปร่างได้เป๊ะเวอร์

วันนี้ Sanook! Women มีเคล็ดลับการลดเอวของ ต่าย เพ็ญพักตร์ ที่ให้สัมภาษณ์ไว้ในรายการ สามแซ่บ พาไปเดินเล่นที่สวยจุตจักรกับ ม้า อรนภา โดย ต่าย เพ็ญพัตร์

บอกเคล็ดลับหุ่นดีไม่เปลี่ยนไว้ว่า “ชอบใส่กางเกงยีนส์ เพราะว่าจะเป็นตัวกระชับไม่ให้เรากินอะไรตามใจตัวเอง ถ้าสมมุติเราใส่กางเกงยืดๆ ทรงตรงธรรมดา เวลาเรากินอะไร เราก็จะเพลิดเพลิน

แถมเธอยังบอกอีกด้วยว่า ใส่กางเกงยีนส์นอน บางคนใส่สเตย์ เหมือนเป็นการรัดไว้ เวลาทำงานบ้าน ทำนู้น ทำนี้ก็ใส่ จะได้กระชับ จากเมื่อก่อนเอว 25 ตอนนี้เอว 26 นิ้ว และพยายามรักษาเอวด้วยการซื้อการเองไซส์นี้ ด้วยการเอาการเกงตัวที่ใส่แล้วชอบที่สุดเป็นตัววัด รักษาหุ่นไว้”

แทบจะเอามือทาบอกเมื่อรู้ขนาดเอวที่ผ่านมาหลายสิบปี เพิ่มขึ้นแค่ 1 นิ้ว เราแค่กินหมูกระทะ ตามด้วยขนมปังเอวก็ขยายไปไกลเกินจะกลับมาแล้วจริงมั้ยคะคุณขา

สำหรับใครที่อยากเห็นแล้วว่า ต่าย เพ็ญพักตร์ สมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน จะยืน 1 เป็นดารารุ่นใหญ่ที่หลายคนยกให้เป็นตัวแม่ในวงการ จะเซ็กซี่ ขนาดไหน ตามมาค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา   https://www.sanook.com

 …

ผิวสวย สร้างได้ไม่ยาก แค่เลือกกินอาหารบำรุงผิวสวย สุขภาพดีมีออร่าเปล่ง

ผิวสวย สุขภาพดี มีออร่าเปล่งประกายสดใสใครๆ ก็ปรารถนา เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความมั่นใจให้เราได้แล้ว ในเวลาที่ต้องแต่งตัวก็ไม่ต้องมาคอยกังวลหรือยุ่งยากในการจัดหาเสื้อผ้า เพราะไม่ว่าจะเป็นแบบไหนหรือสีอะไรก็ไม่เป็นปัญหา

ผิวสวย สุขภาพดี มีออร่าเปล่งประกายสดใสใครๆ ก็ปรารถนา เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความมั่นใจให้เราได้แล้ว ในเวลาที่ต้องแต่งตัวก็ไม่ต้องมาคอยกังวลหรือยุ่งยากในการจัดหาเสื้อผ้า เพราะไม่ว่าจะเป็นแบบไหนหรือสีอะไรก็ไม่เป็นปัญหาอย่างแน่นอน

ดังนั้นเพื่อให้ได้ผิวที่สวยงาม เราต้องทำการบำรุงผิวซึ่งโดยปกติเราก็บำรุงภายนอกด้วยครีมเพียงอย่างเดียว ถ้าอย่างนั้นเรามาลองวิธีการบำรุงผิวจากภายในโดยการทานอาหารที่มีประโยชน์และช่วยให้เรามีสุขภาพผิวที่ดีและสวยงามกันดูบ้างนะคะ

ผิวสวย

1.อาหารจำพวกวิตามินซี

เนื่องจากวิตามินซีมีส่วนประกอบที่สำคัญอย่างเช่น โคเอนไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10)

ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติช่วยทำให้เซลล์ผิวมีความแข็งแรงมากขึ้น ช่วยชะลอวัยของสภาพผิว อีกทั้งยังช่วยในการฟื้นฟูและปรับสภาพผิวที่อ่อนล้าให้กลับมาสดใสมีชีวิตชีวาดีขึ้นได้อย่างมหัศจรรย์ ซึ่งวิตามินซีจะพบได้จากผักผลไม้ต่างๆ เช่น ส้ม ฝรั่ง สตรอว์เบอร์รี่ กีวี่ บรอคโคลี่ มะเขือเทศ และมะละกอ เป็นต้น

2.อาหารจำพวกโปรตีน

ประโยชน์ของโปรตีนคือ มีประสิทธิภาพในการช่วยฟื้นฟูและซ่อมเเซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย และในโปรตีนยังมีประกอบที่สำคัญอย่างคอลลาเจนที่มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและกระชับ ทำให้ผิวมีสุขภาพดี เปล่งปลั่งสดใสและดูอ่อนวัยด้วย ซึ่งโปรตีนเหล่านี้จะพบได้ในเนื้อสัตว์ ถั่ว และเต้าหู้ เป็นต้น

3.อาหารจำพวกโอเมก้า

โอเมก้ามีคุณสมบัติช่วยบำรุงเซลล์ผิวหนังให้มีสุขภาพดี มีความชุ่มชื่น ไม่แห้งกร้าน อีกทั้งยังช่วยทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีผลให้ผิวสุขภาพดีแลดูมีน้ำมีนวลและขาวอมชมพูอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเราสามารถพบโอเมก้าได้จากไข่ ถั่วเหลือง ผักโขม น้ำมันตับปลาและปลาเเซลมอน เป็นต้น

4.อาหารจำพวกธัญพืช

โดยเฉพาะธัญพืชอย่างเช่นเมล็ดทานตะวัน ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารสำหรับบำรุงผิวจำพวก วิตามินอี วิตามินบี 2 โปรตีนและรวมถึงโอเมก้าด้วย เนื่องจากสารอาหารเหล่านี้มีคุณสมบัติช่วยในการบำรุงผิวพรรณ ช่วยลดความหมองคล้ำ ลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย ทำให้ผิวเนียนนุ่มและเปล่งปลั่งสดใสดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติได้

แทงบอลออนไลน์

5.ดื่มน้ำให้เยอะๆ

น้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในร่างกายเรา ช่วยให้ระบบกลไกการทำงานของร่างกายอยู่ในภาวะสมดุล ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายของเสียและล้างสารพิษที่ตกค้างในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกนี้การดื่มน้ำยังเป็นการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ทำให้ผิวสดใสเปล่งปลั่งแลดูมีชีวิตชีวา ดังนั้น เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวันเราควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว

เพื่อให้ผิวมีสุขภาพดีเราต้องบำรุงทั้งภายในและภายนอกควบคู่กันไป และที่สำคัญอย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะคะ ถ้าทำได้อย่างนี้แล้วรับรองว่าคุณจะได้ผิวที่เนียนสวยใส เป๊ะปังดังใจปรารถนาอย่างแน่นอนค่ะ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

 …